คู่สามีภรรยาเนรคุณ! ลักทรัพย์นายจ้างสาวตาบอดนับล้าน พาเงินไปถลุงพนันบอล ทิ้งนายจ้างผู้มีพระคุณให้อยู่บ้าน-ขับรถหรู

สภ.รัตนาธิเบศร์ รวบลูกจ้างสองสามีภรรยาเนรคุณ ลักทรัพย์นายจ้างสาวตาบอด เสียหายกว่า 1 ล้านบาท หลังนายจ้างเอ็นดูจัดบ้านให้พัก มีรถให้ขับ กลับหักหลังใช้หินเจียรตัดตู้เซฟ ขโมยเงินสด-ทองคำมูลค่านับล้าน ก่อนนำไปเล่นพนันบอลจนหมดสิ้น

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอนุชิต คงปาน อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาชาย มาสอบสวนเพิ่มเติมในครั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นบ้านทาวน์เฮ้าส์ในย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของผู้ต้องหา แต่ผลการค้นไม่พบทรัพย์สินที่ถูกลักมาจากนายจ้างสาวตาบอดแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง 15 บาท หรือเงินสดจำนวน 200,000 บาท ที่หายไปจากตู้เซฟของผู้เสียหาย

เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงปากแข็งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกประการ แต่ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานที่ชัดเจนจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาทั้งสองเข้าไปในห้องของผู้เสียหาย พร้อมทั้งพบลายนิ้วมือของทั้งสองคนติดอยู่บนตู้เซฟที่ถูกงัดแงะ นอกจากนี้ยังมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้นำเงินที่ขโมยมาไปใช้เล่นพนันบอลผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยแต่ละครั้งจะเดิมพันครั้งละ 20,000-30,000 บาท จนกระทั่งเงินที่ขโมยมาหมดสิ้น

รายละเอียดการเกิดเหตุ – นายจ้างเดินทางต่างจังหวัด ถูกลักขณะไม่อยู่

กรณีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 นางสาวกิจศิริ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้พิการทางสายตา และเป็นภรรยาคนเก่าของนายกสมาคมคนตาบอดแห่งหนึ่ง ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยเธอได้เล่าว่าหลังจากที่เดินทางไปติดธุระต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายวัน และเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่พัก เธอได้พยายามเปิดตู้เซฟตามปกติเพื่อนำเงินออกมาใช้

แต่ปรากฏว่าตู้เซฟเปิดไม่ได้ตามปกติ ทำให้เธอรู้สึกสงสัย จึงได้โทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่รู้จักและไว้วางใจให้มาช่วยตรวจสอบตู้เซฟดังกล่าว เมื่อบุคคลนั้นมาถึงและตรวจสอบตู้เซฟ ถึงได้พบว่าตู้เซฟถูกคนร้ายใช้หินเจียรเครื่องมือตัดเหล็กตัดเข้าไปข้างใน และหลังจากนั้นก็ใช้กาวแข็งหยดปิดรอยตัดไว้เพื่อปกปิดการงัดแงะ ทำให้มองจากภายนอกแล้วไม่เห็นความผิดปกติอะไร

ทรัพย์สินในตู้เซฟหายไปบางส่วน แต่ไม่หมด

ภายในตู้เซฟดังกล่าวมีทรัพย์สินมีค่ามากมาย ได้แก่ เงินสดจำนวน 1,300,000 บาท และทองคำทั้งแท่งและรูปพรรณรวมกันมากถึง 50 บาท นางสาวกิจศิริซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตาได้ใช้มือคลำตรวจสอบดูทรัพย์สินที่จัดเรียงไว้ภายในตู้เซฟด้วยตัวเอง เพราะเธอจดจำตำแหน่งที่วางของไว้ได้ดี เมื่อตรวจสอบเสร็จพบว่า

เงินสดหายไปจำนวน 200,000 บาท จากทั้งหมด 1,300,000 บาท ส่วนทองคำแท่งขนาด 5 บาท หายไป 2 แท่ง ทองคำแท่งขนาด 3 บาท หายไป 1 แท่ง และทองรูปพรรณหายไปอีกหลายชิ้น รวมมูลค่าทองคำที่หายไปประมาณ 15 บาท คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายไปรวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสังเกตคือคนร้ายไม่ได้นำทรัพย์สินภายในตู้เซฟออกไปหมดทั้งหมด แต่เลือกนำออกไปเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่น่าสงสัยและทำให้ผู้เสียหายคาดการณ์ได้ว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิด หรือเป็นคนในบ้านที่รู้จักกันดีอย่างแน่นอน เพราะหากเป็นหัวขโมยจากภายนอกคงไม่มีเหตุผลที่จะทิ้งเงินและทองคำมูลค่าหลายล้านบาทไว้ในตู้

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบลายนิ้วมือและภาพจากกล้องวงจรปิด

หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งความแล้ว พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยประสานเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรีเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่บนตู้เซฟและบริเวณโดยรอบ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้หน้าห้องของผู้เสียหาย

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบภาพที่น่าสงสัยอย่างชัดเจน คือนางสาวสุรีรัตน์ (สงวนนามสกุล) และนายอนุชิต คงปาน สามีของเธอ ซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายได้เข้าไปในห้องของผู้เสียหายในช่วงเวลาที่ผู้เสียหายเดินทางไปต่างจังหวัด และอยู่ในห้องเป็นเวลานาน จากนั้นเมื่อผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือออกมา ก็พบว่ามีลายนิ้วมือของสามีภรรยาคู่นี้ติดอยู่บนตู้เซฟอย่างชัดเจน

ออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งคู่

ด้วยหลักฐานที่ชัดเจนและแน่นหนา พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการขอหมายจับจากศาลต่อนายอนุชิต คงปาน และนางสาวสุรีรัตน์ ภรรยาของเขา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต

เมื่อได้หมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาและสามารถจับกุมตัวนายอนุชิต ได้ก่อน ส่วนนางสาวสุรีรัตน์นั้น ได้หลบหนีไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว แต่ต่อมาไม่นานนางได้เดินทางมายังโรงพักสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ด้วยตัวเองเพื่อเยี่ยมสามีและขอทำเรื่องประกันตัวให้สามี

เจ้าหน้าที่ที่รอคอยอยู่จึงได้ดำเนินการจับกุมตัวเธอในทันทีที่เธอเดินเข้ามาในบริเวณโรงพัก ก่อนที่จะนำตัวทั้งสองคนเข้าห้องขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอนุชิตไปที่บ้านทาวน์เฮ้าส์ในย่านบางบัวทองซึ่งเป็นที่พักอาศัยของผู้ต้องหาเพื่อทำการค้นหาทรัพย์สินที่ถูกลักไป แต่น่าเสียดายที่ไม่พบทรัพย์สินดังกล่าวแม้แต่น้อย

ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง – ให้บ้านให้รถด้วยความเมตตา

จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า นางสาวกิจศิริ ผู้เสียหายในครั้งนี้ แม้จะเป็นผู้พิการทางสายตา แต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่มีฐานะดี มีทรัพย์สินมากมาย และที่สำคัญเธอเป็นคนที่มีจิตใจดี มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อลูกจ้างของเธอ

สำหรับนายอนุชิตและนางสาวสุรีรัตน์ สามีภรรยาคู่นี้ได้เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างให้กับนางสาวกิจศิริมาระยะหนึ่ง และด้วยความที่นายจ้างเป็นคนใจดี มีความรักใคร่เอ็นดูลูกจ้างของตนมาก จึงได้ไว้เนื้อเชื่อใจให้สามีภรรยาคู่นี้เป็นคนสนิทและดูแลกิจการต่างๆ ให้

นางสาวกิจศิริได้ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ให้สามีภรรยาคู่นี้อยู่อาศัยโดยไม่คิดค่าเช่า ซื้อรถยนต์เก่งให้ขับใช้ในการทำงานและใช้ส่วนตัว ให้เงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ที่ดี นอกจากนี้ยังให้คีย์การ์ดสำหรับเข้าออกที่พักของนายจ้างคนละหนึ่งใบ รวมทั้งกุญแจห้องต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้ามาดูแลบ้านและช่วยเหลืองานต่างๆ ได้สะดวก

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเมตตาที่นายจ้างมีต่อลูกจ้างทั้งสองคนอย่างสูงมาก แต่กลับไม่คิดเลยว่าความดีที่ทำไปจะกลับกลายเป็นโอกาสให้ลูกจ้างทั้งสองหักหลังและเนรคุณ

อาศัยโอกาสนายจ้างไม่อยู่ ลงมือปล้นทรัพย์

จากการสืบสวนพบว่า สามีภรรยาคู่นี้ได้วางแผนอาชญากรรมมาอย่างดีโดยรอคอยโอกาสที่นายจ้างจะไม่อยู่บ้าน และเมื่อโอกาสมาถึงในช่วงที่นางสาวกิจศิริต้องเดินทางไปติดธุระต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายวัน ทั้งสองจึงได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้

ทั้งสองใช้คีย์การ์ดที่นายจ้างให้ไว้เข้าไปในที่พัก จากนั้นก็เข้าไปในห้องของนายจ้างด้วยกุญแจที่มีอยู่ เมื่อเข้าไปในห้องแล้วก็นำเครื่องมือหินเจียรที่เตรียมมาตัดตู้เซฟจนเปิดได้ แล้วนำเงินสดและทองคำออกมาบางส่วน หลังจากนั้นก็ใช้กาวแข็งหยดปิดรอยตัดที่ตู้เซฟเพื่อปกปิดร่องรอย จัดเรียงของภายในตู้ให้ดูเหมือนเดิม คาดว่าคงต้องการให้นายจ้างสังเกตเห็นความผิดปกติช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้

สิ่งที่น่าสงสัยอย่างยิ่งคือเหตุใดจึงไม่เอาทรัพย์สินไปหมดทั้งตู้ แต่เอาไปเพียงบางส่วน ซึ่งตำรวจเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเพราะหากเอาไปหมด นายจ้างคงจะรู้ทันทีและแจ้งความทันที แต่หากเอาไปเพียงบางส่วน อาจทำให้นายจ้างสงสัยว่าตนเองจำผิดหรือนำไปใช้แล้วลืม ซึ่งจะทำให้การแจ้งความล่าช้าออกไป และผู้ต้องหาจะมีเวลาในการกำจัดหลักฐานมากขึ้น

นำเงินไปเล่นพนันบอลจนหมดสิ้น

จากการสืบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ท.ประชา ฮุงหวลวีรกุล สารวัตรสืบสวน ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้งสองได้ลักทรัพย์จากนายจ้างไปแล้ว ทั้งสองได้นำเงินที่ได้มาไปใช้เล่นพนันฟุตบอลผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยเดิมพันครั้งละ 20,000-30,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

การเล่นพนันของทั้งสองดูเหมือนจะเป็นอย่างต่อเนื่องและติดหนัก จนกระทั่งเงินที่ลักมาหมดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองตัดสินใจลักทรัพย์จากนายจ้างที่มีพระคุณ เพราะต้องการเงินมาใช้หนี้หรือใช้เล่นพนันต่อ

ส่วนทองคำที่ลักไปนั้นคาดว่าน่าจะนำไปขายเป็นเงินสดเพื่อนำมาเล่นพนันเช่นกัน แต่เนื่องจากการค้นบ้านไม่พบทองคำ และเงินก็หมดไปแล้ว จึงสันนิษฐานว่าทองคำคงถูกขายไปหมดแล้วเช่นกัน

ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธ

พ.ต.ท.ประชา ฮุงหวลวีรกุล สารวัตรสืบสวน ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า แม้ผู้ต้องหาทั้งสองจะให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน แต่ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานที่แน่นหนาและชัดเจนหลายประการ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาเข้าไปในห้องของผู้เสียหาย ลายนิ้วมือที่ติดอยู่บนตู้เซฟซึ่งตรงกับลายนิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสอง และพยานบุคคลอื่นๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเล่นพนันอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางการเงินที่แสดงให้เห็นว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีเว็บพนันบอลหลายครั้งในช่วงเวลาหลังเกิดเหตุ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนชี้ไปที่ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้กระทำความผิดอย่างไม่ต้องสงสัย

สำหรับทรัพย์สินที่ถูกลักไปนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบหาว่าผู้ต้องหาได้นำไปใช้จ่ายจนหมดสิ้นจริงหรือไปซุกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง เพราะจากการค้นบ้านที่บางบัวทองไม่พบทรัพย์สินดังกล่าวเลย ซึ่งหากผู้ต้องหานำไปใช้หมดจริง ก็จะทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถได้ทรัพย์สินคืนได้

บทเรียนจากคดีนี้

คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าแม้เราจะมีความเมตตากรุณาและทำดีกับผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะตอบแทนความดีนั้นเสมอไป บางครั้งความดีที่เราทำอาจกลับกลายเป็นช่องทางให้คนที่เราไว้ใจหักหลังเราได้

สำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้าง แม้จะต้องให้ความไว้วางใจลูกจ้างในระดับหนึ่งเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็ควรมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความละเอียดสูง การเปลี่ยนรหัสตู้เซฟเป็นประจำ การเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย เช่น ธนาคาร หรือการจำกัดการเข้าถึงของลูกจ้างในบางพื้นที่

นอกจากนี้ยังควรสังเกตพฤติกรรมของลูกจ้าง หากพบว่ามีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มีหนี้สิน หรือติดการพนัน ก็ควรระมัดระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม

ส่วนผู้ที่ติดการพนันก็ควรตระหนักว่าการพนันไม่ใช่ทางออกของปัญหาทางการเงิน แต่กลับจะทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก และอาจนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายในที่สุด ควรขอความช่วยเหลือจากสถาบันที่เกี่ยวข้อง เช่น สายด่วนการพนัน หรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาทางจิตใจ

ผลกระทบต่อผู้เสียหาย

สำหรับนางสาวกิจศิริ ผู้เสียหายในคดีนี้ นอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านบาทแล้ว สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือการถูกหักหลังจากคนที่ตนไว้วางใจ เอ็นดู และทำดีให้มา

การเป็นผู้พิการทางสายตาทำให้เธอต้องพึ่งพาผู้อื่นในหลายเรื่อง และเมื่อถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจ ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่กล้าไว้ใจใครง่ายๆ อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ขั้นตอนการดำเนินคดีต่อไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะมีการสอบปากคำผู้ต้องหา พยาน และรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาฟ้องต่อศาล

ผู้ต้องหาทั้งสองจะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท และหากกระทำในเวลากลางคืน โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นครึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้

นอกจากนี้หากมีการพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหาได้ใช้เครื่องมือหรือวิธีการทำลายทรัพย์ เช่น การใช้หินเจียรตัดตู้เซฟ อาจมีความผิดเพิ่มเติมในข้อหาทำลายทรัพย์ของผู้อื่นด้วย

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสืบสวนเพื่อหาทรัพย์สินที่ถูกลักไปให้เจอ เพื่อที่จะสามารถคืนให้กับผู้เสียหายได้ แต่หากทรัพย์สินถูกใช้จ่ายไปหมดแล้วจริง ผู้เสียหายอาจต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมหลังจากคดีอาญาเสร็จสิ้น

คดีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการพนันออนไลน์ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เล่นพนันเดือดร้อน แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างและอาจนำไปสู่การกระทำความผิดทางอาญาได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งปราบปรามและป้องกันปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและสังคมโดยรวม