นักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศทำการศึกษาวิจัยครบครันแล้วพบว่า สุนัขมีความสามารถพิเศษในการรับรู้และตอบสนองต่ออารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 3 ประการ คือ การมอง การได้ยิน และการได้กลิ่น ทำให้พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่เข้าใจเจ้าของได้ดีที่สุดในโลกสัตว์
การค้นพบที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสุนัข
การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยในหลายประเทศได้เผยให้เห็นว่า สุนัขไม่เพียงแต่สามารถแยกแยะอารมณ์ของมนุษย์ได้ แต่ยังสามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายประสาทสัมผัสมาประกอบกันเพื่อเข้าใจอารมณ์ของเราได้อย่างซับซ้อน ซึ่งเป็นความสามารถที่ไม่เคยพบในสัตว์ชนิดใดนอกจากมนุษย์มาก่อน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลินคอล์นในอังกฤษได้ดำเนินการทดลองที่สำคัญ โดยให้สุนัขดูภาพใบหน้าที่แสดงอารมณ์ต่างๆ พร้อมฟังเสียงที่สื่ออารมณ์เดียวกัน ผลปรากฏว่าสุนัขจ้องดูภาพใบหน้าที่ตรงกับอารมณ์ของเสียงที่ได้ยินนานขึ้นอย่างชัดเจน
สุนัขใช้สายตาอ่านใจเรา
การวิจัยเผยว่า สุนัขสามารถจดจำการแสดงออกทางสีหน้าของมนุษย์ได้ 6 อารมณ์หลัก ได้แก่ ความโกรธ ความกลัว ความสุข ความเศร้า ความประหลาดใจ และความรังเกียจ โดยประมวลผลอารมณ์เหล่านี้ในลักษณะเดียวกับที่มนุษย์ทำ พร้อมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจและสายตา
การศึกษาหนึ่งแสดงให้เห็นว่า เมื่อสุนัขเห็นภาพใบหน้ามนุษย์ พวกมันจะมีกิจกรรมทางสมองเพิ่มขึ้น และการเห็นใบหน้าคนที่คุ้นเคยจะกระตุ้นศูนย์อารมณ์ของสุนัข ซึ่งหมายความว่าสมองของสุนัขกำลังประมวลผลการแสดงออกทางอารมณ์ของเรา
นอกจากนี้ยังพบว่า สุนัขจะหันหัวไปทางซ้ายเมื่อเห็นอารมณ์ความกลัวและความเศร้า และหันไปทางขวาเมื่อเห็นอารมณ์ความสุข ซึ่งแสดงว่าพวกมันใช้ด้านขวาของสมองประมวลผลอารมณ์เชิงลบ และใช้ด้านซ้ายประมวลผลอารมณ์เชิงบวก เหมือนกับมนุษย์
หูที่ไวต่ออารมณ์ในเสียงพูด
งานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองโดยให้สุนัข 30 ตัวฟังเสียงอารมณ์ต่างๆ ของมนุษย์ เช่น เสียงกรีดร้องแสดงความกลัว หรือเสียงหัวเราะแสดงความสุข ผลปรากฏว่าสุนัขสามารถแยกแยะอารมณ์จากเสียงได้อย่างน้อย 3 อารมณ์ คือ ความสุข ความกลัว และความเศร้า
สุนัขสามารถเข้าใจความแตกต่างของโทนเสียงทางอารมณ์ของเรา โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างเสียงเชิงบวกและเชิงลบ และที่น่าทึ่งคือพวกมันสามารถจับคู่เสียงกับการแสดงออกทางสีหน้าที่สอดคล้องกันได้
จมูกที่ดมกลิ่นความเครียดได้
ส่วนที่น่าทึ่งที่สุดของงานวิจัยอาจเป็นการค้นพบเรื่องความสามารถในการรับรู้อารมณ์ผ่านกลิ่น การศึกษาล่าสุดจากโรงเรียนสัตวแพทย์บริสตอลพบว่า สุนัขสามารถดมกลิ่นความเครียดของมนุษย์ได้ และสิ่งนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกมัน
นักวิจัยทำการทดลองโดยให้อาสาสมัครทำการนำเสนอสุนทรพจน์และทำโจทย์คณิตศาสตร์ในสถานการณ์ที่เครียด จากนั้นเก็บตัวอย่างเหงื่อและลมหายใจ แล้วนำไปทดสอบกับสุนัข 18 ตัว ผลปรากฏว่าเมื่อสุนัขได้กลิ่นความเครียด พฤติกรรมของพวกมันจะเปลี่ยนไป โดยมีแนวโน้มว่าจะไม่คาดหวังรางวัลจากเจ้าของ
การวิจัยอธิบายว่า ในยามที่มนุษย์มีความสุขหรือเศร้า ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนที่แตกต่างกัน ซึ่งสุนัขที่มีประสาทรับกลิ่นที่ดีจึงสามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ได้จริง
การตอบสนองอารมณ์ของสุนัข
ไม่เพียงแต่สุนัขจะรับรู้อารมณ์ของเราได้เท่านั้น แต่พวกมันยังมีการตอบสนองที่แตกต่างกันตามอารมณ์ของเจ้าของ โดยการศึกษาพบว่า เมื่อเจ้าของแสดงอาการร้องไห้ สุนัขจะเข้าไปหาและแสดงท่าทางที่อ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมกับเลียและใช้จมูกถู
นอกจากนี้ยังพบว่า สุนัขสามารถใช้ข้อมูลอารมณ์ของมนุษย์ในการหาอาหาร เมื่อมนุษย์แสดงอารมณ์ความสุขต่อกล่องใดกล่องหนึ่ง สุนัขจะเลือกกล่องนั้น และสามารถใช้การอ่านอารมณ์เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุที่อาจเป็นอันตรายได้
งานวิจัยยังเผยว่า สุนัขและมนุษย์บางคู่มีรูปแบบการเต้นของหัวใจที่สอดประสานกันในช่วงเวลาที่เครียด โดยจังหวะการเต้นของหัวใจของทั้งคู่จะสะท้อนซึ่งกันและกัน ซึ่งนักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การติดต่อทางอารมณ์” (Emotional Contagion)
ความสามารถที่ไม่เหมือนใคร
ความสามารถในการสร้างภาพแทนทางอารมณ์ที่รวมข้อมูลจากประสาทสัมผัสหลายชนิดนี้ แสดงถึงขีดความสามารถทางสติปัญญาที่ไม่เคยพบมาก่อนในสัตว์นอกเหนือจากมนุษย์และลิงชั้นสูง และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ สุนัขสามารถดึงข้อมูลและประมวลผลข้อมูลดังกล่าวได้แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเป็นความสามารถทางสติปัญญาที่ไม่เคยทราบว่ามีอยู่นอกเหนือจากมนุษย์
การศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้อารมณ์ข้ามสายพันธุ์แสดงให้เห็นว่า แม้แต่เด็กที่ยังเล็กและไม่มีประสบการณ์กับสุนัข หรือแม้แต่เด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่ไม่ค่อยมีสุนัข ก็ยังสามารถจดจำอารมณ์ความโกรธและความสุขของสุนัขได้
การนำไปใช้ประโยชน์ในสุนัขบำบัด
ความสามารถของสุนัขในการรับรู้อารมณ์มนุษย์ทำให้พวกมันเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเป็นสุนัขบริการ ในประเทศไทย สุนัขบำบัดหรือการนำสุนัขมาช่วยในการบำบัด คือการบำบัดรักษาทางเลือกรูปแบบหนึ่งที่สามารถช่วยได้ทั้งเรื่องของร่างกายและจิตใจ
ปัจจุบันประเทศไทยมีทีมสุนัขนักบำบัดรุ่นแรกที่ผ่านการอบรมและฝึกฝนตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อทำหน้าที่เป็นจิตอาสาบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยซึมเศร้า ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม และเด็กพิเศษ
สุนัขสามารถเป็นสุนัขช่วยเหลือเด็กออทิสติก โดยทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสลบสติและปัญหาทางประสาทสัมผัสเป็นความท้าทายทั่วไปสำหรับเด็กออทิสติก และสุนัขช่วยเหลือออทิสติกสามารถได้รับการฝึกฝนให้สงบ ปลอบใจ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กได้
ผลกระทบต่อความเครียดของเจ้าของ
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า หากสุนัขตัวใดได้ดมกลิ่นความเครียดของมนุษย์บ่อยๆ ก็อาจจะเลือก “มองโลกในแง่ร้าย” มากกว่าสุนัขตัวอื่นที่ไม่ได้อยู่ใกล้มนุษย์ที่มีความเครียด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเครียดของมนุษย์ส่งผลต่อการเรียนรู้และสภาวะทางอารมณ์ของสุนัข
การค้นพบนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเจ้าของมีความเครียดระหว่างการฝึก พวกเขาอาจไม่ให้รางวัลกับสุนัขมากเท่าที่ควร ซึ่งส่งผลเสียต่อความรู้สึกและการเรียนรู้ของสุนัข นักวิจัยจึงแนะนำว่าการฝึกสุนัขควรทำในบรรยากาศที่เป็นบวกและสนุกสนาน
วิวัฒนาการที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน
ความสามารถของสุนัขในการเชื่อมโยงกับมนุษย์อาจสืบย้อนไปถึงวิวัฒนาการจากหมาป่า เมื่อหมาป่าเริ่มเข้ามาที่บริเวณค่ายของนักล่ามนุษย์เพื่อกินอาหารที่ทิ้งไว้ หมาป่าที่เข้าหามนุษย์อย่างก้าวร้าวจะถูกไล่หรือฆ่า ในขณะที่ตัวที่มีมิตรจิตจะได้รับการยอมรับและดูแล
ความสามารถเหล่านี้อาจเป็นสิ่งพื้นฐานสำหรับการทำงานของความสัมพันธ์ในกลุ่มสังคมผสมสายพันธุ์ที่สุนัขมักจะอาศัยอยู่ และผลการวิจัยอาจบ่งชี้ถึงการกระจายตัวที่กว้างขึ้นของความสามารถในการรวมสัญญาณหลายรูปแบบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่ใช่มนุษย์
บทสรุป: เพื่อนที่เข้าใจเราจริงๆ
งานวิจัยทั้งหมดนี้ยืนยันสิ่งที่คนเลี้ยงสุนัขรู้สึกมาตลอด คือสุนัขเป็นสัตว์ที่มีประสาทรับรู้ที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า สามารถรับรู้ปัจจัยแวดล้อมที่มนุษย์อาจไม่สังเกต เช่น ภาษากายหรือเสียงที่มีความเฉพาะ
สุนัขเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่มีความผูกพันกับมนุษย์ และดูเหมือนว่าสุนัขจะคอยคิดตาม พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารกับมันอีกด้วย
งานวิจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความฉลาดของสุนัข แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์พิเศษระหว่างมนุษย์และสุนัขได้ดีขึ้น ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของการรู้คิดทางสังคม และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาสุนัขบำบัดและสุนัขช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัข การรู้ว่าเพื่อนสี่ขาของเราสามารถอ่านใจเราได้จริง ก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าความผูกพันระหว่างเราและพวกมันนั้นลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าที่เคยคิด