ในยุคที่พนักงานลาออกเพราะหัวหน้ามากกว่าบริษัท การมีผู้นำที่ยืดหยุ่นและเข้าใจคนหลากหลายบุคลิกภาพกลายเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ
จากรายงานการวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการลาออกของพนักงานในหลายองค์กรไม่ได้เกิดจากเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่เกิดจากปัญหาการบริหารงานและการสื่อสารของผู้บังคับบัญชา ทำให้การเลือกผู้นำที่มีบุคลิกภาพเหมาะสมกลายเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญมากขึ้น
ในโลกของการบริหารงาน คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับหัวหน้าที่มีบุคลิกแบบ Introvert (คนเก็บตัว) และ Extrovert (คนเปิดเผย) แต่มีอีกหนึ่งบุคลิกภาพที่กำลังได้รับความสนใจจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลทั่วโลก นั่นคือ ผู้นำที่มีบุคลิกภาพแบบ “Ambivert” หรือบุคลิกที่ผสมผสานจุดแข็งของทั้ง Introvert และ Extrovert เข้าไว้ด้วยกัน
ทำไมบุคลิกภาพถึงสำคัญสำหรับผู้นำยุคใหม่
การเป็นหัวหน้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่บทบาทของผู้ตัดสินใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสื่อสาร สร้างความเข้าใจ บริหารอารมณ์ตนเอง และรับมือกับความหลากหลายของสมาชิกในทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่แพ้ทักษะทางเทคนิคใดๆ
จากบทความใน Psychology Today โดย ดร.ซูซานเน เดกเก็ส-ไวท์ (Dr. Suzanne Degges-White) นักจิตวิทยาชื่อดัง ได้กล่าวถึงจุดแข็งของหัวหน้าแบบ Ambivert ว่า “พวกเขามักจะมีสัญชาตญาณที่ดีในการแก้ปัญหาอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว มีการทำงานที่สมดุลและมั่นคง ไม่เสี่ยงเกินไปแต่ก็ยังเปิดรับโอกาสใหม่ๆ”
นอกจากนี้ สเตฟาน ฟอล์ค (Stefan Falk) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในที่ทำงานและผู้เขียนหนังสือ “Intrinsic Motivation: Learn to Love Your Work and Succeed as Never Before” ได้ให้ความเห็นผ่าน CNBC Make It ว่า “บุคลิกภาพของหัวหน้าแบบ Ambivert เป็นบุคลิกที่โดดเด่น ซึ่งสามารถใช้การคิดวิเคราะห์รวมถึงการสื่อสารได้อย่างมีกลยุทธ์และสมดุล”
การวิจัยที่พิสูจน์ความเป็นเลิศของ Ambivert
ผลการวิจัยที่น่าสนใจมาจาก ศาสตราจารย์อดัม แกรนท์ (Adam Grant) แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ที่ได้ทำการศึกษาในปี 2013 ภายใต้หัวข้อ “The Advantage of Ambiverts” โดยการวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การหาคำตอบว่า บุคลิกภาพแบบใดจะสามารถทำยอดขายได้มากที่สุด
ผลการศึกษาจากพนักงานในคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 340 คน พบข้อค้นพบที่น่าแปลกใจ กลุ่มที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดไม่ใช่กลุ่ม Extrovert ที่หลายคนคิดว่าควรจะเป็น แต่กลับเป็นกลุ่ม Ambivert ที่อยู่ตรงกลาง ผลการวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการมองบทบาทของบุคลิกภาพในการทำงาน
การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของ Ambivert ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใจและตอบสนองต่อลูกค้าที่มีบุคลิกหลากหลายได้ดีกว่า ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับผู้นำในยุคปัจจุบัน
8 จุดแข็งเด่นของหัวหน้าแบบ Ambivert ที่ทีมงานต้องการ
1. โฟกัสที่เป้าหมายมากกว่ากิจกรรม
หัวหน้าแบบ Ambivert มีความโดดเด่นในเรื่องของการตัดสินใจเลือกกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม แต่จะพิจารณาว่าโอกาสนั้นๆ สอดคล้องกับเป้าหมายหรือค่านิยมของตนเองและองค์กรมากแค่ไหน
ตยอดอาง เช่น ในกรณีที่บริษัทจัดงาน After Party เพื่อฉลองความสำเร็จ แต่ในสัปดาห์หน้าทีมต้องเสนอโปรเจกต์สำคัญให้กับลูกค้าใหญ่ หัวหน้าแบบ Ambivert อาจเลือกที่จะไม่เข้าร่วมงานเลี้ยง แต่ใช้เวลานั้นในการเตรียมข้อมูลและกลยุทธ์สำหรับการนำเสนอแทน
การตัดสินใจแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญและการมองภาพรวมขององค์กรได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญมากสำหรับผู้นำที่ต้องรับผิดชอบต่อผลงานของทั้งทีม
2. ได้พลังจากการอยู่กับตัวเองและใช้มันสร้างไอเดียใหม่
การที่หัวหน้าแบบ Ambivert อยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องของการหลีกหนีจากสังคม แต่เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าสำหรับการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในช่วงเวลาเหล่านี้ พวกเขาสามารถทบทวนข้อมูลจากการประชุมหรือการทำงานประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง
หลังจากเลิกงาน หัวหน้าแบบ Ambivert มักจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างเงียบๆ ที่บ้าน เพื่อทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวัน วิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนกลยุทธ์สำหรับอนาคต เมื่อได้ไอเดียใหม่ที่น่าสนใจ พวกเขาก็จะนำมาแบ่งปันกับทีมในโอกาสถัดไป
ความสามารถในการใช้เวลาส่วนตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดนี้ ทำให้หัวหน้าแบบ Ambivert สามารถนำเสนอมุมมองและแนวทางใหม่ที่สร้างสรรค์ให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ
3. สื่อสารได้หลายสไตล์เพราะเข้าใจภาษาของคนต่างบุคลิก
จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของหัวหน้าแบบ Ambivert คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละคนในทีม เนื่องจากพวกเขามีลักษณะของทั้ง Introvert และ Extrovert จึงเข้าใจถึงความต้องการในการสื่อสารของทั้งสองกลุ่มได้เป็นอย่างดี
ในทีมที่มีสมาชิกหลากหลายบุคลิก หัวหน้าแบบ Ambivert จะรู้ว่าควรใช้วิธีการใดในการสื่อสารกับแต่ละคน เช่น การแบ่งงานให้กับทีม พวกเขาอาจใช้การโทรศัพท์คุยโดยตรงกับสมาชิกทีมที่มีบุคลิก Extrovert เพื่อให้ได้รับข้อมูลย้อนกลับทันที แต่สำหรับสมาชิกที่มีบุคลิก Introvert พวกเขาจะเลือกใช้การนัดหมายแบบ One-on-One ล่วงหน้า เพื่อให้อีกฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
ความยืดหยุ่นในการสื่อสารนี้ ทำให้ทุกคนในทีมรู้สึกว่าได้รับการเข้าใจและเกิดแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น
4. รู้จังหวะในการนำและพร้อมถอยเพื่อให้ทีมได้โชว์
หัวหน้าแบบ Ambivert มีความสามารถพิเศษในการรู้จังหวะที่เหมาะสมระหว่างการเป็นผู้นำและการเป็นผู้สนับสนุน แม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถในการดึงดูดความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจได้ดี แต่ก็รู้ว่าเมื่อใดควรให้โอกาสทีมงานได้แสดงศักยภาพของตนเอง
ในสถานการณ์การนำเสนองานให้กับลูกค้า หัวหน้าแบบ Ambivert มักจะเป็นคนเริ่มต้นการสนทนา สร้างบรรยากาศที่ดี และดึงดูดความสนใจของลูกค้า แต่เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม พวกเขาจะค่อยๆ ถอยออกมาเป็นผู้สนับสนุนและให้ทีมงานได้นำเสนอผลงานต่อ
การรู้จักให้เกียรติและสร้างโอกาสให้ทีมงานได้เติบโตนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกในทีม แต่ยังช่วยพัฒนาศักยภาพของทีมงานให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว
5. ให้ Feedback แบบพัฒนาจริงไม่ใช่แค่ตำหนิ
การให้ข้อเสนอแนะของหัวหน้าแบบ Ambivert มีลักษณะที่แตกต่างจากการวิพากษ์วิจารณ์ทั่วไป พวกเขามีความสามารถในการมองเห็นจุดที่ต้องพัฒนาและนำเสนอในลักษณะที่สร้างสรรค์และเรียกความมั่นใจคืนให้กับทีมงาน
แทนที่จะพูดในลักษณะที่ตำหนิ เช่น “งานนี้ยังไม่สมบูรณ์ ไปแก้ไขมาใหม่” หัวหน้าแบบ Ambivert จะให้ข้อเสนอแนะที่เจาะจงและสร้างสรรค์ เช่น “อยากเห็นข้อมูลกลุ่มอายุที่ครอบคลุมมากกว่านี้” หรือ “เพิ่มรายละเอียดของแผนการติดตามผลได้อีก จะทำให้งานชิ้นนี้สมบูรณ์มากขึ้น”
รูปแบบการให้ Feedback แบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ทีมงานเข้าใจถึงจุดที่ต้องปรับปรุงได้ชัดเจนขึ้น แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นบวกและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
6. สังเกตเก่งมองเห็นโอกาสในเรื่องเล็กๆ
หัวหน้าแบบ Ambivert มีความไวในการอ่านสถานการณ์และผู้คนรอบตัว พวกเขาสามารถวิเคราะห์รายละเอียดของการสนทนา สังเกตการเปลี่ยนแปลงในตลาด และมองเห็นโอกาสที่อาจจะมีคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม
ตัวอย่างเช่น เมื่อสังเกตเห็นว่าผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับกีฬาวิ่งมากขึ้น หัวหน้าแบบ Ambivert อาจเสนอแนวคิดในการจัดแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับกีฬา หรือสร้าง Promotion ที่เชื่อมโยงกับเทรนด์นี้เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
ความสามารถในการมองเห็นโอกาসจากรายละเอียดเล็กๆ นี้ มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมและการเติบโตขององค์กร โดยที่หลายครั้งโอกาสเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์หลักขององค์กร
7. พลิกสถานการณ์ธรรมดาให้มีค่าเสมอ
หัวหน้าแบบ Ambivert มีทักษะในการมองหาโอกาสและสร้างคุณค่าแม้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีความหมายหรือน่าเบื่อ พวกเขาไม่ยอมให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า แต่จะพยายามค้นหาประโยชน์ที่อาจจะได้รับจากทุกสถานการณ์
ในกรณีที่ต้องเข้าร่วมการประชุมที่ดูไม่ค่อยสำคัญ หรือไปงานสัมมนาที่อาจจะไม่ตรงกับความสนใจ หัวหน้าแบบ Ambivert จะมองหาโอกาสในการสร้างเครือข่าย การเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือการหาข้อมูลที่อาจจะมีประโยชน์ต่อองค์กร
เช่น ในงานสัมมนาต่างจังหวัดที่มีวิทยากรจากบริษัทใหญ่มาร่วม หัวหน้าแบบ Ambivert จะหาโอกาสเข้าไปสนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อ หรือนัดหมายสัมภาษณ์นอกรอบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่อาจจะเป็นประโยชน์ในอนาคต
8. แก้ปัญหาได้แบบเป็นกลางเข้าใจทั้งเหตุผลและความรู้สึก
จุดแข็งสำคัญที่สุดของหัวหน้าแบบ Ambivert คือ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นกลางและครอบคลุม พวกเขาไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มองหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ด้วยความเข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งและประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลาย หัวหน้าแบบ Ambivert สามารถมองเห็นได้ทั้งมุมของเหตุผลเชิงตรรกะและด้านอารมณ์ความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถหาทางออกที่ลงตัวและยั่งยืน
เมื่อเกิดความขัดแย้งภายในทีม หัวหน้าแบบ Ambivert จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เป็นธรรม ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และใช้ความเป็นกลางในการจัดการกับปัญหา โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและความรู้สึกของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
อนาคตของการเป็นผู้นำในยุคใหม่
การศึกษาและการวิจัยต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า การเป็นหัวหน้าที่มีบุคลิกแบบ Ambivert ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองเป็นข้อด้อยหรือความไม่แน่นอน กลับกันแล้วมันเป็นจุดแข็งที่สร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้ การมีผู้นำที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจคนที่มีความแตกต่างกัน และสร้างสมดุลระหว่างการเป็นผู้นำกับการเป็นผู้สนับสนุน กลายเป็นคุณสมบัติที่มีค่ายิ่งขึ้น
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่า ในอนาคตองค์กรต่างๆ จะให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความสามารถในการทำงานกับคนที่มีความหลากหลายทางบุคลิกภาพมากขึ้น และบุคลิก Ambivert ก็คือคำตอบที่ตรงกับความต้องการนี้
บทสรุป: ความยืดหยุ่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
การนำเอาข้อได้เปรียบของบุคลิก Ambivert ไปใช้ในการบริหารทีม ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้นำสามารถทำงานกับคนที่มีความหลากหลายได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนา และความสำเร็จร่วมกัน
ในขณะเดียวกัน การเป็นหัวหน้าแบบ Introvert หรือ Extrovert ก็ยังคงมีข้อดีที่แตกต่างและมีคุณค่าในตัวเอง ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้และพัฒนาจุดแข็งของตนเองให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการขององค์กร
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ การเรียนรู้และเข้าใจบุคลิกภาพของตนเองเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และการพัฒนาความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และคนที่แตกต่างกัน ก็คือทักษะที่จะช่วยให้การเป็นผู้นำในยุคใหม่ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
การเป็นผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น Introvert หรือ Extrovert เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการเข้าใจ ปรับตัว และสร้างคุณค่าให้กับทีมและองค์กรในทุกสถานการณ์ และนั่นคือสิ่งที่หัวหน้าแบบ Ambivert สามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ