ประธานชมรมร้านอาหารขอบคุณรัฐบาล ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. คาดเพิ่มรายได้ 25%

วันที่ 11 กันยายน 2568 – นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย ออกมาแสดงความขอบคุณต่อคณะรัฐบาลที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการและปลดล็อกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. หลังจากที่เรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องถึง 5 ปี

ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 หลังใช้มา 53 ปี

การปลดล็อกครั้งนี้ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งใช้บังคับมายาวนานกว่า 53 ปี โดยคำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการออกไปนั่งดื่มในเวลาทำงาน ซึ่งเป็นบริบททางสังคมที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

นายสรเทพกล่าวว่า “ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลัง โดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี ซึ่งบริบททางสังคมนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบัน”

ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นจุดหมายท่องเที่ยวโลก

ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้ชี้แจงเหตุผลสำคัญในการเรียกร้องว่า ประเทศไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

“บริบทอันนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 14.00 น.- 17.00 น. อีกต่อไป” นายสรเทพระบุ

การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความสับสนและไม่พอใจ เนื่องจากพวกเขามักต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่กับอาหาร ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เข้าร้านในช่วง 14.00-17.00 น. ซึ่งส่งผลให้ร้านอาหารสูญเสียรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว

ไม่กระทบต่อเยาวชน มีกฎหมายคุมครองหลายชั้น

เมื่อมีหน่วยงานหลายแห่งแสดงความกังวลเรื่องผลกระทบต่อเยาวชน นายสรเทพได้ชี้แจงว่า การเรียกร้องของชมรมมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น และมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชน เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองหลายฉบับที่ทับซ้อนกัน

กฎหมายคุ้มครองที่มีอยู่แล้ว ได้แก่:

  • กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • กฎหมายเมาแล้วขับที่ครอบคลุมการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์

การปลูกจิตสำนึกดีกว่าการใช้กฎหมายครอบ

นายสรเทพเน้นย้ำว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งมันดีกว่าการเอากฎหมายมาครอบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถค้าขายได้ตามสภาพประเทศแห่งการท่องเที่ยว หรือตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป”

เขายกตัวอย่างความสำเร็จของการปลูกจิตสำนึกในอดีต เช่น แคมเปญ “ตาวิเศษเห็นนะ” ที่รณรงค์ไม่ให้คนไทยทิ้งขยะบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนฝังไปในจิตสำนึกและทำให้บ้านเมืองสะอาดจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงแคมเปญ “เมาไม่ขับ” ของ สสส. ที่ทำมาตลอด 10 กว่าปี จนทำให้ประชาชนมีจิตสำนึกในเรื่องนี้

คาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เพิ่มรายได้ 20-25% สำหรับธุรกิจร้านอาหาร

นายสรเทพคาดการณ์ว่า หลังจากมีการปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย 14.00-17.00 น. จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 20-25%

เหตุผลสำคัญคือประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาตลอดทั้งปี และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารในช่วงบ่าย พร้อมสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มารับประทานควบคู่กับอาหาร ซึ่งในอดีตมักมีข้อโต้เถียงหรือความไม่พอใจจากนักท่องเที่ยว บางส่วนเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย ทำให้สูญเสียโอกาสทางการค้าอย่างมาก

กระตุ้น GDP และส่งเสริมการท่องเที่ยว

การปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนี้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มภาคธุรกิจร้านอาหารให้สามารถเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง GDP ให้กับประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในปีนี้ รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

นายสรเทพอธิบายว่า “ทุกวันนี้ต่างชาติเมื่อเข้าไปร้านอาหาร วัตถุประสงค์หลักไม่ใช่เข้าไปดื่มแอลกอฮอล์ แต่อยากเข้าไปทานอาหาร นักท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่ไปกับการทานอาหารด้วย”

ผลดีต่อธุรกิจขนาดเล็ก

คาเฟ่และคราฟเบียร์ได้รับประโยชน์

การปลดล็อกครั้งนี้ยังมีผลดีต่อธุรกิจขนาดเล็ก โดยเฉพาะคาเฟ่ขนาดเล็กที่เปิดตัวมากในไทยและมีคราฟเบียร์ไว้บริการ ซึ่งในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จะมีคนไทยและต่างชาติเข้าไปใช้บริการ

นายสรเทพชี้แจงเรื่องความกังวลเรื่องการดื่มของวัยรุ่นว่า “คราฟเบียร์ราคาค่อนข้างสูง ขวดเล็กๆ ก็ 200-300 บาท จะสั่งดื่มกันเป็นโหลคงไม่ใช่ เพราะจะเสียเงินมาก เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบายๆ มากกว่า แต่ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ส่วนนี้จะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง”

สร้างมาตรฐานสากลและลดความสับสน

การปลดล็อกครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาความสับสนและสร้างความเป็นมาตรฐานสากลให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก ซึ่งในอดีตช่วง 14.00-17.00 น. เป็นช่วงที่ร้านอาหารค่อนข้างจะเงียบเหงาและไม่สามารถทำรายได้ได้ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข้อความขอบคุณต่อรัฐบาล

ในท้ายที่สุด นายสรเทพได้กล่าวขอบคุณอีกครั้งว่า “ขอขอบคุณที่เข้าใจในเรื่องของข้อเรียกร้องที่ชมรมได้เรียกร้องมาโดยตลอด และเข้าใจในเรื่องของบริบทและกฎหมายที่ล้าหลังกับบริบทของประเทศในปัจจุบัน ขอขอบคุณคณะรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่ผ่านมาอีกครั้ง”

สรุป

การปลดล็อกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารช่วง 14.00-17.00 น. ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้เข้ากับยุคสมัยและสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของประเทศ หลังจากที่ผู้ประกอบการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย