ส้มแขก สมุนไพรลดความอ้วน ที่คนสมัยใหม่นิยมหันมาใช้ ท่ามกลางผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากต่างประเทศ

ในยุคที่ปัญหาโรคอ้วนกำลังเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของโลก การหาทางออกในการควบคุมน้ำหนักจึงกลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจอย่างมาก ท่ามกลางผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากต่างประเทศมากมายที่เข้ามาในตลาด กลับมีสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่อยู่ในครัวบ้านเราตั้งแต่โบราณ แต่หลายคนยังไม่รู้ว่ามีคุณสมบัติในการช่วยลดน้ำหนักอย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือ “ส้มแขก” หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia atroviridis

Table of Contents

ความเป็นมาของส้มแขก สมุนไพรพื้นถิ่นไทย

ส้มแขกเป็นพืชท้องถิ่นนิยมปลูกกันในภาคใต้ เนื่องจากผลของส้มแขกจะมีรสเปรี้ยว คนใต้จึงนิยมนำมาทำส่วนประกอบอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น ส้มแขกเป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Guttiferae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมังคุด ชะมวง ส้มแขก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Garcinia atroviridis) ชื่ออื่นคือ ส้มควาย (ภูเก็ต ตรัง), อาแซกะลูโก (ยะลา), ส้มมะอ้น, ส้มมะวน, มะขามแขก (ภาคใต้), ชะมวงช้าง เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Guttiferae

ส้มแขกมีถิ่นกำเนิดใน อินเดีย ศรีลังกา และพบได้ทั่วไปในป่าประเภทร้อนชื่น ในประเทศไทยก็เป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย พบมากทางภาคใต้ โดยเฉพาะ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ลงไปถึงสิงคโปร์ ชื่อ “ส้มแขก” มาจากการที่ ส้มแขกเป็นเพราะอาหารอินเดียและมาเลเซียหลายชนิด เช่น แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น จะใช้ส้มแขกประกอบอาหารแทนมะขามเปียก ก็เลยเรียกติดปากกันว่าส้มแขก

ลักษณะของส้มแขก ลักษณะเด่นของส้มแขกคือเป็นไม้ต้นที่มีผลทรงกลมแป้น มีร่องตามแนวตั้ง 12-16 ร่อง เมื่อสุกจะมีสีเหลืองสดถึงส้ม มีรสชาติเปรี้ยวจัด ดอกมีสีแดงเลือดนก ออกเป็นช่อตามปลายยอด ผลส้มแขกมีขนาดคล้ายกับฟักทองลูกเล็ก เปลือกเรียบและมีร่องแบ่งตามแนวผล

สาร HCA กุญแจสำคัญแห่งการลดน้ำหนัก

สาระสำคัญที่ทำให้ส้มแขกโด่งดังในเรื่องการลดน้ำหนักคือสาร กรดไฮดรอกซีซิตริก หรือ Hydroxycitric acid (HCA) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดซิตริก (Citric acids) ที่ได้จากการสกัดผลส้มแขก หรือพืชในตระกูลมังคุด สาร HCA นี้มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดน้ำหนักหลายทาง

ผลส้มแขกประกอบไปด้วยกรดผลไม้ที่สำคัญหลายชนิดได้แก่ กรด Hydroxycitric (HCA), กรด Tartaric, กรด Malic, และ กรด Ascorbic กรดเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ นอกจากสาร HCA แล้ว ส้มแขกยังมีสารประกอบสำคัญอื่นๆ เช่น กรดซิตริก (Citric Acid) กรดโดดีคาโนอิค (Dadecanoic acid) กรดออคตาดีคาโนอิค (Octadecanoic acid) และ กรดเพนตาดีคาโนอิค (pentadecanoic acid)

ผลิตภัณฑ์ส้มแขกสมัยใหม่

ในปัจจุบันส้มแขกได้มีการนำไปสกัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หลายรูปแบบ เช่น แบบผง แบบเม็ด ชาส้มแขก ส้มแขกแคปซูล โดยจะมีขนาดตั้งแต่ 300-600 มิลลิกรัม และจะมีเนื้อส้มแขกประมาณ 250-500 มิลลิกรัม และมีปริมาณ HCA ประมาณ 60-70% ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แตกต่างจาก ส้มแขกบดแห้งบรรจุแคปซูลธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการสกัด ซึ่งจะมีปริมาณของ HCA เพียง 30% เท่านั้น

กลไกการทำงานของ HCA ในการลดน้ำหนัก

สาร HCA ในส้มแขกทำงานลดน้ำหนักผ่านกลไกหลักที่น่าสนใจ โดย กลไกการออกฤทธิ์ชอง HCA จะออกฤทธิ์โดยไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ ATP Citrate Lyase ในวงจร Kreb’s cycle (วงจรการย่อยสลายกลูโคสของร่างกาย) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้ที่เปลี่ยน Citrate ไปเปลี่ยน acetyl CoA นำไปใช้สร้างกรดไขมัน ขณะเดียวกันก็จะนำน้ำตาลไปสะสมเป็น glycogen ที่ตับ เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองได้อีกด้วย

การยับยั้งการสร้างไขมัน

HCA ในส้มแขกออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ ATP Citrate Lyase lyase ทำให้สามารถเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตไปเป็นไขมันได้น้อยลงและช่วยลดความอยากอาหารได้ นอกจากนี้ สาร HCA ในส้มแขกออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Alpha amylase และ Alpha glucosidase ร่างกายจึงได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตน้อยลง มีผลทำให้น้ำหนักลดลงได้

การเผาผลาญไขมันเดิม

ไม่เพียงแต่ป้องกันการสร้างไขมันใหม่เท่านั้น HCA ยังมีผลไปกระตุ้นการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลง รูปร่างดีขึ้น มีการรายงานว่า HCA มีความสามารถในการช่วยเพิ่มการทำงานของ carnitine acyl transferase ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเร่งการสลายไขมันในร่างกาย

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

HCA ช่วยเพิ่มความไวของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ได้รวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง การควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีจะช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกาย

การลดความอยากอาหารด้วยเซโรโทนิน

หนึ่งในกลไกสำคัญของส้มแขกคือการทำงานในระบบประสาท สารสกัดจากเปลือกส้มแขกที่สำคัญ คือ กรดไฮดรอกซีซิตริก (Hydroxycitric Acid: HCA) ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันและลดความอยากอาหาร โดยจะไปยับยั้งเอนไซม์บางชนิดที่ร่างกายนำมาใช้ในการสร้างไขมัน อีกทั้งยังไปเพิ่มระดับของสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนินซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกหิวน้อยลงได้

HCA จะกระตุ้นการหลั่ง Serotonin ในสมองทำให้ความอยากอาหารลดลงได้ เซโรโทนินเป็นสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกอิ่ม เมื่อระดับเซโรโทนินสูงขึ้น คนจะรู้สึกอิ่มเร็วและมีความอยากอาหารลดลง

ผลการวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของส้มแขกในการลดน้ำหนักมีผลการศึกษาที่น่าสนใจ ในระยะเวลาประมาณ ๓-๔ อาทิตย์ ซึ่งทำหน้าท้องยุบลง สรุปแล้วส้มแขกทำหน้าที่ ๒ อย่าง คือป้องกันการสร้างไขมันใหม่และสลายไขมันเก่านั่นเอง

ส้มแขกลดความอ้วนช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักลดลงอย่างช้า ๆ ประมาณ 1 กิโลกรัมภายใน 3-4 อาทิตย์

การศึกษาด้านคอเลสเตอรอล

การศึกษาวิจัยขนาดเล็กได้ศึกษาผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนซึ่งรับประทานส้มแขก 600 มิลลิกรัม (มก.) วันละ 2 ครั้ง หลังจาก 3 เดือน นักวิจัยพบว่าระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) (“คอเลสเตอรอลที่ดี”) ดีขึ้น และระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) (“คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี”) ลดลง

การศึกษาในประเทศไทย

สำหรับสารสกัดจากผลส้มแขก เผอิญได้มีส่วนร่วมในการวิจัยเกี่ยวกับผลส้มแขก คือ เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากสารส้มแขกเป็นเวลากว่า ๓ เดือน โดยที่เขาให้ผู้ทดลองกินอาหารตามปกติ แล้วมีการชั่งน้ำหนัก วัดความดันเลือด และวัดไขมันใต้ผิวหนังทุกสัปดาห์

มีการประเมินความปลอดภัยที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประเมินผล และพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนหน้าที่ของตับและไต รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือด และความดันเลือดก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

การรับประทานส้มแขกและขนาดที่แนะนำ

ขนาดการรับประทาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ส้มแขกที่มีการควบคุมปริมาณ HCA ไม่ต่ำกว่า 50% ให้รับประทานในขนาด 750–1500 มิลลิกรัม โดยแบ่งให้วันละ 2–3 ครั้ง 30–60 นาที ก่อนอาหาร สำหรับผู้ที่ต้องการใช้วิธีแบบดั้งเดิม วิธีการต้ม รักษาโรคเบาหวานใช้ดอกตัวผู้แห้งต้มกับน้ำ อัตราส่วน 7 ดอก : น้ำ 1 ลิตร เติมน้ำครั้งที่สองใส่ดอก 3 ดอกต่อน้ำ 1 ลิตร โดยไม่ต้องทิ้งดอกที่ต้มในครั้งแรก แล้วนำมาดื่ม

ประสบการณ์ในระยะแรก

ส้มแขกได้ถูกนำมาทานเพื่อลดความอ้วน โดยการรับประทานส้มแขกในระยะแรก อาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้น เนื่องจากไปเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร โดยร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวไปเอง ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ ระหว่างนี้ ให้ดื่มน้ำมาก ๆ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

แม้ส้มแขกจะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่การใช้งานก็ต้องระวังเช่นกัน ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนว่าต้องกินส้มแขกปริมาณเท่าไร และต้องใช้ระยะเวลาในการกินเท่าไรถึงจะเห็นผล โดยหากกินส้มแขกมากไปอาจทำให้ – คลื่นไส้ อาเจียน – ไม่สบายท้อง – ปวดศีรษะ – ตับมีปัญหา

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ส้มแขกมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง ปวดศีรษะ เป็นต้น นอกจากนี้ หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องเสียหรือระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วย

ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคตับ และ หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานส้มแขกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากส้มแขกเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ

ส้มแขกกับการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ

การใช้ส้มแขกเพื่อลดน้ำหนักจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การกินส้มแขกเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ จึงควร – ออกกำลังกาย – กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินอาหารให้หลายหลาย – หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน – ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การคงที่ของน้ำหนัก

ข้อดีของส้มแขกคือ การรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนักจากส้มแขกยังไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โยโย่อีกด้วย และ เมื่อหยุดรับประทานส้มแขก ร่างกายจึงไม่กลับมาอ้วนอีกแน่นอน และที่สำคัญ คือ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน

ส้มแขกในอาหารไทย การใช้งานแบบดั้งเดิม

นอกจากการใช้ลดน้ำหนักแล้ว ส้มแขกยังเป็นส่วนผสมสำคัญในอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารภาคใต้ แถวตลาดนัด เขาจะขายกันแบบฝานเป็นชิ้นบาง ๆ เป็นส้มแขกตากแห้งโดยนำไปตากแห้งจนมีสีหมองดำ ๆ หมองคล้ำ ซึ่งสามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้นานหลายเดือน โดยวิธีการนำไปใช้คือนำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วใส่ลงไปในหม้อ เพียงไม่กี่กลีบก็จะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยว พร้อมให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น หรือจะนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน

ประโยชน์อื่นๆ ของส้มแขก

ส้มแขกมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ โดยมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยเฉพาะเปลือกผลที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนัก ด้วยการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลให้เป็นไขมันสะสม นอกจากนี้ส่วนรากและใบยังช่วยแก้ปวดหู ส่วนดอกใช้แก้ไอและขับเสมหะได้อีกด้วย

HCA ในส้มแขกยังมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ช่วยลดอาการภูมิแพ้ นอกจากนี้ ส้มแขกยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา

การเลือกผลิตภัณฑ์ส้มแขก

สำหรับผู้ที่สนใจจะใช้ส้มแขกเพื่อลดน้ำหนัก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบส่วนประกอบได้ถึงต้นทาง และกินตามปริมาณที่แนะนำอย่างเคร่งครัด

มีส้มแขก 2 ชนิดหลักที่พบ ชนิดที่ 1 พบมากในประเทศไทย คือ Garcinia atroviridis Griff พบมากในพม่า และทางภาคใต้ของไทย รวมถึงในมาเลเซีย และสิงค์โปร ชนิดที่ 2 พบมากในอินเดีย คือ Garcinia cambogia Desr. ทั้งสองชนิดมีสรรพคุณคล้ายกัน แต่ปริมาณสารออกฤทธิ์อาจแตกต่างกัน

บทสรุป ส้มแขก ทางเลือกธรรมชาติสำหรับคนอยากหุ่นดี

ส้มแขกเป็นสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพสูงในการช่วยลดน้ำหนักและควบคุมรูปร่าง ด้วยสาร HCA ที่มีกลไกการทำงานหลากหลาย ทั้งการยับยั้งการสร้างไขมันใหม่ การเผาผลาญไขมันเดิม และการลดความอยากอาหาร ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม การใช้ส้มแขกควรทำอย่างระวังระยะ เริ่มต้นด้วยขนาดน้อยและค่อยๆ เพิ่มขึ้น หากมีอาการไม่พึงประสงค์ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ การใช้ส้มแขกร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การกินอาหารครบ 5 หมู่ และการดื่มน้ำเพียงพอ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนในการลดน้ำหนัก

ส้มแขกจึงไม่เพียงเป็นเครื่องเคียงในครัวไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าทางการแพทย์สูง เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของภูมิปัญญาไทยที่โลกให้การยอมรับ และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพและรูปร่างอย่างเป็นธรรมชาติ