ตามรวบ 6 วัยรุ่นซ่าส์บุกทำร้ายทีมงานหมอลำดัง “ดอกเหมยเพ็ญนภา” ระหว่างแสดงงานประเพณีแข่งเรือกาฬสินธุ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ผ่านมา ขณะที่นางสาวเพ็ญนภา จิตงาม อายุ 35 ปี หรือที่รู้จักในนาม “ดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข” หัวหน้าคณะหมอลำ กำลังทำการแสดงในงานประเพณีแข่งเรือ ในพื้นที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ปัญหาเริ่มต้นเมื่อกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวที จนการ์ดของวงต้องเข้าไปเตือนให้ลงมา ซึ่งการกระทำนี้ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มดังกล่าวได้ฝ่ากำแพงบุกเข้าไปด้านหลังเวที โดยมีเจตนาทำร้ายร่างกายทีมงานหมอลำ

ในขณะนั้น ด้านหลังเวทีมีเพียงทีมงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นหางเครื่อง และทีมงานผู้ชายเพียงไม่กี่คน กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เอะอะโวยวายและพยายามทำร้ายร่างกายทีมงาน ซึ่งทำให้บรรยากาศเกิดความตื่นตระหนกและวุ่นวาย

แสนชัย-อดีตแชมป์โลกเข้าช่วยปกป้องทีมงาน

ณ จุดเกิดเหตุ นายสุทิวัส เช่นพิมาย อายุ 33 ปี หรือที่รู้จักในนาม “แสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม” อดีตแชมป์โลกมวยไทย ซึ่งอยู่ด้านหลังเวทีในขณะนั้น ได้เห็นเหตุการณ์และพยายามเข้าไปห้ามปรามและปกป้องทีมงานไม่ให้ถูกทำร้าย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอมฟังการห้ามปราม และยังคงพยายามเข้ามาทำร้าย แสนสะท้านจึงจำเป็นต้องป้องกันตัวและปกป้องทีมงาน โดยได้สาวหมัดใส่กลุ่มผู้ก่อเหตุ จนวัยรุ่นคนหนึ่งล้มลงกับพื้น การกระทำนี้ทำให้เกิดการชุลมุนและความวุ่นวายมากขึ้น

ทีมงานหมอลำและประชาชนที่มาชมการแสดงได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์นี้และนำไปเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้เหตุการณ์นี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังเกิดเหตุ พลตำรวจเอก ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน พลตำรวจเอก ศิรสัณห์ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับเข้าพบผู้เสียหาย ทั้งแสนสะท้าน ดอกเหมย และทีมงานหมอลำ เพื่อยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีผู้ก่อเหตุตามกฎหมายทุกราย

จากการสืบสวนของชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกมลาไสย ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ สามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ครบทั้ง 6 คน หลังจากที่บางส่วนมามอบตัวเอง

รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 6 คน

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย:

  1. นายจักรพงษ์ นาชัยดี อายุ 26 ปี
  2. นายณัฐพงศ์ กุดวิเทศ อายุ 31 ปี
  3. นายชัยวิวัฒน์ วันดี อายุ 35 ปี
  4. นายมนูญ อนันเอื้อ อายุ 26 ปี
  5. นายอภิสิทธิ์ เลิศล้ำ อายุ 30 ปี
  6. นายศุภชัย มองทรัพย์ อายุ 30 ปี

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากการดื่มสุราจนเมาและรู้สึกเสียหน้าที่ถูกเตือนให้ลงจากลำโพงหน้าเวที พวกเขาต่างขอยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำ

นายชัยวิวัฒน์ วันดี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุและเป็นตัวแทนของกลุ่ม ได้กล่าวคำขอโทษต่อสาธารณะ พร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ ได้ยกมือไหว้ขอโทษอย่างสุภาพ

ข้อหาที่ถูกแจ้งและการดำเนินคดี

ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 5 ข้อหา ดังนี้:

  1. ทำให้เสียทรัพย์ – จากการทำลายอุปกรณ์และเครื่องใช้ในบริเวณเวที
  2. ร่วมกันบุกรุก – การฝ่ากำแพงเข้าไปในพื้นที่หลังเวทีโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. ร่วมกันทำร้ายร่างกาย – การโจมตีและพยายามทำร้ายทีมงานหมอลำ
  4. พกพาอาวุธมีดไปในชุมชนเมืองหมู่บ้าน – จากการตรวจค้นพบอาวุธติดตัว
  5. ร่วมกันทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ – พฤติกรรมการข่มขู่และสร้างความหวาดกลัว

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด หากพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกด้วย

คำให้การของผู้เสียหาย

แสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม ได้ให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนแจ้งให้ทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้ไปเต้นอยู่บนเวทีหน้าลำโพง และการ์ดของวงได้ไปเตือนจนเกิดความไม่พอใจ ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ฝ่ากำแพงพยายามบุกเข้ามาด้านหลังเวที

ในขณะนั้นมีแต่หางเครื่องซึ่งเป็นผู้หญิงและทีมงานหมอลำผู้ชายบางส่วน กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เอะอะโวยวายและพยายามทำร้ายร่างกายทีมงาน เขาจึงพยายามห้ามและปกป้องไม่ให้ทีมงานถูกทำร้าย แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับไม่ฟังและยังคงพยายามเข้ามาทำร้าย

แสนสะท้านกล่าวว่า เขาจำเป็นต้องป้องกันตัวเองและปกป้องทีมงาน จึงต้องสาวหมัดใส่กระทั่งวัยรุ่นคนหนึ่งล้มลงกับพื้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการห้ามพาไปที่ด้านหน้าเวที

เขายังแสดงความกังวลว่า ในช่วงเกิดเหตุ ทุกคนเห็นเหตุการณ์รวมทั้งตำรวจด้วย แต่ไม่มีการควบคุมตัวผู้ที่ก่อเหตุไปไว้ในทันที จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีนี้ถึงที่สุด เพราะทีมงานเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการแสดงครั้งต่อไป

ดอกเหมยยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด

นางสาวเพ็ญนภา จิตงาม หรือ ดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข หัวหน้าคณะหมอลำ ได้ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุตนและทีมงานพากันตกใจมาก เนื่องจากทีมงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นหางเครื่อง ซึ่งไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

เธอเล่าว่า จากการทำการแสดงมาหลายปีและหลายสถานที่ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาก่อน จึงรู้สึกตกใจและกังวลอย่างมากกับความปลอดภัยของทีมงาน สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอยืนยันว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างและไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับคณะอื่นอีกต่อไป

ดอกเหมยยังได้ฝากถึงแฟนเพลงหมอลำและแฟนคลับ พร้อมขอบคุณที่ได้มารับชมการแสดงของวงเมื่อคืนที่ผ่านมา และให้กำลังใจในช่วงเหตุการณ์นี้ เธอกล่าวว่าขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับการสนับสนุนจากทุกคน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ความมั่นใจ

พลตำรวจเอก ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ความมั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีผู้ก่อเหตุตามกฎหมายทุกราย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และจะรวดเร็วในการดำเนินการ

เขาได้ออกมาเตือนกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองว่า การทำอะไรต้องมีสติ เพราะหากเมาแล้วขาดสติแบบนี้ ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น

เขายังเน้นย้ำว่า การแสดงหมอลำเป็นศิลปะการแสดงที่สำคัญของท้องถิ่น และนักแสดงควรได้รับความปลอดภัยในการทำงาน การกระทำของกลุ่มวัยรุ่นครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฝ่าฝีนกฎหมาย แต่ยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของงานประเพณีที่มีคุณค่า

ผลกระทบต่อวงการหมอลำและงานประเพณี

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับวงการหมอลำและผู้จัดงานประเพณีต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของนักแสดงในระหว่างการแสดง หลายคณะหมอลำเริ่มพิจารณาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการแสดง

การที่คลิปเหตุการณ์แพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดียได้สร้างการตื่นตัวของสาธารณชน และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นบทเรียนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

แฟนเพลงหมอลำจำนวนมากได้แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจแก่ดอกเหมยและทีมงาน พร้อมประณามการกระทำของกลุ่มวัยรุ่น หลายคนเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต

ข้อเตือนใจและบทเรียน

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับผลของการดื่มสุราจนเสียสติและการขาดการควบคุมอารมณ์ การที่กลุ่มวัยรุ่นทำเช่นนี้เพียงเพราะรู้สึกเสียหน้า แสดงให้เห็นถึงความขาดวุฒิภาวะและการไม่คิดถึงผลที่ตามมา

การแสดงหมอลำเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีคุณค่าและควรได้รับการเคารพ นักแสดงและทีมงานต่างทุ่มเทเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับประชาชน การทำร้ายพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

ผู้จัดงานประเพณีและผู้ที่เกี่ยวข้องควรนำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

สำหรับประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นการเตือนใจให้รู้จักการควบคุมตนเองในการดื่มสุรา และการมีมารยาทในงานสาธารณะ การเคารพนักแสดงและการรักษากฎระเบียบของงานจะช่วยให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยในงานประเพณีต่างๆ และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต