Jay Shetty เผยปรัชญาชีวิต “หยุดการเป็นอีกคน” ในงานจบการศึกษา Princeton 2025

นักเขียนชื่อดังและอดีตพระนักเผยแพร่ธรรม Jay Shetty ได้ขึ้นเวทีเป็นผู้กล่าวในงานพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัย Princeton รุ่น 2025 โดยได้แบ่งปันข้อคิดเห็นเรื่องการใช้ชีวิตให้เป็นอิสระจากความคาดหวังของผู้อื่น พร้อมเสนอแนวทางการตัดสินใจสำคัญ 4 ประการที่จะเปลี่ยนชีวิตคนหนุ่มสาวยุคใหม่

ในงานพิธีจบการศึกษาที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัย Princeton รุ่น 2025 Jay Shetty นักเขียนและผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชื่อดังระดับโลก ได้ขึ้นเวทีเป็นผู้กล่าวแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่กว่าพันคน ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและข้อความที่ลึกซึ้ง เขาได้เริ่มต้นด้วยประโยคที่ทำให้ผู้ฟังทั้งงั้นและตกใจในเวลาเดียวกัน

Table of Contents

“ฉันคือสิ่งที่ฉันคิดว่าคุณคิดว่าฉันเป็น” กับดักของชีวิตสมัยใหม่

“I am what I think you think I am” หรือ “ฉันคือสิ่งที่ฉันคิดว่าคุณคิดว่าฉันเป็น” เป็นประโยคเปิดที่ Jay Shetty ใช้เพื่อชี้ให้เห็นถึงกับดักเงียบที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกกำลังประสบอยู่ เขาอธิบายว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การที่คนอื่นมาควบคุมชีวิตเรา แต่อยู่ที่เรายอมให้ “ความกลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา” กลายเป็นเครื่องมือที่ขังตัวเราเองไว้

ในโลกของโซเชียลมีเดียและการเชื่อมต่อแบบดิจิทัล ความกังวลเรื่องการยอมรับจากผู้อื่นได้กลายเป็นภาระทางจิตใจที่หนักหน่วง ทุกครั้งที่เรากลัวจะโพสต์เรื่องราวส่วนตัว ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ หรือทุกครั้งที่เราลังเลจะเลือกเส้นทางชีวิตตามใจตัวเอง ล้วนเป็นผลมาจากการที่เราถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าคุณค่าของเราเท่ากับการยอมรับจากคนอื่น

เส้นทางสู่ความสำเร็จผ่านการ “หายไป”

Jay Shetty ได้เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวที่เขาเคยผ่านมาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับบัณฑิตใหม่ เขาเล่าว่าเคยถูกปฏิเสธงานมากกว่า 40 แห่ง เคยจัดงานแล้วไม่มีคนมาร่วม และเคยกลัวจนไม่กล้าเล่าให้ใครฟังว่าเขาเคยบวชเป็นพระ เพราะกลัวว่าจะถูกตัดสินหรือมองในแง่ลบ

อย่างไรก็ตาม เขาได้เรียนรู้ที่จะ “หายไป” จากความคาดหวังของสังคม เพื่อทำงานเงียบๆ กับตัวเอง พัฒนาทักษะ และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ในที่สุด “สิ่งที่เขาสร้าง” ก็กลายเป็นสิ่งที่พูดแทนเขาได้ดีกว่าคำพูดใดๆ

“อย่ากลัวการหายไป เพราะบางครั้งการหายไปคือวิธีที่เราเติบโต” เป็นข้อความสำคัญที่เขาส่งให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังหาทิศทางในชีวิต

สี่การตัดสินใจสำคัญที่เปลี่ยนชีวิต

ในการบรรยายครั้งนี้ Jay Shetty ได้เสนอแนวคิดเรื่องการตัดสินใจสำคัญ 4 ประการที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางชีวิตของทุกคน:

1. ความรู้สึกต่อตัวเอง – การเลือกระหว่างการด่าตัวเองกับการให้อภัย

การตัดสินใจแรกและสำคัญที่สุดคือการเลือกว่าจะรู้สึกต่อตัวเองอย่างไร ทุกวันเราต้องเผชิญกับการเลือกระหว่างการด่าตัวเองซ้ำๆ เมื่อทำผิดพลาด หรือการให้อภัยตัวเองแล้วก้าวต่อไป Jay เน้นย้ำว่าความเมตตากับตัวเองเป็นทักษะที่ยากที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุดในการสร้างชีวิตที่มีความสุข

การมีความกรุณาต่อตัวเองไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีมาตรฐาน แต่หมายถึงการให้โอกาสตัวเองในการเรียนรู้และพัฒนา แทนที่จะติดอยู่ในวงจรของการโทษตัวเองไม่รู้จบ

2. การเลือกคนรัก – ความสำคัญของการมีคนที่เชื่อในตัวเรา

Jay ได้แบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับภรรยาของเขา ที่ยังคงอยู่เคียงข้างและเชื่อในศักยภาพของเขาแม้ในช่วงเวลาที่เขาไม่มีอะไรเลย และแม้กระทั่งเขาเองยังไม่กล้าเชื่อในตัวเอง เขากล่าวว่า “ใครที่ทำให้ช่วงเวลาที่ยากเย็นเบาบางลงได้ นั่นแหละคือคนที่เปลี่ยนทั้งชีวิตคุณได้จริงๆ”

นอกจากนี้ เขายังเตือนใจผู้ฟังเรื่องเวลาที่เรามีกับครอบครัว โดยระบุว่าเวลาทั้งชีวิตที่เราได้ใช้กับพ่อแม่ 90% จะหมดไปก่อนเราจะอายุ 21 ปี ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนในหอประชุมนิ่งงันและครุ่นคิดถึงคนที่รักในครอบครัว

3. งานที่เลือกทำ – การใส่ความหมายลงในสิ่งที่ทำ

สำหรับเรื่องการงาน Jay มีมุมมองที่แตกต่างจากคำแนะนำทั่วไป เขากล่าวว่า “คุณไม่จำเป็นต้องหางานที่รักเสมอไป แต่คุณสามารถใส่ความหมายลงในงานที่ทำได้เสมอ” เขายกตัวอย่างจากประสบการณ์ตัวเองที่เอาการฝึกสมาธิเข้าไปสอนในบริษัทที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และนั่นคือจุดที่ทำให้เขากลับมารักงานที่เคยรู้สึกเฉยชา

ข้อคิดนี้เป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการรอคอยงานในฝันที่สมบูรณ์แบบ มาเป็นการสร้างความหมายและจุดประสงค์ในงานที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน

4. การรับใช้มนุษยชาติ – เป้าหมายสูงสุดของชีวิต

การตัดสินใจสุดท้ายที่ Jay กล่าวถึงคือการเลือกวิธีการรับใช้มนุษยชาติ เขาพูดว่า “The highest purpose is to serve” หรือ “เป้าหมายสูงสุดคือการให้” และเน้นว่าการให้ไม่จำเป็นต้องโพสต์ให้ใครเห็น หรือเป็นเรื่องใหญ่โต

การให้สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ เช่น การยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟ การแบ่งที่นั่งในรถไฟฟ้า หรือการเขียนข้อความดีๆ ให้คนแปลกหน้าอ่าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการรับใช้ที่มีคุณค่าและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

“Opinion Fast” – การลองใช้ชีวิตโดยไม่สนใจความคิดเห็นของผู้อื่น

หนึ่งในคำแนะนำที่น่าสนใจที่สุดของ Jay คือการทำ “Opinion Fast” หรือการอดข้อมูลความคิดเห็นของผู้อื่น เขาแนะนำให้ลองใช้ชีวิต 7 วัน โดยไม่ถามใครเลยว่า “คิดยังไงกับเรา” เพื่อให้รู้ว่าเราสามารถเป็นอิสระได้มากแค่ไหนเมื่อไม่ต้องใช้ชีวิตผ่านสายตาของคนอื่น

การทดลองนี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความถี่ที่เราแสวงหาการยืนยันจากภายนอก และเปิดโอกาสให้เราได้ฟังเสียงภายในใจตัวเองมากขึ้น เป็นการฝึกฝนให้เราไว้วางใจในการตัดสินใจของตัวเองและสร้างความมั่นใจจากภายใน

การวัดความสำเร็จด้วยความพยายาม ไม่ใช่การยอมรับ

Jay เตือนบัณฑิตใหม่ไม่ให้วัดชีวิตด้วยยอดวิวหรือคำชมจากคนอื่น แต่ให้ “วัดแต่ละวันด้วยความพยายาม ไม่ใช่การยอมรับ” การเปลี่ยนเกณฑ์การวัดนี้จะช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นและไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกในการสร้างความรู้สึกดีกับตัวเอง

เขายังแนะนำให้ฝึก “มุทิตา” หรือความยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ แทนที่จะเปรียบเทียบหรือรู้สึกอิจฉา ให้ลองเรียนรู้จากเขาและชื่นชมเขา เพราะความสำเร็จของคนอื่นไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่อาจเป็น “แรงบันดาลใจที่กำลังเดินผ่านเรามา”

ข้อความสุดท้ายสำหรับคนรุ่นใหม่

ในช่วงท้ายของการบรรยาย Jay ได้ส่งข้อความอันอบอุ่นให้กับบัณฑิตและคนรุ่นใหม่ที่อาจกำลังรู้สึกหลงทาง เหนื่อยล้า หรือชอบเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เขากล่าวว่า “คุณไม่ต้องรีบโต ไม่ต้องรีบสำเร็จ แค่เป็นตัวเองในแบบที่ตัวคุณตอนเด็กจะภูมิใจ และตัวคุณในอนาคตจะขอบคุณ”

ข้อความนี้สะท้อนถึงปัญหาของสังคมปัจจุบันที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในการต้องประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นผ่านโซเชียลมีเดีย และการขาดความอดทนในกระบวนการเติบโต

ผลกระทบและการตอบรับ

การบรรยายของ Jay Shetty ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักศึกษา อาจารย์ และผู้ปกครองที่เข้าร่วมงาน หลายคนระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการไม่ต้องขออนุญาตจากใครในการเป็นตัวเอง

วิดีโอจากการบรรยายนี้ได้รับการแชร์อย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ และได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาในหมู่คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาทิศทางในชีวิต

บทสรุป: การกลับมาเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

การบรรยายของ Jay Shetty ในงานจบการศึกษา Princeton 2025 ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญของยุคสมัยนี้ คือการที่เราหลงลืมตัวตนที่แท้จริงเพราะความกลัวการตัดสินจากผู้อื่น เขาได้เสนอแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติและมีจุดหมาย ผ่านการตัดสินใจสำคัญ 4 ประการและการฝึกฝนการไม่พึ่งพาความคิดเห็นของผู้อื่น

สุดท้ายนี้ หากใครกำลังรู้สึกสับสน เหนื่อยล้า หรือหลงทาง ข้อความจาก Jay Shetty อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า บางครั้งสิ่งที่เราต้องการคือการ “หายไปจากความคาดหวังของโลก” เพื่อจะได้ “กลับมาในแบบที่เป็นตัวเราจริงๆ” ในที่สุด

การบรรยายครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นคำแนะนำสำหรับบัณฑิตใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางที่มีคุณค่าสำหรับทุกคนที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและเป็นอิสระจากความคาดหวังของสังคม