หนุ่มวัย 29 หายตัว 3 วัน พบศพเปลือยลอยน้ำกลางทุ่งนาห่างบ้านเพียง 300 เมตร ตำรวจเร่งสอบ “เพื่อนแม็ก” คนสุดท้าย-ญาติเผยเคยติดยาเพิ่งพ้นโทษ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568 เมื่อนายภุชงค์ ไกรสมศาสตร์ ชายหนุ่มวัย 29 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 46/1 หมู่ที่ 2 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ออกจากบ้านไปในช่วงกลางดึกและไม่กลับมา ครอบครัวของเขาไม่ทราบว่าเขาไปไหน และตกอยู่ในความวิตกกังวลอย่างมาก

นางสาวชุรดา ไกรสมศาสตร์ อายุ 34 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลังจากที่น้องชายหายตัวไปและไม่มีการติดต่อกลับมา ครอบครัวจึงเริ่มออกตามหาในวันถัดมา โดยได้ขับรถวนหาตามพื้นที่ต่างๆ ในชุมชน พร้อมทั้งได้โพสต์ข้อความตามหาน้องชายผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในการติดตามหาน้องชาย

“ตอนแรกเราก็คิดว่าน้องคงไปอยู่กับเพื่อนที่ไหนสักแห่ง เพราะเขาเคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน แต่พอรอไป 24 ชั่วโมงแล้วยังไม่กลับมา เราก็เริ่มกังวล ว่าจะไปแจ้งความกับตำรวจ แต่ก็ยังพยายามตามหาเองก่อน เพราะเชื่อว่าน้องคงอยู่แถวบ้านไม่ไกล” นางสาวชุรดากล่าว

เบาะแสสำคัญจาก “นายแม็ก”

ระหว่างการตามหา ครอบครัวได้รับข้อมูลจากคนรู้จักว่า นายภุชงค์เคยไปอยู่กับคนชื่อ “แม็ก” ซึ่งเป็นคนรู้จักในพื้นที่ นางสาวชุรดาจึงให้คนรู้จักไปสอบถามนายแม็ก โดยนายแม็กได้ให้ข้อมูลว่า นายภุชงค์นอนอยู่ที่บ้านของเขา แต่เมื่อครอบครัวต้องการเข้าไปดูให้แน่ใจว่าเป็นน้องชายของตนจริงหรือไม่ กลับพบว่าบ้านปิดอยู่และไม่พบตัวน้องชาย

“ตอนที่แม็กบอกว่าน้องนอนอยู่ที่บ้าน เราก็วานให้เข้าไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง เพื่อจะได้มั่นใจว่าเป็นน้องจริงๆ แต่พอไปถึง บ้านก็ปิด ไม่เจอน้อง เราก็ยังคิดว่าจะไปดูเองอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทันได้ไป ก็มีคนมาบอกว่าเจอศพในทุ่งนา และหน้าตาดูจะคล้ายน้องชาย เราก็รีบมา” พี่สาวผู้เสียชีวิตเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก

นางสาวชุรดาเปิดเผยอีกว่า ตนเองรู้สึกสงสัยในตัวนายแม็ก เพราะเขาเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องชาย และยังทราบข้อมูลว่านายแม็กมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงมักจะพูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจและสงสัยว่าอาจมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในคืนนั้น

การค้นพบศพที่สร้างความตกใจ

เช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2568 พันตำรวจตรีนักรบ ชอบทำทาน สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน สาขาย่อย สินทิวาธานี ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเพศชาย ลอยอยู่กลางทุ่งนาในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจากมูลนิธิพุทไธสวรรย์

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณร่องน้ำกลางทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่พบศพชายไทยคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้าใดๆ นอนลอยหงายอยู่ในร่องน้ำ ในสภาพที่เริ่มเน่าเปื่อย ขึ้นอืด และส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ เนื่องจากตำแหน่งที่พบศพอยู่ในทุ่งนา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครจากมูลนิธิพุทไธสวรรย์จึงต้องใช้เรือพายออกไปเพื่อตรวจสอบและนำร่างศพขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด

การตรวจสอบเบื้องต้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายที่ชัดเจนบนร่างกายของผู้เสียชีวิต ไม่มีบาดแผลจากการใช้ความรุนแรง หรือร่องรอยของการต่อสู้ดิ้นรนใดๆ อย่างไรก็ตาม จากสภาพศพที่เริ่มเน่าเปื่อยและขึ้นอืด นิติแพทย์เบื้องต้นประเมินว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน หรือคิดเป็นเวลาตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม หรือช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568

ครอบครัวที่มารอรับทราบข้อมูล ได้ทำการตรวจสอบรอยสักบนร่างศพและยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ นายภุชงค์ ไกรสมศาสตร์ น้องชายของตนเองจริง ซึ่งหายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความเศร้าโศกและความสูญเสียอย่างหนัก

นางสาววรนุช ปรางทอง เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เข้าไปช่วยเหลือในการนำศพขึ้นมา เปิดเผยว่า “เมื่อได้รับแจ้งเหตุว่ามีศพลอยอยู่ในน้ำ เราได้เข้าไปตรวจสอบและพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงาย ไม่สวมเสื้อผ้าใดๆ ลักษณะของศพขึ้นอืดแล้ว อยู่กลางทุ่งนา เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าลักษณะตรงกับข้อมูลบุคคลสูญหายที่ญาติแจ้งผ่านโซเชียลมีเดีย คือเป็นชายอายุ 29 ปี ที่หายตัวจากบ้านมาแล้ว 3 วัน”

พฤติกรรมและประวัติของผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามและรวบรวมข้อมูล พบว่านายภุชงค์ มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน โดยเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำมาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น หลังจากต้องโทษในคดียาเสพติด อย่างไรก็ตาม หลังจากออกมาจากเรือนจำ ดูเหมือนว่าเขาจะกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกครั้ง จนทำให้มีพฤติกรรมที่ผิดปกติและน่าเป็นห่วง

พี่สาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ช่วงก่อนที่น้องชายจะหายตัวไป เขามีอาการแปลกๆ หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอาการเจ็บหน้าอกแน่น และมีพฤติกรรมทุบอกตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครอบครัวต่างรู้สึกกังวลแต่ก็ไม่ทราบว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร นอกจากนี้ ข้อมูลจากผู้ที่รู้จักยังระบุว่า นายภุชงค์มีพฤติกรรมพูดจาอยู่คนเดียว ดูเหมือนคนที่กำลังป่วย หรืออาจจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารเสพติด

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สืบสวนเบื้องต้น เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาหลายครั้งแล้ว และครั้งล่าสุดที่ออกจากเรือนจำมาได้เพียง 2 เดือน ก็ดูเหมือนว่าจะกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกครั้ง จนทำให้มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น พูดจาอยู่คนเดียว มีลักษณะของคนป่วย และมีอาการประหลาดต่างๆ ซึ่งอาจเป็นผลจากการเสพยาเสพติด

เส้นทางการเดินทางในวันที่หายตัว

จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ทราบว่า มีผู้พบเห็นนายภุชงค์เป็นครั้งสุดท้ายในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม ขณะที่เขากำลังเดินไปยังวัดสามเรือน ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ โดยเขาเดินไปคนเดียวและดูเหมือนจะมีพฤติกรรมที่แปลกไปจากปกติ

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม มีผู้พบเสื้อผ้าของนายภุชงค์ถูกถอดทิ้งไว้ภายในบริเวณวัดสามเรือน โดยไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมเขาถึงถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ที่นั่น หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีก จนกระทั่งมาพบศพในสภาพเปลือยกายลอยอยู่ในร่องน้ำกลางทุ่งนา ซึ่งห่างจากวัดไม่มากนัก

ข้อมูลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มตั้งคำถามว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้นายภุชงค์ต้องถอดเสื้อผ้าออก และทำไมเขาถึงไปอยู่ในทุ่งนากลางดึก รวมถึงเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้

พยานจากชาวบ้านในพื้นที่

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ในช่วงกลางคืนของวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม ประมาณเวลาเที่ยงคืน หรือช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม มีเสียงคนตกน้ำดังมาจากทิศทางทุ่งนา แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและมืดมาก จึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจน ชาวบ้านจึงไม่ได้ออกไปตรวจสอบในตอนนั้น

“ตอนนั้นได้ยินเสียงดังปล๊าบ เหมือนเสียงคนหรืออะไรบางอย่างตกลงไปในน้ำ แต่ก็มืดมากเลยไม่เห็นอะไร คิดว่าอาจจะเป็นสัตว์หรืออะไรก็ได้ ก็เลยไม่ได้ออกไปดู” ชาวบ้านคนหนึ่งเล่า

หลังจากนั้น ในวันที่ 19 ตุลาคม ชาวบ้านเริ่มได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์ตายลอยมาจากทุ่งนา แต่ก็ยังไม่ได้ใส่ใจหรือไปตรวจสอบมากนัก เพราะคิดว่าอาจเป็นซากสัตว์ธรรมดาที่ตายในทุ่งนา จนกระทั่งมาเห็นโพสต์ตามหาผู้สูญหายของครอบครัวนายภุชงค์ในเฟซบุ๊ก จึงเริ่มรู้สึกสงสัยว่า กลิ่นเหม็นนั้นอาจจะเป็นศพของคนที่หายตัวไป

เช้าวันที่ 20 ตุลาคม ชาวบ้านจึงให้พ่อของตนออกพายเรือไปตรวจสอบ และพบศพลอยอยู่ในร่องน้ำจริง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิกู้ภัยมาตรวจสอบและนำศพขึ้นมาทันที

การสืบสวนและตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต

หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นที่จุดเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไว้เป็นหลักฐานในคดี ก่อนที่จะดำเนินการส่งศพไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการชันสูตรพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียด

การชันสูตรจะช่วยให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เช่น การจมน้ำ, การเสพยาเสพติดเกินขนาด, โรคประจำตัว หรือสาเหตุอื่นๆ รวมถึงจะช่วยยืนยันว่ามีการใช้ความรุนแรงหรือการทำร้ายหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการสืบสวนคดีต่อไป

ทางพนักงานสอบสวนได้ระบุว่า จะทำการเชิญตัวนายแม็ก ซึ่งเป็นคนที่อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาข้อมูลและเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น รวมถึงพฤติกรรมและอาการของนายภุชงค์ในช่วงเวลาก่อนหายตัว

“เราจะเชิญนายแม็กมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาข้อมูลว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง นายภุชงค์มีพฤติกรรมอย่างไร และทำไมถึงออกจากบ้านไปในเวลากลางคืน รวมถึงจะตรวจสอบว่านายแม็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่” เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ

ข้อสงสัยและแนวทางการสืบสวน

แม้ว่าการตรวจสอบเบื้องต้นจะไม่พบร่องรอยการใช้ความรุนแรงหรือการทำร้าย แต่ก็ยังมีข้อสงสัยหลายประการที่ต้องทำการสืบสวนต่อไป ได้แก่

ประการแรก คือ สาเหตุที่นายภุชงค์ต้องถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ที่วัด และเดินไปยังทุ่งนาในสภาพเปลือยกาย ซึ่งพฤติกรรมนี้ไม่ปกติและอาจบ่งบอกถึงสภาพจิตใจหรือสภาพร่างกายที่ผิดปกติในขณะนั้น ซึ่งอาจเกิดจากการเสพยาเสพติดหรือมีภาวะทางจิตเวช

ประการที่สอง คือ การที่พบศพในสภาพลอยอยู่ในร่องน้ำกลางทุ่งนา โดยน้ำในร่องน้ำนั้นไม่ลึกมากนัก ทำให้เกิดคำถามว่า เขาเสียชีวิตจากการจมน้ำจริงหรือไม่ หรืออาจเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นก่อนแล้วจึงตกหรือถูกนำมาทิ้งในน้ำ

ประการที่สาม คือ บทบาทของนายแม็ก ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้เสียชีวิต และมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย เช่น การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่นายภุชงค์อยู่ที่บ้าน และการปิดบ้านไม่ให้ครอบครัวเข้าไปตรวจสอบ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ว่านายแม็กมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็เป็นประเด็นที่ต้องสืบสวนอย่างละเอียด

ประการที่สี่ คือ พฤติกรรมที่ผิดปกติของนายภุชงค์ในช่วงก่อนหายตัว เช่น อาการเจ็บหน้าอกแน่น การทุบอกตัวเอง และการพูดจาอยู่คนเดียว ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ให้ความเห็นว่า กรณีนี้มีลักษณะที่คล้ายกับผู้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสารเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าหรือยาไอซ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมที่แปลกประหลาด เช่น ถอดเสื้อผ้าออก มีอาการหลอนประสาท และอาจเดินออกไปนอกบ้านโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า ยังต้องรอผลการชันสูตรพิสูจน์อย่างละเอียดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และการตรวจสอบสภาพอวัยวะภายในว่ามีความผิดปกติหรือโรคประจำตัวหรือไม่

ผลกระทบต่อชุมชนและครอบครัว

เหตุการณ์นี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างกะทันหัน นางสาวชุรดา พี่สาวของผู้เสียชีวิต ยังคงรู้สึกเศร้าโศกและสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของน้องชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอยังคงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น และบทบาทของนายแม็กในเหตุการณ์ครั้งนี้

“เราแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้อง ทำไมน้องถึงต้องตายแบบนี้ เราหวังว่าตำรวจจะสามารถหาความจริงให้ได้ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าน้องเสียชีวิตอย่างไร และจะได้จัดการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม” นางสาวชุรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า

สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติด และความสำคัญของการดูแลกันและกันในชุมชน หลายคนต่างรู้สึกเสียใจกับการจากไปของนายภุชงค์ และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา

ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประชุมหารือกันหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยจะมีการรณรงค์และให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติด รวมถึงการสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังและดูแลกันและกันในชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีปัญหายาเสพติดได้อย่างทันท่วงที

สรุปและทิศทางการสืบสวนต่อไป

กรณีการเสียชีวิตของนายภุชงค์ ไกรสมศาสตร์ ชายหนุ่มวัย 29 ปี ที่หายตัวไป 3 วัน และพบศพในสภาพเปลือยกายลอยอยู่กลางทุ่งนาห่างจากบ้านเพียง 300 เมตร ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องทำการสืบสวนต่อไป แม้ว่าจะมีข้อมูลและเบาะแสหลายอย่าง แต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงยังต้องรอผลการชันสูตรพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด โดยจะเชิญตัวนายแม็กมาสอบปากคำ ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและเหตุการณ์ในคืนที่เกิดเหตุ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อหาความจริงให้ได้ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวข้องในคดีนี้

สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิต พวกเขายังคงรอคอยความยุติธรรมและต้องการทราบความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายภุชงค์ เพื่อที่จะได้ปิดเรื่องนี้และดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างสงบ

เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติด และความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีปัญหายาเสพติดอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ขณะนี้ ชุมชนและครอบครัวยังคงรอคอยผลการสืบสวนอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้ทราบความจริงเกี่ยวกับการจากไปของนายภุชงค์ในไม่ช้า และหวังว่าเขาจะได้พักผ่อนอย่างสงบในภพหน้า

(ข้อมูลเพิ่มเติมจะมีการรายงานต่อเมื่อมีความคืบหน้าในการสืบสวน)