เผยผลทดสอบ iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นด้วย Geekbench พบชิปเซ็ตใหม่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นเด่นชัด

Apple Inc. ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่องาน “Awe Dropping” ที่สำนักงานใหญ่ Apple Park รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยได้เปิดตัว iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วย iPhone 17, iPhone 17 Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นในเวลา 10.00 น. ตามเวลาแปซิฟิก หรือตรงกับเวลา 00.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2025 ตามเวลาประเทศไทย

หลังจากการเปิดตัวแล้วเพียง 3 วัน ล่าสุดได้มีการเผยแพร่ผลทดสอบประสิทธิภาพของ iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นผ่านแพลตฟอร์ม Geekbench ซึ่งเป็นโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ผลทดสอบดังกล่าวเผยให้เห็นถึงความสามารถของชิปเซ็ตใหม่ A19 และ A19 Pro ที่เป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้

ภาพรวมชิปเซ็ตใหม่และเทคนโลยีที่น่าสนใจ

สำหรับ iPhone 17 ซีรีส์ใหม่นี้ Apple ได้พัฒนาชิปเซ็ตใหม่ถึง 2 รุ่น ได้แก่ A19 สำหรับรุ่น iPhone 17 และ iPhone 17 Air ส่วน A19 Pro สำหรับรุ่น iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max โดยทั้งสองชิปเซ็ตนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตรใหม่ล่าสุด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน

นอกจากนี้ Apple ยังได้อัปเกรดระบบหน่วยความจำ (RAM) เป็น LPDDR5x ความเร็วสูง โดย iPhone 17 ได้รับการติดตั้งแรมขนาด 8 GB ส่วนรุ่น Air, Pro และ Pro Max ได้รับการอัปเกรดเป็น 12 GB ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเด่นชัด การอัปเกรดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ และการทำงานหลายๆ งานพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผลทดสอบ iPhone 17 รุ่นพื้นฐาน – ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ

iPhone 17 รุ่นพื้นฐาน (หมายเลขรุ่น iPhone 18,3) ซึ่งได้รับการติดตั้งชิปเซ็ต A19 พร้อมด้วยแรม LPDDR5x ขนาด 8 GB ได้แสดงผลทดสอบที่น่าประทับใจในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านประสิทธิภาพการประมวลผล (CPU Performance)

  • การทดสอบแกนเดียว (Single-Core): 3,608 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ iPhone 16
  • การทดสوบหลายแกน (Multi-Core): 8,810 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ด้านประสิทธิภาพกราฟิก (GPU Performance)

  • คะแนน Metal: 37,014 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดถึง 33% เมื่อเทียบกับ iPhone 16

ผลทดสอบของ iPhone 17 แสดงให้เห็นว่า Apple สามารถพัฒนาประสิทธิภาพของชิปเซ็ตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านกราฟิกที่มีการปรับปรุงอย่างเด่นชัด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเล่นเกม ดูวิดีโอ และใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการกราฟิกสูงได้อย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

iPhone 17 Air – ดีไซน์บางเฉียบด้วยประสิทธิภาพระดับ Pro

iPhone 17 Air (หมายเลขรุ่น iPhone 18,4) เป็นรุ่นใหม่ที่ Apple เปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยเป็นการแทนที่รุ่น Plus ที่เคยมีในรุ่นก่อนๆ รุ่นนี้โดดเด่นด้วยความบางเฉียบ แต่ยังคงประสิทธิภาพระดับสูง โดยได้รับการติดตั้งชิปเซ็ต A19 Pro พร้อมแรม LPDDR5x ขนาด 12 GB

ผลทดสอบประสิทธิภาพของ iPhone 17 Air

  • การทดสอบแกนเดียว (Single-Core): 3,674 คะแนน
  • การทดสอบหลายแกน (Multi-Core): 8,824 คะแนน
  • คะแนน Metal: 37,743 คะแนน

จากผลทดสอบจะเห็นได้ว่า iPhone 17 Air มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับรุ่น iPhone 17 แต่มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ดีกว่าเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Apple ได้ใส่ใจในการพัฒนารุ่นใหม่นี้ให้มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่บาง เบา แต่ยังคงมีประสิทธิภาพสูง

การเปิดตัว iPhone 17 Air ถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์ที่บางเฉียบและน้ำหนักเบา แต่ยังคงต้องการประสิทธิภาพที่ดี รุ่นนี้คาดว่าจะได้รับความนิยมจากผู้ใช้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างขนาด ประสิทธิภาพ และราคา

iPhone 17 Pro – ความแรงระดับมืออาชีพ

iPhone 17 Pro (หมายเลขรุ่น iPhone 18,1) เป็นรุ่นที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้รับการติดตั้งชิปเซ็ต A19 Pro พร้อมแรม LPDDR5x ขนาด 12 GB เช่นเดียวกับรุ่น Air แต่มีการปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด

ผลทดสอบประสิทธิภาพของ iPhone 17 Pro

  • การทดสอบแกนเดียว (Single-Core): 3,523 คะแนน
  • การทดสอบหลายแกน (Multi-Core): 9,028 คะแนน
  • คะแนน Metal: 44,342 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Air และสูงขึ้น 32% เมื่อเทียบกับ iPhone 16 Pro

ที่น่าสนใจคือประสิทธิภาพด้านกราฟิกของ iPhone 17 Pro ที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Apple ได้พัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิกใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก การปรับปรุงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการกราฟิกสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอ 4K, การเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยงาม และการใช้งานแอปพลิเคชันเกี่ยวกับ AR/VR ได้อย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

iPhone 17 Pro Max – จุดสูงสุดของประสิทธิภาพ

iPhone 17 Pro Max (หมายเลขรุ่น iPhone 18,2) เป็นรุ่นท็อปของไลน์ iPhone 17 โดยได้รับการติดตั้งชิปเซ็ต A19 Pro พร้อมแรม LPDDR5x ขนาด 12 GB เช่นเดียวกับรุ่น Pro แต่มีการปรับแต่งให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุด

ผลทดสอบประสิทธิภาพของ iPhone 17 Pro Max

  • การทดสอบแกนเดียว (Single-Core): 3,781 คะแนน
  • การทดสอบหลายแกน (Multi-Core): 9,679 คะแนน
  • คะแนน Metal: 45,657 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 40% เมื่อเทียบกับ iPhone 16 Pro Max

ผลทดสอบของ iPhone 17 Pro Max แสดงให้เห็นว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในซีรีส์นี้ โดยเฉพาะในด้านการประมวลผลหลายแกนและกราฟิก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้มืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ช่างภาพ นักสร้างเนื้อหา หรือผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ เป็นประจำ

การที่ iPhone 17 Pro Max มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ถือเป็นการพัฒนาที่น่าประทับใจมาก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพกราฟิกสูง เช่น การแต่งวิดีโอ 8K, การใช้งานแอปพลิเคชัน 3D modeling หรือการเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับ console ได้อย่างลื่นไหล

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพแต่ละรุ่น

เมื่อนำผลทดสอบของ iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นมาเปรียบเทียบกัน จะพบว่า:

ด้านประสิทธิภาพ CPU (การประมวลผลแกนเดียว)

  1. iPhone 17 Pro Max: 3,781 คะแนน
  2. iPhone 17 Air: 3,674 คะแนน
  3. iPhone 17: 3,608 คะแนน
  4. iPhone 17 Pro: 3,523 คะแนน

ด้านประสิทธิภาพ CPU (การประมวลผลหลายแกน)

  1. iPhone 17 Pro Max: 9,679 คะแนน
  2. iPhone 17 Pro: 9,028 คะแนน
  3. iPhone 17 Air: 8,824 คะแนน
  4. iPhone 17: 8,810 คะแนน

ด้านประสิทธิภาพ GPU (กราฟิก)

  1. iPhone 17 Pro Max: 45,657 คะแนน
  2. iPhone 17 Pro: 44,342 คะแนน
  3. iPhone 17 Air: 37,743 คะแนน
  4. iPhone 17: 37,014 คะแนน

จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่า iPhone 17 Pro Max มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน ตามด้วย iPhone 17 Pro ส่วน iPhone 17 และ iPhone 17 Air มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่ iPhone 17 Air จะมีประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ดีกว่าเล็กน้อยเนื่องจากการใช้ชิปเซ็ต A19 Pro

เทคโนโลยีใหม่ที่สนับสนุนประสิทธิภาพ

ความสำเร็จในการพัฒนาประสิทธิภาพของ iPhone 17 ซีรีส์มาจากเทคโนโลยีหลายอย่าง ได้แก่:

เทคโนโลยีการผลิต 3 นาโนเมตร: ชิปเซ็ต A19 และ A19 Pro ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm ใหม่ล่าสุด ซึ่งช่วยให้สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้มากขึ้นในพื้นที่เดิม ส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและการใช้พลังงานลดลง

สถาปัตยกรรม CPU ใหม่: Apple ได้พัฒนาสถาปัตยกรรม CPU ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะในการประมวลผล AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

GPU ที่พัฒนาใหม่: หน่วยประมวลผลกราฟิกใน A19 และ A19 Pro ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด

ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น: Apple ได้ปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้ชิปเซ็ตสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นเวลานานขึ้น

ผลกระทบต่อผู้ใช้และอนาคต

ผลทดสอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของ iPhone 17 ซีรีส์จะส่งผลดีต่อผู้ใช้ในหลายด้าน:

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป: จะสัมผัสได้ถึงความเร็วในการเปิดแอป, การสลับระหว่างแอป และการตอบสนองของระบบโดยรวมที่ดีขึ้น

สำหรับนักสร้างเนื้อหา: สามารถแต่งวิดีโอ 4K-8K, ถ่ายภาพ RAW และใช้งานแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น

สำหรับนักเล่นเกม: สามารถเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงได้อย่างลื่นไหล พร้อมกับอัตราเฟรมที่สูงและคุณภาพภาพที่ดีขึ้น

สำหรับผู้ใช้แอป AI: ฟีเจอร์ AI ต่างๆ จะทำงานได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น เช่น การแปลภาษา, การจดจำเสียง และการประมวลผลภาพ

การพัฒนาประสิทธิภาพครั้งนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีในอนาคต เช่น การใช้งาน AR/VR, การประมวลผล AI บนเครื่อง และการใช้งาน 5G ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

บทสรุป

ผลทดสอบ iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นด้วย Geekbench แสดงให้เห็นว่า Apple ยังคงเป็นผู้นำในการพัฒนาประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในด้านกราฟิกที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดถึง 40% ในรุ่น Pro Max การอัปเกรดประสิทธิภาพครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีในอนาคตที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพ CPU จะอยู่ในระดับ 10-11% ซึ่งถือว่าเป็นการปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่การเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพ GPU ที่สูงถึง 33-40% ถือเป็นการพัฒนาที่น่าประทับใจมาก ซึ่งจะช่วยให้ iPhone 17 ซีรีส์สามารถรองรับการใช้งานที่ต้องการกราฟิกสูงได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาอัปเกรดเป็น iPhone 17 ซีรีส์ ควรเลือกรุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดย iPhone 17 และ iPhone 17 Air เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ส่วน iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในด้านกราฟิกและการประมวลผลหลายๆ งานพร้อมกัน