สามีเมาสุราใช้อาวุธปืนยิงภรรยาบาดเจ็บสาหัส ต้องหนีตายเข้าซ่อนตัวในห้องนอนก่อนโทรแจ้งตำรวจขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 หน่วยงานตำรวจได้รับแจ้งเหตุการณ์ร้ายแรงจากพลเมืองที่โทรศัพท์แจ้งว่ามีเหตุภรรยาถูกสามีใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บภายในบริเวณโรงกลึงแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ต้องหาชื่อ นายภควัฒน์ ซึ่งขอสงวนนามสกุล เป็นเจ้าของบ้านและโรงกลึงที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ออกมาแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที จากการสังเกตอาการเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาการมึนเมาจากสุราอย่างชัดเจน กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายออกมาจากร่างกาย ท่าทางเดินเซไม่มั่นคง และสีหน้าแสดงถึงความสับสนไม่เป็นสมองไปตามอาการของผู้ที่ดื่มสุราจนเมามาก

ผู้ต้องหายอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีว่าตนเองคือผู้ที่ก่อเหตุยิงภรรยาด้วยอาวุธปืนจนได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ ซึ่งการให้การยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาของผู้ต้องหาทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในอาการมึนเมา แต่ก็ยังคงมีสติรู้ตัวพอที่จะสารภาพการกระทำของตนเอง

พบผู้เสียหายซ่อนตัวในห้องนอน บาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืน

จากการตรวจค้นภายในบ้านพักที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะบริเวณห้องนอนชั้น 2 ของอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบผู้เสียหายชื่อ นางสาวภัทร์ภัสสร ซึ่งขอสงวนนามสกุล อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหา กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในห้องนอนด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณแขนข้างขวา เลือดไหลออกมาอาบไปตามร่างกาย แผลกระสุนมีลักษณะเป็นรูแทะติดตามมาตรฐานของบาดแผลจากอาวุธปืน

ผู้เสียหายอยู่ในภาวะตื่นตระหนก กลัวและเจ็บปวดอย่างมาก บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าหลังจากถูกสามียิงเข้าที่แขน ตนได้พยายามหนีเข้ามาซ่อนตัวในห้องนอนเพื่อความปลอดภัย และได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทรแจ้งไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของสถานีตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ตนเองกำลังกลัวว่าสามีที่อยู่ในอาการมึนเมาจะกลับมาทำร้ายตนอีกครั้ง ความกลัวและความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้ผู้เสียหายสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตพบผู้เสียหายในสภาพดังกล่าว ได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อห้ามเลือดและลดความเจ็บปวด ก่อนที่จะรีบนำตัวผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต อย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีทำให้ผู้เสียหายมีโอกาสรอดชีวิตและไม่ต้องเสียเลือดมากเกินไปจนอันตราย

ค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในตู้นิรภัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนทำหน้าที่ดูแลและนำส่งผู้เสียหายไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งได้ทำการตรวจค้นบริเวณห้องนอนของผู้ต้องหาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อค้นหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคคดีครั้งนี้ ในระหว่างการตรวจค้นนั้น เจ้าหน้าที่ได้พบตู้นิรภัยหรือตู้เซฟขนาดกลางวางอยู่ภายในห้องนอน และเมื่อทำการเปิดตรวจสอบข้างใน ก็พบว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้ภายในตู้นิรภัยดังกล่าว

อาวุธปืนที่พบเชื่อว่าเป็นปืนที่ใช้ในการก่อเหตุยิงผู้เสียหายในครั้งนี้ พร้อมด้วยเครื่องกระสุนปืนที่ยังเหลืออยู่หลายนัด การค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ และยืนยันได้ว่าผู้ต้องหามีความพร้อมในการใช้อาวุธร้ายแรงเมื่ออยู่ในอาการมึนเมาและควบคุมอารมณ์ไม่ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมตัวนายภควัฒน์ ผู้ต้องหาในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นของกลางในคดี เพื่อนำไปใช้ในการสอบสวนและดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แจ้งกองพลธารกำลังตรวจสอบเก็บพยานหลักฐาน

นอกจากการจับกุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตยังได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่จากกองพลธารภาค 8 จังหวัดภูเก็ต เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อทำการตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานตำรวจจากหลายส่วนแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการดำเนินคดีครั้งนี้

เจ้าหน้าที่จากกองพลธารได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ ถ่ายภาพบันทึกหลักฐาน วัดระยะทาง ตรวจสอบตำแหน่งที่พบปลอกกระสุน ตรวจสอบรอยเลือดและร่องรอยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสัมภาษณ์พยานบุคคลที่อาจได้เห็นหรือได้ยินเหตุการณ์ในขณะนั้น การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามหลักวิชาการนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสอบสวนและฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

ต้นเหตุของเหตุการณ์และภูมิหลังของคู่กรณี

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ ผู้ต้องหาและผู้เสียหายได้มีการทะเลาะวิวาทกันภายในบ้านพัก โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งในชีวิตสมรสที่สะสมมานาน ประกอบกับในคืนวันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ดื่มสุราจนมึนเมามาก ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และความคิดได้ เมื่อเกิดการทะเลาะกัน ผู้ต้องหาจึงหยิบอาวุธปืนที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยออกมาและยิงใส่ผู้เสียหายด้วยความโมโหรุนแรง

นายภควัฒน์ และนางสาวภัทร์ภัสสร เป็นคู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน โดยผู้ต้องหาประกอบอาชีพรับงานโรงกลึงอยู่ที่บ้านของตนเอง ทั้งสองมีฐานะการเงินปานกลาง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูเหมือนปกติสุขจากภายนอก แต่เบื้องหลังกลับมีปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวที่สะสมมาช้านาน จนนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้

ปัญหาการดื่มสุราของผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งบ่อยครั้ง เนื่องจากเมื่อดื่มสุราจนมึนเมาแล้วมักจะมีอารมณ์รุนแรง พูดจาหยาบคาย และไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในครอบครัวไทยหลายครอบครัวที่มีสมาชิกติดสุรา ผู้เสียหายเคยพยายามเจรจาและขอร้องให้ผู้ต้องหาลดหรือเลิกดื่มสุรา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนนำมาสู่จุดระเบิดในคืนวันเกิดเหตุ

การมีอาวุธปืนในบ้านเพิ่มความเสี่ยงต่อความรุนแรง

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะในบ้านที่มีปัญหาความขัดแย้งและมีสมาชิกที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มสุราจนเมา หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การมีอาวุธปืนไว้ในบ้านย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ในกรณีนี้ หากผู้ต้องหาไม่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แม้ว่าจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงก็ตาม เหตุการณ์ก็อาจจะไม่รุนแรงถึงขนาดที่ผู้เสียหายต้องถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส การมีอาวุธปืนที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในขณะที่อยู่ในอารมณ์โกรธและมึนเมาสุรา ทำให้การตัดสินใจที่ผิดพลาดในชั่วขณะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมอาวุธปืน และการเก็บรักษาอาวุธปืนให้ปลอดภัย รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะขออนุญาตมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือของผู้ที่อาจใช้ในทางที่ผิดหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้

สภาพของผู้เสียหายและการรักษาพยาบาล

หลังจากที่นางสาวภัทร์ภัสสร ผู้เสียหายถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แพทย์ได้ทำการตรวจสอบอาการและรักษาอย่างเร่งด่วน จากการตรวจพบว่าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่เข้าที่บริเวณแขนขวา กระสุนทะลุเข้าไปในเนื้อเยื่อแต่โชคดีที่ไม่ได้กระทบกระดูกหรือเส้นเลือดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายได้เสียเลือดจำนวนมากและได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออกและทำความสะอาดแผล พร้อมกับให้การรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ผู้เสียหายต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน และจะต้องเข้ารับการรักษาติดตามผลอย่างต่อเนื่อง นอกจากบาดแผลทางร่างกายแล้ว ผู้เสียหายยังได้รับบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทีมแพทย์และพยาบาลได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และได้ประสานงานกับนักจิตวิทยาเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้เสียหายในด้านสุขภาพจิต เนื่องจากการถูกคนรักทำร้ายด้วยอาวุธปืนเป็นเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการเครียด วิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้าตามมาได้

การดำเนินคดีและข้อหาที่ผู้ต้องหาเผชิญ

ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อทำการสอบสวนและบันทึกคำให้การอย่างละเอียด โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุยิงภรรยาจริง แต่อ้างว่าขณะนั้นอยู่ในอาการมึนเมาสุรามาก จึงไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และไม่มีเจตนาที่จะฆ่าภรรยาตาย แต่เพียงต้องการขู่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การให้การของผู้ต้องหาดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการลดหรือยกเว้นโทษได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว การมึนเมาสุราไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิด และหากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหามีเจตนาร้ายแรงหรือก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงแก่ผู้อื่น ก็อาจจะได้รับโทษหนักตามกฎหมาย

ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหลายประการ ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองหมื่นบาท, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

นอกจากนี้ อาจมีข้อหาเพิ่มเติมอื่นๆ ตามที่เจ้าหน้าที่สอบสวนพบพยานหลักฐาน เช่น การข่มขู่ หรือการกระทำความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างรอบด้านเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ก่อนที่จะส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาฟ้องร้องต่อศาลต่อไป

บทเรียนและข้อควรระวังสำหรับสังคม

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สังคมไทยควรให้ความสนใจและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสังคมที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ความรุนแรงทางร่างกาย ทางจิตใจ ทางเพศ ไปจนถึงทางเศรษฐกิจ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว ได้แก่ ปัญหาการดื่มสุราและสารเสพติด ปัญหาทางการเงิน ความเครียดจากการทำงาน การขาดทักษะในการสื่อสารและจัดการความขัดแย้ง ค่านิยมที่ยอมรับการใช้ความรุนแรง และการมีอาวุธที่อันตรายในบ้าน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนทั่วไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของการดื่มสุรา การจัดการความโกรธและอารมณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในครอบครัว และการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา ควรมีศูนย์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงหรือประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ควรกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โรงพยาบาล หรือองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อย่าปล่อยให้ปัญหาสะสมจนกลายเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังและใส่ใจต่อปัญหาต่างๆ ในครอบครัว และควรหาทางแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้ความรุนแรง หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหา เชื่อว่าสังคมไทยจะสามารถลดจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และทุกคนจะสามารถอยู่ในครอบครัวที่มีความสุข ปลอดภัย และอบอุ่นตามที่ควรจะเป็น