เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เมื่อมีผู้พบศพของนางสาวนวลจันทร์ กองสุข อายุ 55 ปี ชาวหมู่ที่ 11 บ้านกุดชุมแสง ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตอยู่บริเวณริมถนนบ้านลาด-โพธิ์เรียง หมู่ที่ 8 ตำบลท่าช้าง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
จากการตรวจพบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าผู้เสียชีวิตมีเชือกผูกติดอยู่บริเวณลำคอ และมีรอยช้ำสีเขียวปรากฏชัดเจนทั้งบริเวณคอและตามลำตัว ซึ่งสภาพดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรมหรือการฆ่าตัวตาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเพชรบุรี ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน และจำเป็นต้องทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม
สิ่งที่น่าสังเกตคือ จุดที่พบศพอยู่ห่างจากสำนักหมอที่ผู้เสียชีวิตเข้าไปรักษาเพียงประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามว่าเพราะเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงออกมาจากสำนักและมาเสียชีวิต ณ บริเวณดังกล่าว
ประวัติการเจ็บป่วยและการมารักษา
ตามคำให้การของนางสำเภา กองสุख อายุ 69 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เผยว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นางสาวนวลจันทร์มีอาการผิดปกติทางจิต โดยมีอาการพูดคุยกับตัวเองอยู่เสมอ และเชื่อว่าตนเองถูกใครบางคนใส่ของ หรือที่เรียกกันในภาษาท้องถิ่นว่า “ถูกคุณไสย”
ด้วยความกังวลใจ นางสาวนวลจันทร์จึงได้เดินทางไปหาลูกสาวที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษาพยาบาล ลูกสาวจึงได้พาแม่ไปยังสำนักหมอที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อขอรับการรักษาและดูแลอาการที่เกิดขึ้น
การรักษาที่สำนักหมอเพชรบุรี
เมื่อนางสาวนวลจันทร์เข้ารับการรักษาที่สำนักหมอดังกล่าว ทางสำนักได้ทำการตรวจสอบและให้คำวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยไม่ได้ถูกใส่ของหรือถูกทำผีสางอย่างที่เข้าใจ แต่อาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการทางจิตเวชที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความห่วงใยในสุขภาพของผู้ป่วย ทางสำนักจึงได้แนะนำให้นางสาวนวลจันทร์พักรักษาตัวอยู่ที่สำนักเป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยก็ได้ยินยอมเข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของทางสำนัก
เหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต
ตามคำเล่าของนางสำเภา การที่น้องสาวออกมาจากสำนักและมาเสียชีวิตในบริเวณดังกล่าว น่าจะเป็นเพราะความคิดถึงบ้านเกิด ซึ่งเป็นธรรมชาติของผู้ป่วยจิตเวชที่มักจะมีความอยากกลับบ้านเมื่ออยู่ในสถานที่แปลกใหม่เป็นเวลานาน
“น้องคงคิดถึงบ้านมาก เลยแอบออกมาจากสำนัก แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เสียชีวิตกลางทาง” นางสำเภา กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
นางสำเภา เผยให้ทราบด้วยว่า นางสาวนวลจันทร์ เคยมีประวัติการรักษาโรคจิตเวชมาก่อนหลายครั้ง โดยในอดีตเคยมีอาการคล้ายคลึงกับครั้งนี้ และได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชอย่างต่อเนื่อง
“น้องเคยเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เคยไปหาหมอจิตเวชมาก่อน บางทีก็ดีขึ้น บางทีก็กำเริบ ครั้งนี้พอดีอาการหนักเลยพาไปหาสำนักที่เพชรบุรี” นางสำเภา อธิบายถึงประวัติการเจ็บป่วยของน้องสาว
การที่ผู้เสียชีวิตมีประวัติโรคจิตเวชมาก่อน ทำให้ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่ประหลาดใจกับพฤติกรรมผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังคงกังวลและต้องการให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด
ความสงสัยของครอบครัว
แม้ว่านางสำเภา จะระบุว่าไม่ติดใจในการเสียชีวิตของน้องสาวมากนัก เนื่องจากทราบดีถึงสภาพจิตใจและประวัติการเจ็บป่วย และมีความเป็นไปได้ที่น้องสาวอาจจะทำร้ายตัวเองด้วยอาการของโรคจิตเวช
อย่างไรก็ตาม เธอยังคงต้องการให้มีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ครอบครัวและญาติพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทราบความจริงที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้
“ถึงแม้จะรู้ว่าน้องมีอาการจิตเวช แต่ก็อยากให้ตำรวจสอบสวนให้ชัดเจน เผื่อมีอะไรที่เราไม่รู้ ครอบครัวจะได้สบายใจ” นางสำเภา กล่าว
การสืบสวนของเจ้าหน้าที่
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ได้เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ และกำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยการเก็บหลักฐานต่างๆ ทั้งการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การซักถามพยานที่เกี่ยวข้อง และการขอความร่วมมือจากทางสำนักหมอที่ผู้เสียชีวิตเข้าไปรักษา
นอกจากนี้ยังมีการส่งศพไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ว่าเป็นการฆาตกรรม การฆ่าตัวตาย หรือการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น
ปัญหาสุขภาพจิตในสังคมไทย
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตในสังคมไทยที่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับความสนใจอย่างจริงจัง ผู้ป่วยจิตเวชมักจะขาดการดูแลที่เหมาะสม และครอบครัวหลายครั้งต้องพึ่พาการรักษาทางเลือกต่างๆ เมื่อการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ไม่ให้ผลตามที่ต้องการ
การที่ผู้ป่วยและครอบครัวเลือกที่จะไปขอรับการรักษาที่สำนักหมอ แสดงให้เห็นถึงการขาดความเชื่อมั่นในระบบการรักษาพยาบาลแบบสมัยใหม่ หรืออาจเป็นเพราะความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย
แนวทางการป้องกันในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเห็นว่า การป้องกันเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในอนาคตต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคจิตเวชในสังคม และการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังต้องมีการฝึกอบรมครอบครัวและผู้ดูแลให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช รวมถึงการเฝ้าระวังอาการและพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง
การติดตามผลคดี
ขณะนี้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและชุมชนท้องถิ่นต่างรอคอยผลการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้ทราบความจริงที่เกิดขึ้น และดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้อย่างเหมาะสม
ทางตำรวจระบุว่าจะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้เสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้ และจะแจ้งผลให้ครอบครัวทราบโดยเร็ว รวมถึงการดำเนินคดีตามกฎหมายหากพบหลักฐานการกระทำผิด
กรณีนี้ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทย และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาโรคจิตเวชในสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เศร้าเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลข่าวต้นฉบับของสำนักข่าวมติชน และได้รับการขยายเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนสำหรับผู้อ่าน