วันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายต้น (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวและนายภานุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจดัง “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ถึงเหตุการณ์สยดสยองที่เกิดขึ้นกับตนเอง หลังจากที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นดักซ้อมและทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 บริเวณกลางซอยโยธานิมิตร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
จากการพูดคุยออนไลน์สู่การนัดพบครั้งแรก
นายต้นเล่าถึงที่มาของเหตุการณ์ว่า เขาได้รู้จักและพูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางโซเชียลมีเดียมาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง และมีการนัดพบกันมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น
ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม หญิงสาวคนดังกล่าวได้นัดให้นายต้นมาพบกันที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอเมืองอุดรธานี นายต้นซึ่งไว้วางใจและไม่ได้คิดอะไรมาก จึงตกลงและเดินทางไปตามนัดในเวลากลางดึก
บรรยากาศเงียบสงบที่แฝงไปด้วยอันตราย
เมื่อเดินทางถึงรีสอร์ตตามที่นัดหมายไว้ นายต้นพบว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนผิดปกติ บริเวณรอบๆ รีสอร์ตมืดมิด เปลี่ยว และไม่มีคนสัญจรไปมา เขารออยู่ที่บริเวณหน้ารีสอร์ตแต่ไม่พบเห็นฝ่ายหญิงที่นัดหมายไว้เลย จึงได้ส่งข้อความทักไปสอบถามว่าอยู่ที่ไหน
หญิงสาวตอบกลับมาว่ากำลังรอให้เพื่อนมารับไปส่งที่รีสอร์ต และให้รออีกสักครู่ ขณะที่นายต้นยืนรออยู่ในบริเวณรีสอร์ตที่มืดและเปลี่ยวเหงา เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สัญชาตญาณเตือนว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดี
การตัดสินใจที่ช่วยชีวิต
ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจและความหวาดระแวงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นายต้นจึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณรีสอร์ตก่อน โดยไม่รอให้ฝ่ายหญิงมาถึง การตัดสินใจในครั้งนี้อาจเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้
ขณะที่นายต้นกำลังขี่รถออกมาจากซอยที่นำไปสู่รีสอร์ต เขาก็พบเห็นภาพที่น่าตกใจ มีกลุ่มชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาจอดดักรออยู่บริเวณปากซอย แต่ละคนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ปิดบังใบหน้าไม่ให้เห็นเลย จำนวนหลายคน ท่าทางดูไม่น่าไว้วางใจเลย
กลุ่มชายเหล่านี้ได้โบกมือสัญญาณให้นายต้นจอดรถ แต่ด้วยความกลัวและรู้สึกว่าตนเองอาจตกอยู่ในอันตราย นายต้นจึงไม่ได้หยุดรถตามที่พวกเขาสั่ง แต่เร่งเครื่องขี่รถหนีด้วยความเร็วสูงแทน
ถูกทำร้ายระหว่างการหลบหนี
ขณะที่นายต้นพยายามขับรถหนีอย่างเต็มที่ กลุ่มชายวัยรุ่นก็ไม่ยอมปล่อยให้เขาไปง่ายๆ พวกเขาไล่ตามมาทันที ระหว่างที่นายต้นขี่รถหนีผ่านกลุ่มชายเหล่านั้น มีชายคนหนึ่งในกลุ่มได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดชัดเจน (อาจเป็นไม้หรือท่อเหล็ก) ฟาดมาโดนที่บริเวณหลังของนายต้น
แม้จะถูกทำร้ายและเจ็บปวด แต่นายต้นก็ยังคงเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หนีต่อไปอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายคือหาที่ปลอดภัยและขอความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด กลุ่มชายวัยรุ่นเหล่านั้นก็ยังคงไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ทำให้นายต้นตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างมาก
ค่ายทหาร จุดหมายแห่งความปลอดภัย
ด้วยสถานการณ์ที่เร่งด่วนและอันตราย นายต้นนึกได้ว่าบริเวณใกล้เคียงมีหน่วยงานราชการที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ เขาจึงขับรถตรงไปยังหน้าประตู มณฑลทหารบกที่ 24 (มทบ.24) ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่
เมื่อถึงหน้าค่ายทหาร นายต้นได้ขับรถเข้าไปหาทหารที่อยู่เวรยามและขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยบอกว่าตนเองกำลังถูกกลุ่มชายวัยรุ่นไล่ตามทำร้าย ทหารที่ประจำการณ์ได้ออกมาดูแลสถานการณ์ทันที
ไม่นานนัก กลุ่มชายวัยรุ่นที่ไล่ตามมาก็มาถึงหน้าค่ายทหาร แต่เมื่อเห็นว่านายต้นได้เข้าไปอยู่ในเขตความปลอดภัยของค่ายทหาร และมีทหารออกมาคุ้มครอง กลุ่มชายเหล่านั้นจึงหยุดไล่ตามและจอดรถอยู่บริเวณด้านนอก
การเจรจากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ทหารได้ออกมาพูดคุยและเจรจากับกลุ่มชายวัยรุ่นที่มาตามทำร้ายนายต้น เพื่อสอบถามสาเหตุและทำความเข้าใจสถานการณ์ หนึ่งในกลุ่มชายดังกล่าวได้กล่าวหาว่า นายต้นได้ไปยุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของเขา และทำให้น้องสาวเดือดร้อน จึงต้องมาตามตัวเพื่อจัดการ
นายต้นได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน และได้นำโทรศัพท์มือถือออกมาแสดงรูปถ่ายของหญิงสาวที่ตนพูดคุยและนัดพบด้วยให้กลุ่มชายดังกล่าวดู เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับใครอื่น
เมื่อกลุ่มชายดูรูปที่นายต้นแสดงให้ดูแล้ว พวกเขาก็ยอมรับว่าหญิงสาวในรูปที่นายต้นแสดงให้ดูนั้นไม่ใช่น้องสาวของพวกเขาจริงๆ เป็นคนละคนกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มชายเหล่านั้นก็ยังไม่ยอมให้เรื่องจบง่ายๆ พวกเขายังคงกล่าวหาและข่มขู่นายต้นอยู่พักใหญ่ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
เรียกตำรวจเข้ามาจัดการ
เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายและกลุ่มชายวัยรุ่นยังคงมีท่าทีก้าวร้าว นายต้นจึงได้โทรศัพท์แจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและได้สอบถามข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงบันทึกรายละเอียดต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีและผลการสอบสวนยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
ความสงสัยเกี่ยวกับหญิงสาวผู้นัดพบ
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายต้นว่า กลุ่มชายที่มาดักทำร้ายอาจจะเป็นแฟนหรือพี่ชายของหญิงสาวที่นัดพบหรือไม่ นายต้นตอบว่าตนเองก็ไม่ทราบแน่ชัด เพราะตลอดเวลา 2 เดือนที่พูดคุยกัน หญิงสาวคนนั้นไม่เคยบอกว่าตนเองมีแฟนหรือมีใครอยู่เลย
นายต้นเล่าต่อว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เขาเคยไปพบหญิงสาวคนนี้มาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง และทุกครั้งก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น จนทำให้เขาวางใจและไม่ได้คิดว่าจะมีอันตรายใดๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นายต้นเริ่มมีความสงสัยว่าหญิงสาวคนดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการในการหลอกล่อให้เขาไปตกอยู่ในอันตรายก็เป็นได้
ผลกระทบทางจิตใจและการใช้ชีวิต
นายต้นบอกว่า หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เขายอมรับว่าตนเองยังมีความหวาดระแวงและใช้ชีวิตอย่างลำบาก กลัวว่ากลุ่มชายเหล่านั้นจะกลับมาตามทำร้ายอีก หรืออาจมีการตามหาตัวเขาเพื่อแก้แค้น
เขาบอกว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา ตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือมีปัญหากับใครเลย เป็นคนใช้ชีวิตอย่างสงบ จึงไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
นายต้นเชื่อว่าปมเหตุของการถูกทำร้ายในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ตนพูดคุยและนัดพบด้วย อาจเป็นไปได้ว่าหญิงสาวคนนั้นมีความสัมพันธ์กับกลุ่มชายวัยรุ่นที่มาทำร้าย หรืออาจเป็นการวางแผนหลอกล่อเหยื่อไปทำร้ายตั้งแต่แรกก็เป็นได้
การตัดสินใจเด็ดขาด
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นายต้นได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนนี้ให้หมดสิ้นทันที เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำรอยอีก
เขากังวลว่า หากยังคงมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนนี้อยู่ อาจถูกหลอกให้ไปพบอีกครั้ง และครั้งนั้นอาจไม่โชคดีเท่าครั้งนี้ที่สามารถหนีรอดมาได้ อาจถูกดักทำร้ายในรีสอร์ตเปลี่ยวหรือสถานที่ลับตาอื่นๆ จนได้รับอันตรายอย่างร้ายแรง
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายต้นในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้โซเชียลมีเดียในการพูดคุยหาคู่ และนัดพบกับคนที่รู้จักผ่านทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนัดพบในที่เปลี่ยว เวลาดึก หรือสถานที่ที่ไม่มีคนสัญจรไปมา
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลแนะนำว่า หากจะนัดพบกับคนที่รู้จักผ่านทางออนไลน์ ควรปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยหลายประการ เช่น นัดพบในที่สาธารณะ เลือกเวลากลางวัน มีผู้คนสัญจรไปมา แจ้งเพื่อนหรือคนใกล้ชิดให้ทราบว่าจะไปพบใคร ที่ไหน เวลาเท่าไหร่ และควรมีการติดต่อสื่อสารเป็นระยะ
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังหากฝ่ายตรงข้ามพยายามชักชวนให้ไปพบในที่เปลี่ยว รีสอร์ต โรงแรม หรือสถานที่ที่ไม่มีคนอื่น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือดึก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีอันตรายรออยู่
การแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับกรณีของนายต้น เขาได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และได้มีการบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีการดำเนินคดีกับกลุ่มชายที่ก่อเหตุหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาในขณะนี้
การถูกทำร้ายร่างกายเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมาย หากมีการดำเนินคดี ผู้กระทำความผิดอาจต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการนัดพบกับคนที่รู้จักผ่านทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน และควรเลือกสถานที่ที่มีความปลอดภัย มีคนสัญจรไปมา และมีแสงสว่างเพียงพอ
นอกจากนี้ ควรสังเกตพฤติกรรมของคนที่นัดพบด้วย หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่นัดพบบ่อยครั้ง หรือพยายามชักชวนให้ไปในที่เปลี่ยว ควรระมัดระวังและอาจพิจารณายกเลิกการนัดพบ
บทสรุป
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายต้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจและเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ใช้โซเชียลมีเดียในการทำความรู้จักและนัดพบกับคนแปลกหน้า การรู้จักคนผ่านทางออนไลน์อาจมีทั้งด้านดีและด้านเสี่ยง ดังนั้นควรมีสติ ระมัดระวัง และปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
การที่นายต้นสามารถหนีรอดมาได้ในครั้งนี้ เป็นเพราะสัญชาตญาณที่ดีและการตัดสินใจที่ถูกต้องในการหนีออกจากสถานที่เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ และการเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการที่อยู่ใกล้เคียง หากเขาไม่ได้ตัดสินใจเช่นนี้ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่านี้มาก
สำหรับผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียในการหาคู่หรือทำความรู้จักคนใหม่ ควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก ไม่ควรเสี่ยงไปพบคนแปลกหน้าในที่เปลี่ยวหรือเวลาที่ไม่เหมาะสม และควรแจ้งให้คนใกล้ชิดทราบเสมอเมื่อมีการนัดพบ
เหตุการณ์นี้ยังเป็นการเตือนใจให้ทุกคนตระหนักว่า โลกออนไลน์แม้จะสะดวกและง่ายต่อการทำความรู้จักคนใหม่ แต่ก็มีความเสี่ยงและอันตรายแฝงอยู่เสมอ ดังนั้นควรใช้วิจารณญาณ มีสติ และระมัดระวังในการใช้ชีวิตทั้งในโลกออนไลน์และโลกความเป็นจริง