ผู้ก่อตั้ง Social Chain และ Flight Fund เผยปรัชญาชีวิตที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักผู้ประกอบการที่มีอิทธิพลที่สุดในยุคนี้
Steven Bartlett นักผู้ประกอบการชาวอังกฤษวัย 33 ปี (เกิด 26 สิงหาคม 1992) ได้แชร์ 33 บทเรียนชีวิตที่สำคัญในโอกาสวันเกิดของเขา ซึ่งกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลก
Bartlett ที่รู้จักกันในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท Social Chain ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทการตลาดดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุโรป และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนักลงทุนในรายการ Dragons’ Den ของ BBC ได้นำเสนอมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความสำเร็จ การเติบโต และความหมายของชีวิต
บทเรียนแรก: ศิลปะของการลบ ไม่ใช่การเพิ่ม
“ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องทำมากขึ้น แต่มันคือศิลปะของการลบสิ่งไม่สำคัญออกไป” Bartlett กล่าว “ยิ่งโตยิ่งเข้าใจว่าเราไม่ได้ล้มเหลวเพราะทำไม่พอ แต่เพราะเอาแรงไปทิ้งกับสิ่งที่ไม่จำเป็น”
บทเรียนนี้สะท้อนปรัชญาการทำงานของเขาที่เน้นการมุ่งเป้า (Focus) มากกว่าการทำหลายอย่างพร้อมกัน โดยเขาเชื่อว่าการรู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่สำคัญคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ
การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด: ความรักและความสัมพันธ์
หนึ่งในบทเรียนที่โดดเด่นคือการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล “การใช้เวลาลงทุนกับคนที่คุณรักจะยังคงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดตลอดไป มากกว่าคริปโตและหุ้นตัวไหนๆ บนโลกนี้” เขากล่าว
การแต่งงานก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เขาให้ความสำคัญ โดยเขามองว่า “คนที่คุณแต่งงานด้วยคืองานที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่คุณต้องตัดสินใจ” ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวมีผลกระทบต่อความสำเร็จในการงานอย่างมาก
มุมมองใหม่ต่อความล้มเหลวและการเติบโต
Bartlett นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่เกี่ยวกับความล้มเหลว “ความล้มเหลวไม่ใช่ขั้วตรงข้ามของความสำเร็จ แต่มันคือค่าเล่าเรียนที่คุณต้องจ่ายเพื่อบทเรียนนี้” เขาอธิบาย
เขายังเชื่อว่า “โอกาสมักใส่หน้ากากเข้ามาในรูปของปัญหา คนที่วิ่งหนีปัญหา ก็วิ่งหนีโอกาสไปพร้อมกัน” ซึ่งเป็นมุมมองที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในเส้นทางการประกอบการของเขาเอง
สำหรับการเติบโต เขามองว่า “การเติบโตในตอนแรก มักให้ความรู้สึกเหมือนการสูญเสีย คุณต้องปล่อยบางสิ่งไป เพื่อให้สิ่งใหม่เกิดขึ้น” ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ของเขาที่เคยลาออกจากมหาวิทยาลัยในคาบแรกเพื่อสร้างธุรกิจของตัวเอง
ความสำคัญของสุขภาพจิตและการดูแลตนเอง
หนึ่งในจุดเด่นของ Steven Bartlett คือการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต ซึ่งเป็นเรื่องที่นักผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองข้าม “สุขภาพคือฐานรากของทุกความฝัน ตึกจะสูงแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าฐานมันพัง” เขากล่าว
เขายังเน้นย้ำว่า “ถ้ามันแลกด้วยความสงบสุข มันแพงเกินไป” และ “การปกป้องเวลา คือการเคารพและดูแลตัวเองขั้นสูงสุด”
ประสบการณ์ส่วนตัวของ Bartlett ในการลาออกจากบริษัทที่ตัวเอง IPO ด้วยเหตุผลทางสุขภาพจิตได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของความสมดุลในชีวิต
ปรัชญาการทำงาน: ความสม่ำเสมอชนะพรสวรรค์
ในด้านการทำงาน Bartlett เชื่อมั่นว่า “พรสวรรค์อาจพาคุณออกสตาร์ท แต่ความสม่ำเสมอเท่านั้นที่พาคุณถึงเส้นชัย” และ “งานยิ่งใหญ่ ไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์แบบ แต่มาจากงานดีๆ ที่ทำซ้ำเรื่อยๆ”
เขายังเน้นถึงความสำคัญของระบบมากกว่าเป้าหมาย “คุณไม่ได้ปีนขึ้นไปสู่เป้าหมาย แต่คุณต้องเดินเข้าไปตามระบบที่คุณสร้างไว้” ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ว่าการสร้างนิสัยและกระบวนการที่ดีจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าการตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียว
การจัดการอารมณ์และความกลัว
Bartlett ให้ความสำคัญกับการเข้าใจอารมณ์ตนเอง “ความโกรธที่ดูแข็งแกร่ง มักเป็นเพียงความกลัวที่เปลี่ยนชุดมาใหม่” เขาอธิบาย “การโต้เถียงคือสนามรบของบาดแผลวัยเด็ก ไม่ใช่เหตุผลในวันนี้”
สำหรับความกลัว เขามองว่า “ความกลัวจะเล็กลงทุกก้าวที่คุณเดินเข้าใกล้มัน” และ “วันที่คุณเลิกกลัวความอับอาย คือวันที่คุณเริ่มไร้ขีดจำกัด”
การสื่อสารและความสัมพันธ์
ในด้านการสื่อสาร เขาเชื่อว่า “บทสนทนาที่หนักคือดอกเบี้ยทบต้นของความสัมพันธ์ แต่การเลี่ยงมันสะสมเหมือนโรคร้าย” และ “ความเสียใจเสียงดังยิ่งกว่าการถูกปฏิเสธ”
เขายังให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติว่า “อยากรู้ว่าใครให้ค่ากับอะไร? ดูเวลาเขาใช้ไปกับสิ่งไหน ไม่ใช่คำพูด” และ “พลังงานของคุณจะพูดแทนคุณ ก่อนที่คุณจะเอ่ยคำแรกเสมอ”
การเรียนรู้และการแก้ปัญหา
Bartlett เน้นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง “ถ้าอธิบายให้ง่ายไม่ได้ แสดงว่ายังเข้าใจไม่ลึกพอ” และ “ทุกปัญหามีทางออก ถ้าคุณกล้ายอมดูโง่บ้าง”
เขายังให้มุมมองเกี่ยวกับการจัดการกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ “ถ้าเปลี่ยนมันไม่ได้ ก็เปลี่ยนมุมมองของคุณแทน”
ความมั่นใจและการพัฒนาตนเอง
“ความมั่นใจไม่ใช่พรสวรรค์ แต่มันคือการไม่หักหลังตัวเอง” Bartlett อธิบายถึงที่มาของความมั่นใจที่แท้จริง เขาเชื่อว่าความมั่นใจเกิดจากการรักษาคำสัญญาที่ให้กับตัวเอง
เขายังเน้นว่า “วัยเด็กอาจอธิบายคุณได้ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างให้คุณติดอยู่ที่เดิม” ซึ่งสะท้อนความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้
การจัดการเวลาและความสำคัญ
“สมดุลไม่มีจริง มีแต่สิ่งที่คุณเลือกให้ความสำคัญก่อน” เขากล่าว ซึ่งเป็นมุมมองที่ท้าทายแนวคิดแบบเดิมเกี่ยวกับ Work-Life Balance
เขายังเตือนว่า “วินัยอาจดูยาก แต่ไม่เคยยากเท่าความเสียใจทีหลัง” และ “เดดไลน์หรือข้อจำกัดส่วนใหญ่เป็นกำแพงปลอมๆ หน้าที่คุณคือผลักมันดูว่ามันแข็งจริงหรือเปล่า”
การไม่ยอมแพ้และความอดทน
“ผู้ชนะไม่ใช่คนที่ตื่นเต้นตลอดเวลา แต่คือคนที่ทนทำซ้ำในความน่าเบื่อได้” เขาอธิบายถึงลักษณะที่แท้จริงของความสำเร็จ
เขายังเน้นความสำคัญของการมีสัญชาตญาณที่ดี “ความคิดแรก คือความจริงที่สุด ก่อนที่สมองจะใส่ความกลัวเข้ามา อย่าดับไฟมันเร็วเกินไป”
การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
“อย่าไล่ล่าแค่เป้าหมาย แต่สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณแทบจะชนะโดยอัตโนมัติ” เขาแนะนำ ซึ่งเป็นการเน้นถึงความสำคัญของการออกแบบสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความสำเร็จ
เป้าหมายใหม่ในวัย 33: การกล้าพูด “ไม่”
ในวาระครบรอบวันเกิด 33 ปี Bartlett เปิดเผยเป้าหมายใหม่ของเขาคือ “การกล้าพูดคำว่า ‘ไม่’ มากขึ้น ทำให้น้อยลง แต่ทำบางสิ่งให้ดียิ่งขึ้น”
เขาอธิบายว่า “แม้มันจะทำให้บางคนผิดหวัง แต่ถ้าเราไม่ฝึกทำให้คนอื่นผิดหวัง สุดท้าย เราจะเป็นคนที่ทำให้ตัวเองผิดหวัง”
ปรัชญาใหม่นี้เน้นหลักการ “Depth > Breadth (ลึกดีกว่ากว้าง), Quality > Quantity (คุณภาพมากกว่าปริมาณ), Meaningful progress > Busyness (สิ่งที่หมายความจริงๆ มากกว่าความยุ่ง)”
ผลกระทบต่อวงการผู้ประกอบการ
บทเรียน 33 ข้อของ Steven Bartlett ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักผู้ประกอบการและผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตและความสมดุลในชีวิต
หลายคนมองว่า Bartlett ได้ช่วยปิด Gap ที่นักผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่พูดถึง คือเรื่อง “Mental Health” (สุขภาพจิต) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน
บทสรุป: การเปลี่ยนแปลงจากภายใน
ประสบการณ์ส่วนตัวของ Steven Bartlett ที่เคยปิดธุรกิจตัวเองทั้งหมด 5 ธุรกิจ เพื่อให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และการได้เจอชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม มั่งคั่งกว่าเดิม และมีความสุขกว่าเดิม ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้าน
คำกล่าวที่เขาถือเป็นหลักคือ “ถ้าเราไม่ออกจากห้องเก่า เราจะเดินไปห้องใหม่ไม่ได้เลย” ซึ่งสะท้อนปรัชญาการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญและการมีศรัทธาในตัวเอง
บทเรียนสุดท้ายที่เขาเน้นย้ำคือ “โฟกัสในเกมของคุณ อย่าหลงเล่นเกมของคนอื่น” ซึ่งเป็นการเตือนใจให้ทุกคนกลับมามองตัวเองและสร้างเส้นทางชีวิตที่เป็นของตัวเอง
33 บทเรียนจาก Steven Bartlett ไม่เพียงแค่เป็นข้อคิดสำหรับนักผู้ประกอบการ แต่เป็นแนวทางชีวิตที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บทเรียนเหล่านี้ได้รับความนิยมและการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้คนทั่วโลก