ฆ่าโหดคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ฟันศีรษะ 72 ปี คลุมกระสอบทิ้งแม่น้ำ ญาติงงทำไมมาโผล่ชัยภูมิ ทั้งที่ทำงานอยู่ขอนแก่น

เมื่อเช้าวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 07.45 น. พันตำรวจโท วิฑูรย์ พาพลงาม สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการพบศพลอยน้ำบริเวณสะพานที่เชื่อมระหว่างบ้านนาคานหัก และบ้านเดื่อ หมู่ที่ 1 ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จึงได้รีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที

ทีมสืบสวนที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุประกอบด้วย พันตำรวจเอก โกสินทร์ สะอาดวงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลหนองบัวแดง เพื่อทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ตัวผู้ก่อเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบศพชายสูงวัยลอยอยู่ในแม่น้ำ ในสภาพที่สวมเสื้อลายสก๊อตซึ่งถูกถลกขึ้นมาจนถึงบริเวณคอ สวมกางเกงขายาวสีดำ ส่วนศีรษะของผู้ตายถูกคลุมด้วยกระสอบสีเขียว ซึ่งเป็นลักษณะที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาในการปกปิดอัตลักษณ์หรือซ่อนเร้นการกระทำของผู้ก่อเหตุ

รอยบาดแผลเผยความโหดร้ายของคดี

เมื่อแพทย์เวรทำการตรวจสอบศพเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลที่บริเวณศีรษะหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอยมีบาดแผลจากการถูกฟันด้วยของมีคม 1 แผล และพบรอยช้ำจากการถูกทุบตีด้วยวัตถุแข็งอีก 2 แผลบริเวณใกล้เคียงกัน บาดแผลเหล่านี้มีลักษณะที่รุนแรงและแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุ ซึ่งใช้กำลังมากในการทำร้ายเหยื่อ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเสื้อกั๊กสีขาวลอยอยู่ใกล้กับศพ บนเสื้อกั๊กดังกล่าวมีตัวอักษรสกรีนชัดเจนว่า “รถรับจ้าง บ.ข.ส.ชุมแพ เลข 17” ซึ่งกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา สภาพของเสื้อกั๊กและการที่พบแยกออกจากตัวศพ ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดการต่อสู้ดิ้นรนก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรักษาทุกหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง รวมถึงกระสอบที่คลุมศีรษะผู้เสียชีวิต เสื้อกั๊ก และเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปตรวจหาลายนิ้วมือ ร่องรอย DNA หรือหลักฐานอื่นใดที่อาจชี้ไปสู่ตัวผู้ก่อเหตุได้ในภายหลัง

ระบุตัวผู้เสียชีวิตเป็นคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง

จากการตรวจสอบและประสานงานกับสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 1 (บ.ข.ส.ชุมแพ) เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ว่าคือ นายประเสริฐ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งประกอบอาชีพขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างภายในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารชุมแพมาเป็นเวลานาน

เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อญาติของนายประเสริฐเพื่อแจ้งข่าวร้ายและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ญาติของผู้เสียชีวิตต่างตกตะลึงและโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้การว่านายประเสริฐเป็นคนขยันขันแข็ง มีอาชีพสุจริต ประกอบอาชีพขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครในชุมชน เป็นคนเรียบง่าย ไม่เจ้าชู้ไม่ติดอบายมุข มีชีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบๆ

ข้อสงสัยใหญ่: ทำไมต้องมาเสียชีวิตที่ชัยภูมิ

สิ่งที่ทำให้ญาติและเจ้าหน้าที่สืบสวนงงงวยมากที่สุดในคดีนี้คือ เหตุใดนายประเสริฐซึ่งประกอบอาชีพขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จึงมาเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งห่างจากบ้านและพื้นที่ทำงานของเขากว่า 100 กิโลเมตร

ญาติของนายประเสริฐให้การว่า ก่อนที่นายประเสริฐจะออกจากบ้านไปในวันที่เกิดเหตุนั้น เขาไม่ได้แจ้งให้ครอบครัวทราบว่าจะไปไหนหรือมีผู้โดยสารว่าจ้างให้เดินทางไปไกลหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนายประเสริฐ เพราะเขามักจะออกไปทำงานตามปกติโดยไม่ได้รายงานตัวหรือแจ้งเส้นทางการเดินทางให้ครอบครัวทราบทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การที่นายประเสริฐเดินทางไปไกลถึงจังหวัดชัยภูมิถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะโดยปกติแล้วรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่สถานีขนส่งจะให้บริการเฉพาะในพื้นที่อำเภอชุมแพและพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น การที่จะรับงานเดินทางไกลไปจังหวัดอื่นนั้นจะต้องมีการตกลงและค่าจ้างที่สูงขึ้นตามระยะทาง

เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงตั้งข้อสันนิษฐานหลายประการว่า นายประเสริฐอาจถูกผู้โดยสารว่าจ้างให้เดินทางไปส่งที่จังหวัดชัยภูมิ โดยผู้โดยสารรายนั้นอาจเป็นบุคคลที่นายประเสริฐรู้จักหรือได้รับความไว้วางใจจึงตกลงรับงาน หรืออาจมีการเสนอค่าจ้างที่สูงจนนายประเสริฐตัดสินใจรับงาน แต่เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ผู้โดยสารหรือบุคคลอื่นที่รอรับอยู่ได้ทำร้ายนายประเสริฐจนเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งในแม่น้ำ

การสืบสวนคลี่คลายคดี

พันตำรวจเอก โกสินทร์ สะอาดวงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง ในฐานะผู้รับผิดชอบคดี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งได้ประสานงานกับกองพิสูจน์หลักฐานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เข้ามาตรวจหาลายนิ้วมือและร่องรอยต่างๆ ในที่เกิดเหตุและบนหลักฐานที่พบ

นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในหลายจุด โดยเริ่มตั้งแต่กล้องวงจรปิดภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เพื่อหาภาพของนายประเสริฐและผู้โดยสารที่ว่าจ้างเขาในวันเกิดเหตุ รวมถึงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจากอำเภอชุมแพไปยังอำเภอหนองบัวแดง และกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดถือเป็นหนึ่งในเบาะแสสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เพราะจะแสดงให้เห็นว่านายประเสริฐได้เดินทางมาถึงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิด้วยวิธีใด มีใครมาด้วยหรือไม่ และมีการเคลื่อนไหวอย่างไรในช่วงเวลาก่อนเสียชีวิต

สันนิษฐานแรงจูงใจในการก่อเหตุ

พันตำรวจเอก โกสินทร์ กล่าวว่า ในขั้นตอนการสืบสวนเบื้องต้นนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป โดยมีการพิจารณาแรงจูงใจหลายประการที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้

ประเด็นแรก: การชิงทรัพย์ เป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุอาจมีเป้าหมายเพื่อปล้นทรัพย์สินของนายประเสริฐ โดยอาจหลอกล่อให้เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลแล้วจึงลงมือทำร้าย อย่างไรก็ตาม สมมติฐานนี้มีจุดอ่อนอยู่บ้าง เพราะคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างโดยทั่วไปไม่ได้มีทรัพย์สินมีค่ามากมายติดตัว และการที่ต้องวางแผนพานายประเสริฐเดินทางไกลถึงจังหวัดอื่นเพื่อชิงทรัพย์นั้นดูจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ประเด็นที่สอง: ความขัดแย้งส่วนตัว เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าอาจมีความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างนายประเสริฐกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเรื่องในอดีตที่ตามมาแก้แค้น หรืออาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ญาติของนายประเสริฐให้การว่าเขาเป็นคนเรียบง่าย ไม่เคยมีปัญหากับใครในชุมชน ทำให้สมมติฐานนี้ยังต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

ประเด็นที่สาม: การวางแผนล่วงหน้า จากลักษณะการกระทำที่ผู้ก่อเหตุใช้กระสอบคลุมศีรษะผู้เสียชีวิตและนำศพไปทิ้งในแม่น้ำ แสดงให้เห็นว่าอาจมีการวางแผนมาบางส่วน หรืออย่างน้อยผู้ก่อเหตุก็มีความพยายามที่จะปกปิดการกระทำและซ่อนร่องรอย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคดีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ

เพื่อให้การสืบสวนคดีนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดงได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ได้แก่

สถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาและที่ทำงานของผู้เสียชีวิต เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของนายประเสริฐ ตรวจสอบว่ามีความขัดแย้งหรือปัญหากับใครบ้าง และรวบรวมพยานบุคคลที่อาจเห็นเหตุการณ์หรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์

กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทั้งการตรวจหาลายนิ้วมือบนกระสอบและเสื้อผ้า การตรวจ DNA และการวิเคราะห์ร่องรอยต่างๆ ที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญในการชี้ตัวผู้ต้องสงสัย

สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 1 ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับนายประเสริฐและรายชื่อคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ทำงานในสถานีขนส่ง รวมถึงการเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ

ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม

คดีฆาตกรรมครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนในทั้งสองพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่สถานีขนส่งชุมแพ ซึ่งต่างรู้สึกเป็นห่วงและกังวลต่อความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ หลายคนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นในการรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ไม่รู้จักหรือมีลักษณะน่าสงสัย

เพื่อนร่วมอาชีพของนายประเสริฐให้สัมภาษณ์ว่า นายประเสริฐเป็นคนดี มีน้ำใจ ขยันขันแข็ง ไม่เคยมีปัญหากับใคร ทุกคนต่างรู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้โดยเร็ว เพื่อความเป็นธรรมให้กับนายประเสริฐและครอบครัว

นอกจากนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นบทเรียนให้กับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างทุกประเภทในการเพิ่มความระมัดระวังในการรับผู้โดยสาร ควรแจ้งญาติหรือเพื่อนร่วมงานทราบเมื่อรับงานที่ต้องเดินทางไกลหรือไปยังพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย และควรมีมาตรการป้องกันตัวเองในกรณีที่พบเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ความคืบหน้าของคดี

ณ เวลานี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนยังคงเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีความหวังว่าจะสามารถหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าด้วยหลักฐานที่รวบรวมได้และเทคโนโลยีการสืบสวนสมัยใหม่ จะสามารถไขคดีนี้ได้สำเร็จ

สำหรับครอบครัวของนายประเสริฐ ได้ทำการรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีแล้ว โดยญาติและคนในชุมชนต่างมาร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัว ขณะที่ต่างรอคอยความยุติธรรมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พันตำรวจเอก โกสินทร์ ยืนยันว่า ทีมสืบสวนจะทำงานอย่างเต็มที่และจริงจังที่สุด เพื่อให้ได้ความจริงและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้มีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดทุกวัน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและสาธารณชนทราบต่อไป

บทเรียนด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้าง

คดีนี้เป็นเตือนสติให้กับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถแท็กซี่ หรือรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีข้อแนะนำดังนี้:

1. ระมัดระวังในการรับผู้โดยสารที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เปลี่ยว ควรสังเกตพฤติกรรมและลักษณะท่าทางของผู้โดยสาร หากพบสิ่งผิดปกติควรปฏิเสธหรือหาข้ออ้างไม่รับงาน

2. แจ้งญาติหรือเพื่อนร่วมงาน เมื่อรับงานที่ต้องเดินทางไกลหรือไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ควรแจ้งเส้นทาง จุดหมายปลายทาง และข้อมูลของผู้โดยสาร (ถ้ามี) ให้ญาติหรือเพื่อนทราบ เพื่อจะได้ติดตามความเคลื่อนไหวได้

3. ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความปลอดภัย เช่น การติดตั้งกล้องบันทึกภาพในรถ การเปิดแชร์ตำแหน่งทางโทรศัพท์มือถือให้ญาติทราบ หรือการบันทึกภาพ/เสียงการเดินทาง

4. เตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองที่ถูกกฎหมาย และรู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง รวมถึงรู้วิธีการขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

5. ไม่ละเลยสัญชาณเตือนภัย หากรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ปลอดภัย ควรหาวิธีหลบหนีหรือขอความช่วยเหลือทันที ไม่ควรเพิกเฉยต่อความรู้สึกที่บอกว่าอาจมีอันตราย

คดีฆาตกรรมนายประเสริฐยังคงอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง และสังคมทั้งหมดต่างรอคอยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เสียชีวิตได้สงบและครอบครัวได้รับความยุติธรรมที่พึงได้รับ ขณะเดียวกันก็เป็นบทเรียนสำคัญในการเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตัวเองสำหรับผู้ประกอบอาชีพในลักษณะเดียวกัน


หมายเหตุ: ทางสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง ขอความร่วมมือจากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์น่าสงสัยหรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดี โปรดแจ้งเบาะแสมายังสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง หรือสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่รับรองว่าจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด