นักแสดงอิสระแจ้งความ! เปิดโปงผู้กำกับหนังใช้อุบายสอนฉากเลิฟซีนหลอกกระทำอนาจาร เหยื่อรายใหม่วัยเพียง 16 ปี

นายโชติอนันต์ เลิศฤทธิ์ภูวดล หรือที่รู้จักในนาม “เสี่ยเป้ บางกรวย” ผู้ก่อตั้งเพจ “เป้ บางกรวย – นนทบุรีไม่ทิ้งกัน” ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี อาชีพนางแบบและนักแสดงอิสระ ซึ่งกล่าวอ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของผู้กำกับหนังที่ใช้วิธีการชักชวนให้มาออดิชัน แล้วใช้อุบายการสอนฉากเลิฟซีนเป็นข้ออ้างในการล่วงละเมิดทางเพศ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้กระทำผิดรายนี้มีประวัติการกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี 2560 จึงทำให้เสี่ยเป้ตัดสินใจพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจนครบาลบางบัวทอง

## รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตามที่ น.ส.เอ ได้เล่าให้ฟัง เธอรู้จักกับผู้กำกับรายนี้ในฐานะผู้สร้างผลงานหนังเรื่องหนึ่ง โดยผู้กระทำผิดได้ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กมาชักชวนให้เธอไปแสดงในซีรีย์แนวยูริ (Girl’s Love) ด้วยความสนใจในโอกาสการแสดง เธอจึงตอบตกลงเข้าร่วม

การออดิชันครั้งแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเด็กหนุ่มสาวหลายคนมาร่วมคัดเลือก แต่หลังจากวันแรกผ่านไป จำนวนผู้เข้าร่วมลดลงเหลือเพียง 4-5 คน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกที่ควรจะทำให้เกิดความระแวง

## จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ร้ายแรง

วันต่อมา เมื่อมีการนัดทำเวิร์คช็อป น.ส.เอ พบว่าเมื่อเธอไปถึงสตูดิโอ กลับมีเพียงเธอกับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุเพียง 16 ปี เท่านั้น ผู้กำกับอ้างเหตุผลว่าคนอื่นๆ ติดธุระจึงไม่สามารถมาได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้สถานการณ์เอื้อต่อการกระทำผิด

ระหว่างการทำเวิร์คช็อป ผู้กำกับได้แจ้งว่าจะมีฉากเลิฟซีนในเนื้อเรื่อง และได้สอบถามเรื่องประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม จากนั้นเขาได้เสนอที่จะสอนการแสดงฉากดังกล่าว โดยให้ทั้งสองคนหลับตาและใช้จินตนาการถึงภาพที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนรัก

## การล่วงละเมิดที่เกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาเกินกว่าการสอนการแสดงอย่างแน่นอน ผู้กำกับได้ใช้มือลูบขาของ น.ส.เอ ค่อยๆ โอบกอดและสัมผัสส่วนอวัยวะสำคัญ ทั้งการจับหน้าอก การล้วงมือเข้าไปในเสื้อ และการพยายามล้วงมือเข้าไปในกางเกง รวมถึงการจูบบริเวณลำคอและหู

น.ส.เอ พยายามขัดขืนและรู้สึกช็อกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้กระทำผิดพยายามล้วงมือเข้าไปในกางเกงชั้นใน เธอจึงลืมตาขึ้นมามองหน้าผู้กำกับ ซึ่งผู้กระทำผิดได้ตีเนียนและบอกว่า “ไม่เป็นไร นี่คือการแสดง” แล้วหันไปทำการในลักษณะเดียวกันกับเด็กหญิงวัย 16 ปี

## ความรู้สึกของผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุ

น.ส.เอ เล่าว่าเธอรู้สึกไม่สบายใจและไม่สามารถหลับตาได้ เมื่อลืมตาขึ้นมาดู พบว่าผู้กำกับและน้องสาววัย 16 ปีหลับตากัน โดยผู้กระทำผิดได้ใช้มือล้วงเข้าไปใต้กางเกงของเด็กหญิง ซึ่งเด็กคนนั้นไม่ได้มีการขัดขืนเป็นระยะเวลานาน

เมื่อผู้กำกับสังเกตเห็นว่า น.ส.เอ ลืมตาดูอยู่ เขาจึงหยุดการกระทำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีคนมาเคาะประตูสตูดิโอพอดี เด็กหญิงวัย 16 ปีจึงวิ่งมาหา น.ส.เอ ด้วยความตกใจและถามว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเด็กคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหว ตัวสั่น และอยากกลับบ้าน น.ส.เอ จึงแนะนำให้เด็กโทรหาแม่ให้มารับ

## คำพูดที่น่าตกใจของผู้กระทำผิด

สิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้น คือผู้กำกับได้บอกกับผู้เข้าร่วมว่า ทุกคนที่อยากจะประสบความสำเร็จในวงการต้องผ่าน “การขึ้นครู” ซึ่งหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์กับเขา เมื่อ น.ส.เอ ถามถึงเหตุผล ผู้กระทำผิดได้ตอบว่า นี่เป็นการ “เซฟเด็ก” เพื่อไม่ให้ไปอยู่สังกัดอื่น หรือไปมีอะไรกับคนอื่น และหากไม่ยอมทำตามก็ต้องไปทำในสิ่งที่เขาต้องการกับผู้ใหญ่ที่สนใจ

คำพูดเหล่านี้ทำให้ น.ส.เอ รู้สึกตกใจและหวาดกลัวมาก เธอจึงขอเปลี่ยนไปเรียนฉากแอ็กชั่นแทน และหลังจากวันนั้นก็ไม่เคยไปทำเวิร์คช็อปอีกเลย

## เหยื่อรายใหม่วัย 16 ปี

ความร้ายแรงของเหตุการณ์นี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อ น.ส.บี อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง ได้เดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางบัวทองในช่วงกลางวันของวันเดียวกัน จากข้อมูลที่ได้รับ เด็กหญิงรายนี้ไม่กล้าปฏิเสธการกระทำของผู้กำกับ จึงต้องถูกล่วงละเมิดอย่างรุนแรง

การที่มีเด็กผู้หญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาเป็นเหยื่อ ทำให้คธีนี้กลายเป็นประเด็นที่ร้ายแรงมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นการคุกคามเด็กอีกด้วย

## ประวัติความผิดของผู้กระทำผิด

จากการตรวจสอบข้อมูลของเสี่ยเป้ พบว่าผู้กำกับรายนี้มีประวัติการกระทำในลักษณะเดียวกันมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี 2560 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่เป็นพฤติกรรมที่เขาทำอย่างต่อเนื่อง

การที่ผู้กระทำผิดกลับมาทำเหตุการณ์แบบนี้อีกในปีนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สำนึกผิดหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และอาจมีเหยื่อรายอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ออกมาแจ้งความ

## คำให้การของเสี่ยเป้ บางกรวย

เสี่ยเป้ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้กระทำผิดรายนี้อ้างตัวเป็นครูสอนการแสดงและเป็นอดีตผู้กำกับหนัง เขาได้ติดต่อกับนักแสดงหญิงหลายคนเพื่อชักชวนให้มาแสดงในมินิซีรีส์ต่างๆ โดยใช้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในวงการเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง

วิธีการของเขาคือการนัดออดิชันและทำเวิร์คช็อปที่สตูดิโอ แล้วใช้ข้ออ้างเรื่องการสอนฉากเลิฟซีนเป็นหนทางในการล่วงละเมิด มีการใช้คำพูดโน้มน้าวให้เหยื่อเกิดอารมณ์ร่วม และใช้มือสัมผัสบริเวณเสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน และอวัยวะเพศ

เมื่อเหยื่อพยายามต่อต้าน เขาจะใช้อุบายบอกว่า “ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ นี่เป็นการแสดง” เพื่อทำให้เหยื่อสับสนและไม่กล้าต่อต้านต่อไป

## การดำเนินการทางกฎหมาย

เสี่ยเป้ยืนยันว่าจะดำเนินการกับคดีนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายใหม่เกิดขึ้นอีก เขาเชื่อว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ยังไม่กล้าออกมาแจ้งความ จึงอยากให้ทุกคนที่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้ติดต่อเข้ามาช่วยกันรวบรวมหลักฐาน

ในปัจจุบัน มีผู้เสียหาย 2 ราย ได้แจ้งความแล้ว โดยทั้งสองรายเป็นเหยื่อของบุคคลเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินคดีมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

## ปัญหาในวงการบันเทิงไทย

เสี่ยเป้เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วในวงการบันเทิง เขาเคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มานาน แต่ไม่รู้ว่าพฤติกรรมจะรุนแรงขนาดนี้ การที่มีผู้ใช้อำนาจและความน่าเชื่อถือในวงการมาเอาเปรียบนักแสดงหน้าใหม่ เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

หลายคนรู้เรื่องแต่เลือกที่จะเงียบ เพราะกลัวว่าจะส่งผลต่อการงานของตนเอง หรือกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องตื่นตัวและให้ความสำคัญกับปัญหานี้

## คำเตือนสำหรับนักแสดงหน้าใหม่

เสี่ยเป้ฝากถึงน้องๆ ที่มีความฝันอยากเป็นดารานักแสดงให้ระวังตัวและศึกษาข้อมูลอย่างดี ก่อนที่จะร่วมงานกับใคร ควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของสังกัดหรือบุคคลที่ติดต่อมา

หากเจอใครที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือใช้ข้ออ้างแปลกๆ เช่น การต้อง “ขึ้นครู” หรือการสอนการแสดงที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสร่างกาย ให้รีบหนีออกมาทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

## การเรียกร้องความยุติธรรม

นอกจากการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว กรณีนี้ยังเป็นการเรียกร้องความยุติธรรมของสังคม ที่ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษตามกฎหมาย และไม่ให้มีโอกาสกลับมาทำร้ายใครอีก

ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณให้กับคนในวงการทราบว่า สังคมไม่ยอมรับพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีตำแหน่งหน้าที่อะไร หากกระทำผิด ต้องได้รับการลงโทษ

## ผลกระทบต่อวงการบันเทิง

เหตุการณ์นี้น่าจะส่งผลกระต่อต่อวงการบันเทิงไทยในทางบวก โดยจะทำให้บริษัทและสังกัดต่างๆ ให้ความสำคัญกับการป้องกันการล่วงละเมิดมากขึ้น มีการกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

นอกจากนั้น อาจมีการสร้างช่องทางให้ผู้ที่ประสบปัญหาสามารถแจ้งเหตุได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะส่งผลเสียต่อการงานของตนเอง

## ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ปกครอง

สำหรับผู้ปกครองที่มีลูกอยากเข้าสู่วงการบันเทิง ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกเป็นอันดับแรก ควรติดตามและเฝ้าระวังการทำงานของลูก ไม่ควรปล่อยให้ลูกไปทำงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมคนเดียวกับคนที่ไม่รู้จักดี

นอกจากนั้น ควรสร้างความไว้วางใจให้ลูกกล้าที่จะมาปรึกษาเมื่อพบเจอปัญหา และสอนให้ลูกรู้จักป้องกันตัวเอง รวมถึงการบอกคำว่า “ไม่” เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ

## การเรียกร้องให้ผู้เสียหายรายอื่นออกมา

เสี่ยเป้เรียกร้องให้นักแสดงหรือบุคคลอื่นๆ ที่เคยโดนล่วงละเมิดจากบุคคลเดียวกันนี้ หรือจากคนอื่นๆ ในวงการ ให้กล้าออกมาแจ้งความ เพื่อช่วยกันนำคนเลวออกจากสังคมและป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายใหม่

การที่หลายคนออกมาพร้อมกันจะช่วยให้คดีมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และจะเป็นกำลังใจให้กับผู้เสียหายในการดำเนินคดี

## บทสรุป

กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในวงการบันเทิงไทย การที่ผู้เสียหายกล้าออกมาแจ้งความและเล่าประสบการณ์ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและจะช่วยป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายใหม่

สังคมไทยต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหานี้ ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิง

การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรุนแรงและการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก คือสิ่งที่สังคมไทยต้องทำให้ได้ เพื่อให้วงการบันเทิงไทยเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคน