การเข้าตรวจสอบคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านสาทร เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นภายหลังจากที่หน่วยงานได้รับรายงานเบาะแสว่ามีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม เข้ามาทำงานและให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในคลินิกดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการ เนื่องจากผู้ประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาตอาจไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วยได้
พบหมอฟันเถื่อนขณะให้บริการผู้ป่วย
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในคลินิก พบนางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี กำลังปฏิบัติหน้าที่ขูดหินปูนให้กับผู้มาใช้บริการอยู่ในห้องตรวจ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่สามารถแสดงใบอนุญาตที่ถูกต้องได้ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลกับทันตแพทยสภา ก็พบว่าไม่มีชื่อของผู้ต้องหาอยู่ในทะเบียนทันตแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน ซึ่งนางสาวบีได้ให้การรับสารภาพว่าจริงๆ แล้วตนเองสำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยภายในประเทศ มีความรู้ทางด้านทันตกรรมอย่างแท้จริง แต่เนื่องจากยังไม่ได้ทำการสอบขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้อย่างถูกต้อง
เปิดเผยวิธีการปลอมแปลงเอกสาร
ผู้ต้องหาให้การว่า เพื่อให้สามารถสมัครงานเป็นทันตแพทย์ในคลินิกต่างๆ ได้ ตนจึงได้นำใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมของทันตแพทย์รายอื่นที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มาทำการปลอมแปลงโดยการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย และข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เป็นของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงให้คลินิกต่างๆ เชื่อว่าตนเองเป็นทันตแพทย์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
ด้วยเอกสารปลอมดังกล่าว ผู้ต้องหาจึงสามารถสมัครงานเข้าทำงานในคลินิกทันตกรรมหลายแห่ง และได้ให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยมาเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปี โดยไม่มีใครสงสัยหรือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารใบอนุญาตอย่างละเอียด ทำให้ผู้ต้องหาสามารถหลอกลวงและประกอบวิชาชีพโดยผิดกฎหมายมาโดยตลอด
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้รับบริการ แม้ว่าผู้ต้องหาจะมีความรู้ทางด้านทันตแพทยศาสตร์จริง แต่เนื่องจากไม่ได้ผ่านการสอบและได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา จึงไม่มีการประกันว่าจะมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอและทันสมัย รวมถึงไม่อยู่ภายใใต้การกำกับดูแลทางจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ
เคยถูกจับมาแล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบ
สิ่งที่น่าตกใจและน่าวิตกกังวลอย่างยิ่งคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบว่านางสาวบีเคยถูกจับกุมในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 หรือเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
แต่ผู้ต้องหากลับไม่ยอมหยุดการกระทำผิด ไม่เข็ดหลาบหรือเกรงกลัวต่อกฎหมาย กลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งโดยใช้วิธีการเดิม คือการปลอมแปลงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อเข้าทำงานในคลินิก และให้บริการรักษาแก่ประชาชนต่อไป พฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบต่อสังคมและการมุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น
การกระทำของผู้ต้องหาจึงถูกจัดอยู่ในลักษณะของ “หมอฟันเถื่อน” ที่เป็นอันตรายต่อผู้รับบริการอย่างแท้จริง เพราะแม้จะมีความรู้พื้นฐานทางทันตแพทยศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้รับการรับรองความรู้ความสามารถจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่ได้รับการต่ออายุความรู้อย่างสม่ำเสมอ และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทันตแพทยสภา อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการรักษา การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของผู้ป่วยได้
ความเสี่ยงและอันตรายต่อผู้รับบริการ
การที่บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตเข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรม ก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายต่อผู้รับบริการในหลายประการ ประการแรกคือความเสี่ยงจากการขาดความรู้ที่ทันสมัย แม้ว่าผู้ประกอบการอาจจบการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ แต่ถ้าไม่ได้ผ่านการสอบและไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต ก็อาจไม่ได้รับข้อมูลความรู้ใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในวงการทันตกรรม
ประการที่สองคือความเสี่ยงจากการขาดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ทันตแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพและมาตรฐานการรักษาที่ทันตแพทยสภากำหนด แต่หมอฟันเถื่อนไม่อยู่ภายใต้การควบคุมดังกล่าว อาจไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการฆ่าเชื้อเครื่องมือ การป้องกันการติดเชื้อข้าม หรือการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
ประการที่สามคือปัญหาเรื่องความรับผิดชอบและการชดเชยความเสียหาย หากเกิดความผิดพลาดหรือภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา ผู้ป่วยอาจไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสมได้ เพราะผู้กระทำผิดไม่ได้ขึ้นทะเบียนและอาจไม่มีประกันความรับผิดชอบวิชาชีพ
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ผิดพลาด การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม การทำหัตถการที่ซับซ้อนเกินความสามารถ และการไม่สามารถจัดการกับภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและบทลงโทษ
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกำหนดโทษที่ค่อนข้างหนักนี้สะท้อนถึงความร้ายแรงของการกระทำผิด เพราะเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน การประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงถือเป็นความผิดร้ายแรงที่กฎหมายให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากโทษทางอาญาแล้ว ผู้กระทำผิดยังอาจต้องรับผิดทางแพ่งชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายหากมีผู้ป่วยได้รับความเสียหายจากการรักษา และยังอาจถูกฟ้องคดีในข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การปลอมแปลงเอกสารราชการ การใช้เอกสารปลอม หรือการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษเพิ่มเติมตามแต่ละความผิด
ผู้ประกอบการคลินิกต้องรับผิดด้วย
ไม่เพียงแต่ผู้ปฏิบัติงานโดยไม่มีใบอนุญาตเท่านั้นที่ต้องรับผิด แต่เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการคลินิกทันตกรรมด้วย โดยผู้ประกอบการถูกดำเนินคดีในข้อหาผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไม่ควบคุมดูแล ปล่อยให้บุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพมาทำการรักษา ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การดำเนินคดีกับผู้ประกอบการคลินิกนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้ประกอบการมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาทำงานในสถานพยาบาลอย่างรอบคอบ ต้องตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่าเป็นของจริงหรือไม่ และต้องควบคุมดูแลให้มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้นที่สามารถให้บริการรักษาแก่ผู้ป่วยได้
หากผู้ประกอบการละเลยไม่ตรวจสอบหรือรู้เห็นแต่ปล่อยปละละเลย ก็ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำผิดและต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วยเช่นกัน การดำเนินคดีกับทั้งผู้กระทำผิดโดยตรงและผู้ประกอบการจึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
คำเตือนจากผู้บังคับการ ปคบ.
พลตำรวจตรี คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า การสวมรอยหรือแอบอ้างตนเองเป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือทันตแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและไม่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างยิ่ง
ผู้บังคับการกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยในหลายรูปแบบ ทั้งการติดเชื้อจากการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง การรักษาที่ผิดพลาดเนื่องจากการวินิจฉัยหรือการทำหัตถการที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหายถึงขั้นพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงและไม่สามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม
ผู้บังคับการจึงขอให้ประชาชนระมัดระวังและตรวจสอบคุณสมบัติของทันตแพทย์ผู้ให้บริการทุกครั้งก่อนที่จะเข้ารับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรตรวจสอบชื่อและเลขที่ใบอนุญาตของทันตแพทย์ว่ามีอยู่จริงและยังไม่หมดอายุหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าคลินิกนั้นๆ มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ถูกต้องหรือไม่
วิธีการตรวจสอบความถูกต้อง
สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่าทันตแพทย์ที่ให้บริการรักษาตนเองนั้นเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้หลายช่องทาง โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ของทันตแพทยสภา ที่ www.dentalcouncil.or.th ซึ่งมีระบบค้นหาทันตแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตให้บริการ
การตรวจสอบทำได้โดยง่าย เพียงกรอกชื่อหรือเลขที่ใบอนุญาตของทันตแพทย์ ระบบก็จะแสดงข้อมูลว่าทันตแพทย์ท่านนั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนหรือไม่ ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุหรือไม่ และมีข้อจำกัดในการประกอบวิชาชีพหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานทันตแพทยสภาโดยตรง หรือโทรศัพท์สอบถามไปยังทันตแพทยสภา
ประชาชนควรสังเกตและตรวจสอบดูใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่แสดงไว้ในห้องตรวจหรือคลินิกด้วย ใบอนุญาตที่ถูกต้องจะต้องมีรูปถ่ายของผู้ประกอบวิชาชีพ ชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาต และวันหมดอายุระบุไว้อย่างชัดเจน ควรสังเกตว่ารูปถ่ายในใบอนุญาตตรงกับทันตแพทย์ผู้ให้บริการหรือไม่ และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
หากพบความผิดปกติหรือสงสัยในความถูกต้องของเอกสาร ไม่ควรเข้ารับบริการและควรแจ้งเบาะแสไปยังทันตแพทยสภาหรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ปัญหาหมอเถื่อนในปัจจุบัน
กรณีการจับกุมหมอฟันเถื่อนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย แม้ว่าจะมีกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม ยังมีผู้ประกอบวิชาชีพโดยผิดกฎหมายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และวิชาชีพสาธารณสุขอื่นๆ
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีผู้กล้าเสี่ยงกระทำผิดคือผลประโยชน์ทางการเงินที่สูง การประกอบวิชาชีพทันตกรรมสามารถสร้างรายได้ที่ดี ทำให้มีผู้พยายามหาทางเข้าสู่วิชาชีพโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วแต่ยังไม่สามารถสอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาต หรือผู้ที่เคยมีใบอนุญาตแต่ถูกเพิกถอนไปแล้ว
อีกสาเหตุหนึ่งคือการขาดการตรวจสอบที่เข้มงวดจากผู้ประกอบการคลินิกบางแห่ง ซึ่งอาจไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารอย่างละเอียด หรือบางกรณีอาจรู้เห็นแต่เลือกที่จะจ้างงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมักจะยอมรับค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาต
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากความไม่รู้ของผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ให้บริการ มักเลือกคลินิกจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ราคา สถานที่ตั้ง หรือคำแนะนำจากคนรู้จัก โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตที่ถูกต้องหรือไม่
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา
เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอฟันเถื่อน จำเป็นต้องมีการดำเนินการในหลายระดับ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในส่วนของภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานพยาบาล มีการตรวจสอบเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ ไม่รอเพียงแต่จะได้รับเรื่องร้องเรียน
ทันตแพทยสภาควรพัฒนาระบบการตรวจสอบใบอนุญาตให้ทันสมัยและง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชน เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือที่ประชาชนสามารถสแกน QR Code บนใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที หรือการให้คลินิกแสดงข้อมูลทันตแพทย์ผู้ให้บริการพร้อมลิงก์เชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลของทันตแพทยสภา
ในส่วนของผู้ประกอบการคลินิก ควรมีความรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาทำงานอย่างละเอียด ไม่ควรพึ่งพาเพียงเอกสารที่ผู้สมัครงานนำมาเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบข้อมูลกับทันตแพทยสภาโดยตรงทุกครั้ง และควรมีการตรวจสอบซ้ำเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอน
สำหรับภาคประชาชน การสร้างความตระหนักรู้และการศึกษาเรื่องสิทธิและวิธีการคุ้มครองตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรได้รับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติของทันตแพทย์ ความสำคัญของการเลือกใช้บริการจากสถานพยาบาลที่ถูกต้อง และช่องทางการร้องเรียนเมื่อพบเห็นความผิดปกติ
บทเรียนจากคดีนี้
คดีการจับกุมหมอฟันเถื่อนในครั้งนี้ให้บทเรียนสำคัญหลายประการ ประการแรกคือความจำเป็นในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอย่างละเอียด แม้ว่าคลินิกจะดูมีมาตรฐานและทันตแพทย์ดูมีความรู้ความสามารถ แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจได้รับความเสียหายจากการรักษา
ประการที่สองคือการเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบการกำกับดูแลวิชาชีพ ระบบการให้ใบอนุญาตและการควบคุมดูแลวิชาชีพไม่ใช่เพียงแค่ขั้นตอนทางราชการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการประกันคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการ ทันตแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถ และต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ
ประการที่สามคือความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง แม้ว่าผู้กระทำผิดในคดีนี้เคยถูกจับกุมมาแล้ว แต่ก็ยังกลับมากระทำผิดซ้ำ แสดงให้เห็นว่าอาจจำเป็นต้องมีบทลงโทษที่หนักขึ้นหรือมีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถกลับมาทำผิดซ้ำได้
สุดท้ายคือความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา ทั้งจากหน่วยงานราชการที่ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย จากผู้ประกอบการที่ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากร และจากประชาชนที่ต้องมีความรู้และระมัดระวังในการเลือกใช้บริการ
กรณีนี้จึงเป็นการเตือนสติให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ให้บริการทางการแพทย์และทันตกรรมทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนแก่ผู้ที่คิดจะประกอบวิชาชีพโดยผิดกฎหมายว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเฝ้าระวังและพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและรักษามาตรฐานวิชาชีพให้คงอยู่