หนังสือ “อันตรายทางจิตวิทยา” ถูกแบนในเรือนจำกว่า 18 รัฐ เหตุสอนกลยุทธ์ควบคุมจิตใจ

รายงานจากองค์กร PEN America เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการแบนหนังสือในระบบราชทัณฑ์สหรัฐอเมริกา หนังสือที่ถูกแบนนี้ไม่ใช่เพราะมีเนื้อหาลามกอนาจารหรือภาษาที่รุนแรง แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่พิจารณาว่า “อันตรายเกินไปในเชิงจิตวิทยา” สำหรับนักโทษ

หนังสือเล่มนี้คือ “The 48 Laws of Power” ของนักเขียน Robert Greene ซึ่งถูกแบนในเรือนจำหลายแห่งในกว่า 18 รัฐ ด้วยเหตุผลที่ว่าเนื้อหาในหนังสือสอนเทคนิคการควบคุมและการชักจูงที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของเรือนจำ

เหตุผลเบื้องหลังการแบนหนังสือ

เจ้าหน้าที่เรือนจำมีความกังวลว่าหากนักโทษได้เรียนรู้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาจากหนังสือเล่มนี้ พวกเขาอาจสามารถควบคุมและชักจูงบุคคลอื่นได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจทางร่างกาย การควบคุมประเภทนี้อาจสร้างปัญหาต่อการรักษาระเบียบและความปลอดภัยภายในเรือนจำ

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการแก้ไขพฤติกรรมอาชญากรรมระบุว่า หนังสือประเภทนี้อาจให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการกับคนในทางที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดเช่นเรือนจำ ซึ่งการรักษาสมดุลของอำนาจเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

เนื้อหาหลักของหนังสือที่ทำให้เกิดความกังวล

หนังสือ “The 48 Laws of Power” มีเนื้อหาที่แบ่งออกเป็น 48 หลักการเกี่ยวกับการใช้อำนาจและการควบคุมผู้อื่น ซึ่งมีหลักการสำคัญดังนี้

กฎข้อที่ 1: อย่าโดดเด่นกว่าผู้บังคับบัญชา

หลักการนี้สอนให้รู้จักการแสดงตนอย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่ารู้สึกถูกคุกคาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า ความสามารถที่โดดเด่นเกินไปอาจกลายเป็นอันตรายหากไม่รู้จักการจัดการอีโก้ของผู้อื่น

กฎข้อที่ 4: พูดให้น้อยกว่าที่จำเป็น

การควบคุมคำพูดเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการสร้างอำนาจ คนที่พูดน้อยแต่มีน้ำหนักมักจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าคนที่พูดมาก นี่เป็นหนึ่งในหลักการที่เจ้าหน้าที่เรือนจำกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

กฎข้อที่ 6: ดึงดูดความสนใจในทุกสถานการณ์

การสร้างการจดจำและการมีอิทธิพลผ่านการดึงดูดความสนใจเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีพลัง หนังสือเล่มนี้อธิบายว่าคนที่ไม่มีใครจำได้จะไม่มีอำนาจ ในขณะที่คนที่สร้างความประทับใจจะได้รับพื้นที่ในสังคม

กฎข้อที่ 13: ดึงดูดผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้อื่น

การเข้าใจความต้องการและแรงจูงใจของผู้อื่นเป็นกุญแจสำคัญในการชักจูง หลักการนี้สอนให้รู้ว่าคนจะให้ความร่วมมือเมื่อเห็นประโยชน์ที่ตนจะได้รับ

ผลกระทบต่อระบบราชทัณฑ์

การแบนหนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของระบบราชทัณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมข้อมูลที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงภายในเรือนจำ ผู้บริหารเรือนจำระบุว่า การให้นักโทษเข้าถึงเทคนิคการชักจูงและการควบคุมจิตใจอาจทำให้เกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดภายในชุมชนนักโทษ

นักวิชาการด้านอาชญาวิทยาอธิบายว่า ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดเช่นเรือนจำ การรักษาสมดุลของอำนาจระหว่างเจ้าหน้าที่และนักโทษเป็นสิ่งสำคัญ หากนักโทษมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการคนในระดับลึก อาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมระเบียบวินัย

กฎข้อที่ 16: ใช้การขาดหายเพื่อเพิ่มความเคารพ

หลักการนี้สอนเกี่ยวกับการใช้กลยุทธ์การหายตัวอย่างเหมาะสม คนที่โผล่ทุกที่จะถูกลืมง่าย แต่คนที่หายไปอย่างมีกลยุทธ์จะทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความขาดหาย การกลับมาในเวลาที่เหมาะสมจะทำให้กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้

กฎข้อที่ 17: ทำให้ผู้อื่นอยู่ในความระแวง

การสร้างความคลุมเคลือและการไม่ให้คนอื่นเดาความคิดได้ง่าย เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่มีพลัง คนที่เดายากมักจะอยู่รอด ในขณะที่คนที่อ่านง่ายมักถูกควบคุมก่อน

มุมมองจากนักวิชาการ

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยดังในสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นว่า การแบนหนังสือประเภทนี้ในเรือนจำอาจมีเหตุผลในแง่ของการรักษาความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ยกขึ้นประเด็นเกี่ยวกับเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลและการศึกษา

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่า การศึกษาเกี่ยวกับพลวัตของอำนาจและการชักจูงอาจมีประโยชน์สำหรับนักโทษในการเข้าใจโลกภายนอกที่พวกเขาจะต้องกลับไปใช้ชีวิต แต่จำเป็นต้องมีการแนะนำและการอภิปรายที่เหมาะสม

กฎข้อที่ 33: ค้นหาจุดอ่อนของผู้อื่น

หลักการนี้เป็นหนึ่งในหลักการที่เจ้าหน้าที่กังวลมากที่สุด เนื่องจากสอนให้รู้จักการค้นหาและใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของผู้อื่น ผ่านการฟังมากกว่าการพูด และการสังเกตพฤติกรรมอย่างละเอียด

กฎข้อที่ 48: รักษาสภาวะที่ไร้รูปแบบ

หลักการสุดท้ายสอนเกี่ยวกับการปรับตัว โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เปรียบเสมือนน้ำที่สามารถอยู่ได้ในทุกภาชนะ คนที่เข้าใจการใช้อำนาจจะควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ปฏิกิริยาจากผู้เขียนและสำนักพิมพ์

Robert Greene ผู้เขียนหนังสือได้ให้ความเห็นผ่านตัวแทนว่า เจตนาของการเขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้ผู้อ่านใช้ความรู้ในทางที่ผิด แต่เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจกลไกของอำนาจที่มีอยู่ในสังคม เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ

สำนักพิมพ์ระบุว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับการศึกษาและอ้างอิงในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โดยเฉพาะในสาขาจิตวิทยาสังคม การบริหารธุรกิจ และรัฐศาสตร์ การแบนหนังสือในเรือนจำจึงเป็นการตัดสินใจที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสภาพแวดล้อมนั้น

ผลกระทบต่อสังคมและการศึกษา

การแบนหนังสือประเภทนี้ในเรือนจำยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัยและการให้โอกาสในการศึกษา นักสิทธิมนุษยชนบางคนเห็นว่า การจำกัดการเข้าถึงหนังสืออาจไม่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักโทษ

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเห็นว่า การควบคุมข้อมูลบางประเภทในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการใช้ความรู้ในทางที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

บทสรุปและมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

การแบนหนังสือ “The 48 Laws of Power” ในเรือนจำสหรัฐอเมริกาสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการจัดการข้อมูลในระบบราชทัณฑ์ ในขณะที่หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่มีคุณค่าทางวิชาการ แต่บริบทของการใช้งานในเรือนจำทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้คนเป็นคนร้าย แต่สอนให้เข้าใจพลวัตของอำนาจที่มีอยู่ในสังคม เพื่อให้ผู้อ่านสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในโลกปัจจุบันที่ข้อมูลและการชักจูงมีบทบาทสำคัญ การเข้าใจเกี่ยวกับกลไกเหล่านี้อาจเป็นทั้งประโยชน์และอันตราย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลในสถานที่เฉพาะจึงเป็นความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการให้ความรู้และการรักษาความปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการที่ความรู้อาจกลายเป็น “อาวุธ” ได้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม และความสำคัญของการพิจารณาบริบทในการแบ่งปันข้อมูล โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดและความเสี่ยงสูง เช่น ระบบราชทัณฑ์