คนไทยเปิดรับ AI สูงถึง 98% พร้อมปฏิวัติวงการท่องเที่ยว Booking.com เผยรายงานโลกชี้ทิศทางใหม่การเดินทางยุคดิจิทัล

ผลสำรวจใหญ่จาก 37,000 คนใน 33 ประเทศ เผยคนไทยนำโลกในการยอมรับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนทริปและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยั่งยืน

แพลตฟอร์มจองที่พักและท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของโลก Booking.com เปิดเผยข้อมูลน่าทึ่งจากรายงาน Global AI Sentiment Report ที่สำรวจทัศนคติของผู้คนทั่วโลกต่อเทคโนโลยี AI โดยชาวไทยโดดเด่นด้วยการเปิดรับเทคโนโลยีนี้สูงถึง 98% และพร้อมนำมาใช้ในการวางแผนการเดินทาง การแปลภาษา และการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและโลก

รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 37,000 คนจาก 33 ประเทศทั่วโลก เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งาน ระดับความไว้วางใจ และการตอบรับเทคโนโลยี AI ในชีวิตประจำวันและการเดินทาง ณ จุดเวลาที่รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกเร่งลงทุนใน AI อย่างหนักหน่วง

คนไทยนำโลกด้านการยอมรับ AI

จากผลการสำรวจ พบว่าผู้บริโภคชาวไทยแสดงออกถึงความตื่นเต้นต่อเทคโนโลยี AI สูงถึง 98% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจ นอกจากนี้ยังพบว่า 84% ของคนไทยมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI และถึง 96% ต้องการนำ AI มาใช้ในการวางแผนการท่องเที่ยวในอนาคต

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของสังคมไทยในการรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการมองเห็นถึงประโยชน์ที่ AI จะนำมาสู่การปรับปรุงคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ

อย่างไรก็ตาม รายงานยังเผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยบางพื้นที่เปิดรับศักยภาพของ AI อย่างเต็มที่ ขณะที่อีกหลายภูมิภาคยังคงใช้ความระมัดระวังในการนำเทคโนโลजีนี้มาประยุกต์ใช้ สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจและการรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

บทบาทของ Booking.com ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI

นายบรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com กล่าวว่า บริษัทได้นำเทคโนโลยี AI ผนวกเข้ากับการบริการมาอย่างยาวนาน และยังคงมุ่งมั่นที่จะกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับทัศนคติผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

“ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวต่อ AI ที่กำลังพุ่งสูงสุด และนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว Booking.com กำลังใช้จังหวะนี้ในการพลิกโฉมวิธีที่ผู้คนค้นหา จอง และสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการช่วยให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น” นายบรานาวันระบุ

บริษัทมองเห็นถึงโอกาสในการใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เป็นส่วนตัวและตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้การจองและวางแผนเดินทางง่ายขึ้น แต่ยังช่วยเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริงและมีคุณค่า

AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ

แม้ว่าคนไทยจะมีความตื่นเต้นต่อเทคโนโลยี AI สูง แต่การศึกษายังเผยให้เห็นถึงทัศนคติที่สมดุลและรอบคอบในการใช้งาน ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมองเห็น AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนมากกว่าการเป็นผู้ตัดสินใจแทนมนุษย์

จากข้อมูลการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยถึง 98% ใช้การค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered search) ขณะที่ 87% ใช้คำแนะนำจากบริการสตรีมมิ่ง และ 80% ใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างสรรค์เนื้อหา (Generative AI) แสดงให้เห็นว่า AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิتประจำวันอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงรักษาความระมัดระวังในการให้ความไว้วางใจแก่ AI อย่างเต็มที่ โดย 30% รู้สึกว่า AI ขาดความเป็นมิตรและสัมผัสความเป็นมนุษย์ ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ยังคงตรวจสอบข้อมูลที่ได้จาก AI ซ้ำแม้ว่าพวกเขาจะไว้วางใจเทคโนโลยีแล้วก็ตาม

ข้อมูลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบของผู้บริโภคไทย โดย 61% ตรวจสอบข้อมูลจาก AI เสมอ 17% ตรวจสอบบางครั้ง และมีเพียง 9% เท่านั้นที่เชื่อมั่นใน AI อย่างเต็มที่โดยไม่ตรวจสอบเพิ่มเติม

ความลังเลในการให้ AI ตัดสินใจ

ความระมัดระวังนี้สร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนเมื่อพูดถึงการให้ AI มีอำนาจในการตัดสินใจที่สำคัญ ผลสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะมอบการตัดสินใจทั้งหมดให้กับ AI โดยมีเพียง 21% เท่านั้นที่รู้สึกสบายใจในการให้ AI ตัดสินใจอย่างเสรี

ในทางตรงกันข้าม 26% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังไม่ไว้วางใจให้ AI ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ และมีเพียง 2% เท่านั้นที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างชัดเจนและปฏิเสธที่จะให้ AI ตัดสินใจโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากมนุษย์

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่สำคัญในการพัฒนา AI ให้เป็นเครื่องมือสนับสนุนและส่งเสริมการตัดสินใจของมนุษย์ มากกว่าการมาแทนที่บทบาทของมนุษย์ในกระบวนการตัดสินใจ การค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภค

AI ปฏิวัติวงการท่องเที่ยวไทย

เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยผู้บริโภคชาวไทยมากกว่าครึ่ง คิดเป็น 59% คาดหวังว่าการวางแผนการเดินทางอัตโนมัติจะกลายเป็นกระแสหลักหรือเรื่องปกติในอนาคตอันใกล้

การวางแผนการเดินทางอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมหลากหลายบริการ ตั้งแต่การให้ AI ช่วยจัดทริป การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ไปจนถึงการแนะนำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตรงกับความสนใจและงบประมาณของแต่ละบุคคล

ข้อมูลการใช้งาน AI ในการเดินทางแสดงให้เห็นถึงการยอมรับที่กว้างขวาง โดย 79% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยใช้ AI ในบางแง่มุมของการเดินทาง และจากจำนวนนี้ เกือบทั้งหมด คิดเป็น 98% เคยใช้ AI เพื่อวางแผนหรือจองทริป เช่นเดียวกับ 98% ที่เคยใช้งาน AI ขณะอยู่ระหว่างการเดินทาง

สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงการพึ่งพาเครื่องมือ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเปิดรับของนักท่องเที่ยวไทยต่อเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ทำให้การเดินทางมีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย และตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

การใช้งาน AI ในการวางแผนการเดินทาง

เมื่อพิจารณาถึงการใช้งาน AI ในช่วงการวางแผนการเดินทาง พบว่าผู้เดินทางส่วนใหญ่หันมาใช้ AI เพื่อวัตถุประสงค์หลักหลายประการ โดยการค้นหาจุดหมายปลายทางและเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมเป็นการใช้งานที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็น 49% ของผู้ตอบแบบสอบถาม

การค้นหาคำแนะนำเกี่ยวกับร้านอาหารเป็นอีกหนึ่งการใช้งานที่ได้รับความสนใจสูง โดยมี 38% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้ AI เพื่อวัตถุประสงค์นี้ ขณะที่ 33% ใช้ AI ในการค้นหาประสบการณ์ในท้องถิ่นหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริงและลึกซึ้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงในการเลือกแหล่งข้อมูลสำหรับการวางแผนการเดินทาง ปัจจุบัน AI กำลังกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้สำหรับการวางแผนการเดินทาง โดยมี 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความไว้วางใจกับ AI ซึ่งสูงกว่าการพึ่งพาคำแนะนำจากเพื่อนร่วมทาง (21%) หรือจากอินฟลูเอนเซอร์ (21%)

การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับ AI ในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ครอบคลุม และสามารถให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้ดีกว่าแหล่งข้อมูลแบบเดิม

AI ในระหว่างการเดินทาง

เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว AI ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว โดยการใช้งานที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการแปลภาษาเพื่อสื่อสาร ซึ่งมีถึง 51% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการนี้

การใช้ AI ในการแปลภาษาไม่เพียงแต่ช่วยทำลายกำแพงภาษาเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถสื่อสารและเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ดีขึ้น ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่มีความหมายและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การใช้งาน AI อันดับรองลงมาคือการขอคำแนะนำเรื่องกิจกรรมที่น่าสนใจของจุดหมายปลายทาง คิดเป็น 45% และการขอคำแนะนำร้านอาหาร คิดเป็น 41% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวต้องการค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และสัมผัสกับรสชาติท้องถิ่นผ่านการแนะนำของ AI

นอกจากนี้ การใช้ AI ในการนำทางไปยังสถานที่ไม่รู้จักหรือการใช้งานระบบขนส่งที่ไม่คุ้นเคยก็ได้รับความนิยมสูง โดยมี 43% ใช้บริการนี้ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การเดินทางในพื้นที่ใหม่เป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากขึ้น ลดความเครียดและความกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากการหลงทางหรือไม่เข้าใจระบบขนส่งท้องถิ่น

AI ในการจัดการภาพหลังการเดินทาง

แม้จะจบการเดินทางแล้ว AI ยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเก็บรักษาและจัดการความทรงจำ โดย 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยใช้ AI ในการแก้ไขและตกแต่งรูปภาพหลังจากเสร็จสิ้นการเดินทาง

การใช้ AI ในการปรับปรุงคุณภาพภาพถ่าย การเพิ่มสีสัน การปรับแสง หรือการสร้างเอฟเฟกต์พิเศษ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บรักษาความทรงจำที่สวยงามและน่าประทับใจไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีความน่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

AI กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากการทำให้การเดินทางง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทย 84% เห็นถึงประโยชน์และมีความคาดหวังให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

การสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ คิดเป็น 81% ชื่นชมคำแนะนำของ AI ที่ช่วยหลีกเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวที่แออัดหรือช่วงเวลาที่คนเยอะ การแนะนำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปัญหา overtourism และการกระจายการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่อาจได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากกว่า

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้ AI แนะนำประสบการณ์ที่ช่วยสร้างประโยชน์เชิงบวกให้กับสถานที่และชุมชนท้องถิ่นที่พวกเขาไปเยือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้เดินทางให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่าน AI มากขึ้น

การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการใช้ AI เพื่อส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยการแนะนำประสบการณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น และการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน

วิสัยทัศน์อนาคตของ Booking.com

นายบรานาวัน อรุลโจธี ได้แสดงวิสัยทัศน์ของ Booking.com ต่อการใช้เทคโนโลยี AI ว่า “ทุกการเดินทางล้วนเต็มไปด้วยโอกาสที่จะค้นพบสิ่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่เงียบสงบ วิวทิวทัศน์อันตระการตา หรือประเพณีที่คนท้องถิ่นยังคงสืบสาน ปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) กำลังช่วยเปิดประตูเหล่านี้ให้กับนักเดินทาง นำพาพวกเขาไปสู่เสน่ห์ที่อาจไม่เคยพบด้วยตนเอง”

เขาเน้นย้ำว่าการพัฒนา AI ของ Booking.com ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย เติมเต็มทั้งประสบการณ์ของผู้เดินทางและชุมชนที่พวกเขาได้ไปเยือน การมองนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่คำนึงถึงมิติทางสังคมและวัฒนธรรม

ความมุ่งมั่นในการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ

ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม AI มาอย่างต่อเนื่อง Booking.com ได้ผสานเทคโนโลยี Machine Learning ขั้นสูงเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ทั้งพาร์ตเนอร์และผู้เดินทาง บริษัทมุ่งมั่นที่จะใช้ AI เพื่อสร้างผลกระทบในเชิงบวก เสริมสร้างความไว้วางใจ และยืนหยัดในความโปร่งใส

นายบรานาวันกล่าวทิ้งท้ายว่า “ในก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นนี้ เราต้องการทำให้การเดินทางเป็นส่วนตัวมากขึ้น รับผิดชอบต่อสังคมสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจยิ่งกว่าเดิม” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

บทสรุป: อนาคตของการท่องเที่ยวไทยในยุค AI

รายงาน Global AI Sentiment Report จาก Booking.com เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและโลก โดยคนไทยแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในการยอมรับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทาง

การที่คนไทย 98% เปิดรับ AI และ 96% ต้องการนำมาใช้ในการท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของสังคมไทยต่อเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวหน้าและทันสมัยยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือการที่ผู้บริโภคไทยมองเห็น AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนมากกว่าการแทนที่มนุษย์ และการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงความสมดุลและวุฒิภาวะในการรับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในอนาคต

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจึงอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่การนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างเหมาะสมและรับผิดชอบ จะสามารถช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำของโลก