Zoom เปิดตัว AI Companion 3.0 พร้อมเทคโนโลยี Agentic AI ปฏิวัติวงการธุรกิจด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะที่คิดและทำงานได้เอง

Zoom Video Communications, Inc. บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศความก้าวล้ำครั้งสำคัญในงาน Zoomtopia 2025 ด้วยการเปิดตัว AI Companion 3.0 พร้อมเทคโนโลยี Agentic AI ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานในยุคดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง นวัตกรรมใหม่นี้ไม่เพียงแค่เป็น AI ที่ตอบคำถามหรือสรุปข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสามารถคิด วิเคราะห์ และดำเนินการต่างๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ด้วยเทคโนโลยี Agentic AI

AI Companion 3.0 ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยี AI ของ Zoom ด้วยการนำเสนอความสามารถของ Agentic AI ที่สามารถแปลงการสนทนาให้กลายเป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่รับฟังและตอบสนองต่อคำสั่งเท่านั้น แต่ยังสามารถเรียนรู้และเข้าใจบริบทของผู้ใช้ คาดการณ์ความต้องการ และดำเนินการแทนผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมผู้บริหารของ Zoom เปิดเผยว่าการพัฒนา Agentic AI นี้เป็นผลจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้าง AI ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างกลมกลืน เสมือนเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง

“เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการใช้งาน AI ที่ไม่ใช่แค่การตอบคำถามหรือให้ข้อมูล แต่เป็น AI ที่สามารถดำเนินการต่างๆ แทนผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของผู้ใช้ให้สามารถโฟกัสกับงานที่มีคุณค่ามากขึ้น” Eric S. Yuan ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Zoom กล่าวในงาน Zoomtopia 2025

ความสามารถหลักของ AI Companion 3.0 ที่จะเปลี่ยนการทำงานของคุณ

AI Companion 3.0 มีความสามารถในการเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลภายในองค์กรและข้อมูลภายนอก เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ได้จริง ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ AI Companion 3.0 สามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

แหล่งข้อมูลที่ AI Companion 3.0 สามารถเข้าถึงได้ประกอบด้วย:

  1. ข้อมูลการประชุม: การถอดเสียงการประชุม บันทึกการประชุม และวาระการประชุม
  2. การสื่อสารภายในองค์กร: ประวัติการสนทนาทางแชท อีเมล และข้อความต่างๆ
  3. เอกสารองค์กร: รายงาน แผนธุรกิจ และเอกสารภายในอื่นๆ
  4. ข้อมูลภายนอก: การวิจัยตลาด ข่าวสารอุตสาหกรรม และแนวโน้มต่างๆ

ฟีเจอร์ “Free Up My Time” – ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จัดการทุกอย่างให้คุณ

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ AI Companion 3.0 คือความสามารถ “Free Up My Time” ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการงานจุกจิกและงานประจำวันที่ใช้เวลามากแต่มีมูลค่าต่ำให้กับผู้ใช้ ระบบนี้จะช่วยในการเตรียมการประชุม จัดการตารางนัดหมาย และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ระหว่างการประชุม

ความสามารถของฟีเจอร์นี้ครอบคลุมถึง:

  1. การวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของงานต่างๆ บนแพลตฟอร์ม Zoom
  2. การสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมและการสนทนา
  3. การติดตามและแจ้งเตือนภาระงานที่ต้องดำเนินการ
  4. การจัดตารางนัดหมายและเตรียมวาระการประชุมโดยอัตโนมัติ
  5. การสรุปอีเมลและข้อความสำคัญจากแพลตฟอร์มต่างๆ

“เราเชื่อว่าเทคโนโลยี AI ควรช่วยให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานที่มีคุณค่าสูง ไม่ใช่เสียเวลาไปกับงานซ้ำซากจำเจ ฟีเจอร์ ‘Free Up My Time’ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Smita Hashim ประธานเจ้าหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์ของ Zoom กล่าว

AI ที่เข้าใจบริบทและความต้องการของคุณ

AI Companion 3.0 ถูกออกแบบให้ทำงานเสมือนพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจบริบทและความต้องการของผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง ระบบจะจดจำหัวข้อการสนทนาล่าสุด การโต้ตอบที่เกิดขึ้นบ่อย และโปรเจกต์สำคัญต่างๆ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ด้วยความสามารถด้านการเขียนและทักษะการค้นคว้าที่ลึกซึ้ง ผู้ใช้สามารถสร้างรายงาน เอกสาร และนำเสนองานที่มีคุณภาพสูงได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดย AI จะช่วยในการค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด

นอกจากนี้ AI Companion 3.0 ยังสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างราบรื่น ไม่จำกัดเฉพาะในระบบนิเวศของ Zoom เท่านั้น แต่ยังรองรับการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มการประชุมอื่นๆ เช่น Microsoft Teams, Google Meet และ Cisco WebEx ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI Companion ได้ในทุกสภาพแวดล้อมการทำงาน

นวัตกรรมเพื่อประสบการณ์การประชุมที่เหนือระดับ

Zoom ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนา AI Companion 3.0 เท่านั้น แต่ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การประชุมและการทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น

อวาตาร์เสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

Zoom ได้พัฒนาเทคโนโลยีอวาตาร์เสมือนจริงให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงรายละเอียดของใบหน้า ท่าทาง และการแสดงออกทางอารมณ์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมการประชุมในรูปแบบที่เป็นตัวเองมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปิดกล้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดกล้อง

“อวาตาร์รุ่นใหม่นี้ไม่เพียงแค่มีความสมจริงมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรองรับการแสดงออกทางอารมณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น” Wei Li รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Zoom กล่าว

ความสามารถในการสร้างคลิปวิดีโอจากการนำเสนอ

Zoom ได้เพิ่มความสามารถในการสร้างคลิปวิดีโอจากการนำเสนอ (Presentation to Video) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลงสไลด์นำเสนอให้กลายเป็นวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว ระบบจะวิเคราะห์เนื้อหาในสไลด์และสร้างบทพูดที่เป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งเพิ่มเอฟเฟกต์และการเปลี่ยนฉากที่น่าสนใจ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนต์วิดีโอที่มีคุณภาพสูงได้โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการตัดต่อวิดีโอ

ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับการสร้างคอนเทนต์การเรียนรู้ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือการสื่อสารภายในองค์กร ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรในการผลิตวิดีโอคุณภาพสูง

การรองรับ Model Context Protocol (MCP)

Zoom ได้พัฒนาระบบให้รองรับ Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าและนักพัฒนาสามารถกำหนดค่า Virtual Agent ได้ตามความต้องการ โปรโตคอลนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของ AI ได้มากขึ้น โดยสามารถกำหนดกรอบการทำงาน ขอบเขตของข้อมูล และพฤติกรรมของ AI ได้ตามต้องการ

“MCP เป็นก้าวสำคัญในการทำให้เทคโนโลยี AI มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กรมากยิ่งขึ้น” Jason Lee ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยข้อมูลของ Zoom กล่าว “เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นอันดับแรก MCP จะช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมการไหลของข้อมูลและการทำงานของ AI ได้อย่างเต็มที่”

การแปลเสียงแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำสูงกว่าคู่แข่ง

Zoom ได้พัฒนาระบบการแปลเสียงแบบเรียลไทม์ให้มีความแม่นยำสูงกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน จากการประเมินโดย MetricX บริษัทวิเคราะห์อิสระชั้นนำ พบว่าโซลูชันการแปลภาษาของ Zoom มีความแม่นยำสูงกว่าคู่แข่งชั้นนำในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบแปลภาษาของ Zoom มีความแม่นยำสูงกว่าคู่แข่งถึง 28% สำหรับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาฝรั่งเศส และแม่นยำกว่า 14% สำหรับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสเปน นอกจากนี้ยังรองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์มากกว่า 70 ภาษา รวมถึงภาษาไทยที่มีความแม่นยำสูงถึง 92%

“ความแม่นยำในการแปลภาษาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเป็นไปอย่างราบรื่น เราตั้งใจพัฒนาระบบแปลภาษาที่ไม่เพียงแค่แม่นยำ แต่ยังต้องรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารได้อย่างไม่มีอุปสรรค” Velchamy Sankarlingam ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของ Zoom กล่าว

Custom AI Companion – AI ที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ

Zoom ได้เปิดตัว Custom AI Companion ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง AI ที่ปรับแต่งเฉพาะตามความต้องการขององค์กรได้ ด้วยเครื่องมือสร้างแบบ Low-code ที่ใช้งานง่าย ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและนำโซลูชัน AI ที่ปรับแต่งเฉพาะไปให้พนักงานใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

Custom AI Companion ช่วยให้องค์กรสามารถ:

  1. สร้าง AI ที่เข้าใจภาษาเฉพาะขององค์กร
  2. เชื่อมต่อกับระบบและข้อมูลภายในองค์กร
  3. กำหนดกระบวนการทำงานอัตโนมัติที่สอดคล้องกับวิธีการทำงานขององค์กร
  4. ปรับแต่งการตอบสนองและการแสดงผลให้เข้ากับแบรนด์ขององค์กร

ระบบยังรองรับการเชื่อมต่อกับตัวแทนของบุคคลที่สามและใช้โปรโตคอล Agent2Agent (A2A) เพื่อจัดการงานข้ามแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับระบบที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“Custom AI Companion คือการปลดปล่อยพลังของ AI ให้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ เราต้องการให้ทุกองค์กรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่ทรงพลังและปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ” Gary Sorrentino ประธานเจ้าหน้าที่ด้านนวัตกรรมของ Zoom กล่าว

Zoom Business Services – ยกระดับการบริการลูกค้าด้วย AI

Zoom ได้ขยายความสามารถของ AI ไปยัง Zoom Business Services ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการบริการลูกค้าและการตลาด โดยนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมบริการลูกค้า

Expert Assist – ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน

Expert Assist เป็นเครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนในการให้บริการลูกค้า ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลการสนทนาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา คำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“Expert Assist จะช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหาลงได้มากกว่า 35% และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ถึง 27% จากการทดสอบกับกลุ่มลูกค้านำร่อง” Mahesh Ram รองประธานฝ่าย Zoom Business Services กล่าว

CX Insights – ข้อมูลเชิงลึกจากปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

CX Insights เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยดึงข้อมูลเชิงธุรกิจจากข้อมูลการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนา การสอบถาม และข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อระบุแนวโน้ม ปัญหาที่พบบ่อย และโอกาสในการปรับปรุงบริการ

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถ:

  1. ระบุจุดที่ลูกค้าประสบปัญหามากที่สุด
  2. ค้นพบโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
  3. เข้าใจความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  4. วัดประสิทธิภาพของทีมบริการลูกค้าและกำหนดแนวทางการปรับปรุง

Automated Quality Management – ระบบตรวจสอบคุณภาพอัตโนมัติ

Automated Quality Management เป็นระบบที่ช่วยในการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการลูกค้าแบบอัตโนมัติ ระบบจะวิเคราะห์การสนทนากับลูกค้าทั้งที่เป็นการสนทนากับเจ้าหน้าที่จริงและการสนทนากับ Virtual Agent เพื่อประเมินคุณภาพการให้บริการและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง

“การตรวจสอบคุณภาพแบบเดิมต้องใช้เวลาและทรัพยากรมาก ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ตรวจสอบได้เพียง 1-2% ของการสนทนาทั้งหมด แต่ด้วย Automated Quality Management องค์กรสามารถตรวจสอบการสนทนาได้ 100% โดยไม่ต้องเพิ่มทรัพยากร” Heidi Elmore ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านการบริการลูกค้าของ Zoom กล่าว

ฟีเจอร์ “Bring Your Own Voice” – สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณ

Zoom ได้เปิดตัวฟีเจอร์ “Bring Your Own Voice” สำหรับ Zoom Virtual Agent (ZVA) ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถสร้างประสบการณ์การสนทนาที่สอดคล้องกับแบรนด์มากขึ้น องค์กรสามารถสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับ Virtual Agent ได้ ทำให้การบริการลูกค้าผ่าน AI มีความเป็นตัวตนของแต่ละองค์กรมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้แบรนด์สามารถ:

  1. สร้างเอกลักษณ์ด้านเสียงที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์
  2. ส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและน่าประทับใจมากขึ้น
  3. สร้างความต่อเนื่องในการสื่อสารกับลูกค้าทุกช่องทาง
  4. เพิ่มการจดจำและความภักดีต่อแบรนด์

“เสียงของแบรนด์เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ลูกค้า ฟีเจอร์ ‘Bring Your Own Voice’ จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์การใช้งาน AI ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์อย่างแท้จริง” Mahesh Ram กล่าวเพิ่มเติม

แผนการเปิดให้บริการและราคา

AI Companion 3.0 จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้บัญชีแบบชำระเงินของ Zoom Workplace ทุกระดับ ส่วน Custom AI Companion จะมีค่าใช้จ่าย 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ใช้ต่อเดือน

ฟีเจอร์เพิ่มเติมอื่นๆ จะทยอยเปิดให้บริการตามกำหนดการดังนี้:

  • อวาตาร์เสมือนจริงและการสร้างคลิปวิดีโอจากการนำเสนอ: เดือนธันวาคม 2568
  • Expert Assist และ CX Insights: เดือนมกราคม 2569
  • Automated Quality Management และ “Bring Your Own Voice”: เดือนกุมภาพันธ์ 2569

การเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กร

Zoom แนะนำให้องค์กรที่สนใจใช้งาน AI Companion 3.0 เตรียมความพร้อมดังนี้:

  1. ประเมินความต้องการและเป้าหมายในการใช้งาน AI
  2. ฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจวิธีการใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ทบทวนนโยบายการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  4. พิจารณาการบูรณาการระบบกับแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
  5. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จและวิธีการประเมินผล

“การนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรไม่ใช่แค่การเพิ่มเครื่องมือใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างสิ้นเชิง องค์กรที่มีการเตรียมความพร้อมที่ดีจะสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่” Sharvari Nerurkar รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของ Zoom กล่าว

บทสรุป: ก้าวสำคัญของเทคโนโลยี AI ที่จะเปลี่ยนโลกการทำงานยุคใหม่

การเปิดตัว AI Companion 3.0 พร้อมเทคโนโลยี Agentic AI ของ Zoom ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ไม่ใช่แค่ตอบคำถามหรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถคิด ตัดสินใจ และดำเนินการได้ด้วยตัวเอง เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ให้สามารถโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น

ในยุคที่การทำงานแบบไฮบริดกำลังเป็นบรรทัดฐานใหม่ Zoom ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้และองค์กรในปัจจุบันและอนาคต AI Companion 3.0 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำไปสู่ยุคใหม่ของการทำงานร่วมกับ AI อย่างแท้จริง

“เราเชื่อว่าเทคโนโลยี Agentic AI จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการทำงานของผู้คนทั่วโลก เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีไปอีกขั้น” Eric S. Yuan กล่าวทิ้งท้ายในงาน Zoomtopia 2025 “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”