วงการบันเทิงไทยเกิดดราม่าใหญ่เมื่อ “เนเงิน เจตริน ศรีสังข์” อดีตแฟนของ “เจนนี่ รัชนก” ออกมาทวงหนี้ “แม่เกตุ” แม่ของเจนนี่ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากก่อนหน้านี้เจนนี่เคยประกาศไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า จะไม่ใช้หนี้ให้แม่อีกต่อไป หลังจากที่เคยตามใช้หนี้ให้โดยตลอด
ล่าสุดเจนนี่ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเผยว่าตนเองได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น และได้ทำใจมาตลอดแล้วสักระยะหนึ่ง
เจนนี่เผยจิตใจเข้มแข็ง ไม่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เอาจริงๆ คิดอยู่แล้วว่ามันต้องมีวันนี้ และทำใจมาตลอดสักพัก และดีใจที่รอบนี้เราไม่ได้รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้เวลาหนูเจอพี่ๆ นักข่าว หรือเวลาไลฟ์สดเราก็ไม่ถึงขั้นปกปิด แต่ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมาพูด” เจนนี่เล่าถึงความรู้สึกในตอนนั้น
เจนนี่เผยว่าตนเองไม่ได้รู้สึกถูกกระทบมากนัก แต่กลับเป็นห่วงสภาพจิตใจของแม่มากกว่า ว่าแม่จะรับมือกับสถานการณ์ได้แค่ไหน เนื่องจากแม่ผ่านดราม่ามาเยอะแล้ว อายุก็มาก แถมยังต้องมาโดนด่าอีก
“ตอนแรกเราก็แอบนอยด์ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะให้กำลังใจ เพราะเขาก็เป็นคนในครอบครัวเรา มันไม่มีทางตัดกันขาด” เจนนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรักและห่วงใยต่อแม่
เปิดเผยไม่ทราบว่าแม่มีเจ้าหนี้อีกกี่ราย
สิ่งที่น่าสนใจคือ เจนนี่เผยว่าตนเองไม่ทราบเลยว่าแม่มีเจ้าหนี้อีกกี่ราย โดยรู้เรื่องนี้ก็เพราะแฟนคลับโทรมาแจ้ง หลังจากที่เนเงินโพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียลมีเดีย
“ถามว่าระแคะระคายตอนไหน คือเรารู้ว่าแม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่เราไม่รู้ว่ายืมใครบ้าง เราก็แอบเซอร์ไพรส์อยู่ ก็มารู้ตอนที่เขาโพสต์ว่าคือแม่เรา พอแฟนคลับโทรมาเราก็ถามเลย คำตอบก็คือเขาเดือดร้อน เขาบอกว่าไม่อยากให้เราเดือดร้อนไปด้วย ก็เลยไม่ได้ปรึกษา”
เจนนี่เล่าต่อว่า เหตุผลที่ตนต้องพูดเรื่องการปล่อยเงินกู้ในไลฟ์สด เพราะไม่ทราบว่ายังมีเจ้าหนี้อีกกี่รายที่อาจจะโผล่มาในอนาคต จึงต้องพูดเป็นการเซฟไว้ก่อน
“เราไม่รู้ว่าเหลืออีกกี่เจ้า เราก็พูดไว้ก่อน เผื่อพรุ่งนี้โผล่มาอีก คนก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกตกใจกันมาก” เจนนี่อธิบาย
นั่งคุยกับแม่ วางแผนเริ่มต้นใหม่
หลังเหตุการณ์เกิดขึ้น เจนนี่เผยว่าได้นั่งคุยกับแม่อย่างจริงจัง โดยตนเองไม่ได้ร้องไห้เลย แต่กลับรู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองที่เข้มแข็งมาก ส่วนคนที่ร้องไห้กลับเป็นแม่
“แต่วันนั้นก็คุยกันเยอะมากค่ะ เราไม่ร้องไห้เลยนะ เราดีใจและภูมิใจในตัวเองมากเลยที่เราเข้มแข็งมาก แต่คนที่ร้องไห้ก็จะเป็นแม่ ก็จับเข่าคุยกันเลยว่า ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วครั้งต่อไปทำอย่างนี้ๆ นะ”
เจนนี่เน้นย้ำว่าตนไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าแม่จะทำได้หรือไม่ เพราะผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการกระทำของแม่เอง แต่หวังว่าครั้งนี้แม่จะได้เรียนรู้และเริ่มต้นใหม่
ยืนยันจุดยืนเดิม ไม่ช่วยใช้หนี้ให้แม่อีกแล้ว
เมื่อถูกถามเรื่องการไม่ช่วยใช้หนี้ให้แม่ เจนนี่ยืนยันจุดยืนเดิมอย่างชัดเจน โดยเล่าว่าตนเคยประกาศและยื่นคำขาดไปแล้ว
“ส่วนเรื่องของเจนนี่ คนที่ไม่เข้าใจ คนที่มาโยงด่าเราว่าทำไมไม่ช่วยนี่นั่น เราก็ไม่รู้จะตอบยังไงแล้ว เพราะภาพที่ผ่านมาหรือการกระทำเราที่ผ่านมาเราก็ชัดเจนมาเสมอ และเราก็เคยพูดปัญหาครอบครัวมาแล้วรอบนึง ว่าถ้ามันมีปัญหาเรื่องเงินอีก เราไม่สามารถช่วยเหลือใครได้แล้วนะ เราเคยคอนเฟิร์มกับเขาไปแล้ว เคยยื่นคำขาดไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น”
เจนนี่เผยว่าก่อนจะยื่นคำขาดครั้งนั้น ตนเองได้เคลียร์หนี้ให้แม่ไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าหมดหรือไม่ และเหตุการณ์ครั้งก่อนกับครั้งนี้แตกต่างกัน ครั้งก่อนเป็นเรื่องใหญ่ที่ช็อก ทะเลาะกันจนบ้านแตก แต่ครั้งนี้ใช้สติในการแก้ปัญหา
อธิบายเหตุผลที่ไม่ช่วยใช้หนี้ต่อ
เจนนี่อธิบายเหตุผลที่ตนไม่ช่วยใช้หนี้ให้แม่อีกว่า การที่ตนคอยไปช่วยใช้หนี้ให้เรื่อยๆ จะไม่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่แท้จริง
“ตราบใดที่เจนนี่ยังคงช่วยในแบบที่มันผิดๆ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ก็จะไม่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่แท้จริง วันนี้เราอาจจะเจ็บปวดหน่อยที่ทัวร์มาลงแม่เรา ด่าแม่เรา แต่เจนนี่เชื่อว่าบทเรียนครั้งนี้มันจะทำให้แม่เติบโตขึ้น ถ้าไม่อย่างนั้นเจนนี่ก็ต้องมาตามจ่ายอย่างนี้ไปเรื่อยๆ”
เจนนี่เชื่อว่าแม้ครั้งนี้จะเจ็บปวดทั้งแม่และลูก แต่หลังจากนี้แม่จะต้องดีขึ้นแน่นอน และแม่เองก็ไม่ได้สัญญาอะไร แต่จะทำให้เห็น
เผยแม่เปลี่ยนพฤติกรรม มาอยู่ใกล้ชิดมากขึ้น
เจนนี่เล่าว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรม โดยมาไลฟ์สดขายของทุกวัน ทำให้มีรายได้นำไปใช้หนี้ได้
“2-3 เดือนที่ผ่านมาเจนนี่ก็เห็นแล้วว่าแม่ไลฟ์สดทุกวันนะ แม่ก็ตั้งใจทำงาน เมื่อก่อนเขาไม่ได้อยู่กับเจนนี่ แต่ตอนนี้เขาย้ายมาอยู่กับเจนนี่ บ้านคนละหลัง แต่อยู่ใกล้กัน เพื่อจะได้ดูแลเทคแคร์ได้ดีขึ้น”
เจนนี่เผยว่าตอนนี้รู้จักแม่มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หลังแต่งงานก็แยกบ้านกัน ไม่ทราบว่าแม่ไปเจอใคร ทำอะไรที่ไหนบ้าง แต่ตอนนี้แม่อยู่ในสายตา
“ทุกวันนี้ก็อยู่ในสายตา แต่ถามว่าคอนโทรลได้มั้ย มันก็ไม่ได้หรอก ชีวิตใครชีวิตมัน ผลลัพท์ขึ้นอยู่กับการกระทำ” เจนนี่กล่าว
เปิดใจเรื่องการดูแลครอบครัว
เจนนี่อธิบายถึงการดูแลครอบครัวว่า ตนทำได้เพียงแค่เป็นที่ปรึกษาที่ดี แต่ไม่สามารถบังคับใครได้ แม้จะเป็นแม่ ลูก สามี หรือน้องสาวก็ตาม
“เอาจริงๆ หนูไม่สามารถบังคับใครได้เลย เราไม่รู้เลยว่าทุกคนมีปัญหาอะไร ทุกคนคิดอะไรอยู่ในหัว ต่อให้เป็นแม่เรา เป็นลูก เป็นสามี เป็นน้องสาวเรา เราทำได้แค่แนะนำ และสุดท้ายต่อให้มันเกิดปัญหาขึ้นแล้ว หนูก็ไม่ได้มีหน้าที่มาบอกว่าต่อไปแม่จะดีขึ้นค่ะ ทุกคนให้โอกาสนะ”
เจนนี่เน้นว่าตนไม่อยากเอาสภาพจิตใจไปเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้ เพราะการเลี้ยงลูกก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องทำงานอีก รวมทั้งปัญหาต่างๆ ของตนเองก็มีมากอยู่แล้ว
ยืนยันไม่มีเจ้าหนี้มาทวงหลังยื่นคำขาด
เจนนี่เผยว่าหลังจากที่ตนยื่นคำขาดไปแล้ว ไม่มีเจ้าหนี้รายไหนมาทวงอีก เพราะคงจำได้ว่าเจนนี่เคยโพสต์และพูดไว้แล้วว่าจะไม่ช่วยอีก
“แต่ที่หนูไม่ได้มีเจ้าหนี้มาทวงนะ หลังจากที่เรายื่นคำขาดไปแล้วก็ไม่ได้มีอีก เพราะเขาคงจำได้มั้งว่าเราเคยโพสต์เคยพูดไปแล้วว่า เราไม่ช่วยก็เลยไม่ได้มาอีก”
อย่างไรก็ตาม เจนนี่ยอมรับว่าตนกลัวเรื่องความปลอดภัยของแม่ แต่ตอนนี้เริ่มมีการวางแผนจัดการที่ดีขึ้นแล้ว โดยตนจะซัพพอร์ตในเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วย ความปลอดภัย ที่อยู่ที่กิน แต่เรื่องหนี้ของแม่ให้เป็นไปตามสเต็ป
เผยแม่ส่งรายงานการขายของทุกวัน
เจนนี่เล่าว่าตอนนี้แม่ได้ส่งรายงานการขายของให้ดูทุกวัน ทำให้ทราบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น และแม่ก็นำเงินที่ขายได้ไปใช้หนี้
“หนูก็เห็นยอด ก็รู้แล้วว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น แกก็ส่งให้ดูว่าแม่ขายวันนี้แม่ก็เอาไปให้คนนี้ๆ นะ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเก่าตั้งแต่ปีที่แล้ว”
เตรียมฟ้อง “เมย์” ชาวเน็ตที่มาดราม่า
สิ่งที่น่าสนใจคือ เจนนี่เผยว่าตนเตรียมดำเนินคดีกับชาวเน็ตชื่อ “เมย์” ที่เข้ามาคอมเมนต์ด่าว่า อวดรวย แต่ 1 แสนไม่มีปัญญาใช้ให้แม่ จนต้องไปยืมคนอื่น
“กับเมย์เหรอ ตลกมากเลย เอาจริงๆ นะการที่หนูพูดถึงเมย์มันก็เป็นการตลาดอย่างนึงของเราที่เราไม่ต้องสร้างเอง เป็นเอ็นเกจเพิ่ม แต่ประเด็นที่เมย์ด่าเอาจริงๆ มันก็น่าโกรธอยู่นะ เหมือนเมย์ไม่ได้เข้าใจ และมันเป็นเรื่องที่เราพยายามจะเอาชนะมันมาตลอดกับเรื่องเหล่านี้”
เจนนี่เล่าว่าใช้เวลานานมากกว่าจะก้าวมาสู่จุดที่ไม่รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเมย์กลับมาจี้จุดปมนั้นอีกครั้ง จึงตัดสินใจให้บทเรียน
“เราก็รู้สึกว่าบทเรียนซะหน่อย มันฟ้องได้อยู่แล้ว คือเมย์มีประเด็นเยอะมากจนเราไม่ต้องสืบเลย เราจ้างทนาย แต่ทนายไม่ต้องทำอะไรเลย ข้อมูลพร้อมมาก ในมุมของเราก็อยากให้บทเรียนกับเขา แต่บทเรียนจะมากจะน้อยแค่ไหนก็รอติดตามดีกว่า แต่ถึงศาลแน่นอนค่ะ”
ย้ำเปิดใจให้เมย์ หากยอมมาช่วยขายของ
แม้จะตัดสินใจฟ้อง แต่เจนนี่ยังเปิดใจให้เมย์ หากเมย์ยอมมาช่วยขายของ ตนก็ยินดีให้อภัย
“เขาก็ไม่ได้ติดต่อมานะคะ เจนนี่บอกแล้วว่าถ้าเมย์จะติดต่อมา ก็มาช่วยพี่ขายของ แล้วพี่จะให้อภัย อยากเจอเหมือนกัน อยากเปิดใจ อยากจับเข่าคุยกันเลย อยากเปิดให้เมย์ดูเลยว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของพี่มันมีอะไรบ้าง อยากให้เมย์เข้าใจ เพราะเมย์พูดเหมือนไม่รู้จักพี่ เมย์พูดเหมือนเราไม่รักครอบครัว เหมือนเราเป็นเนรคุณไปเลย”
เจนนี่เน้นว่าเมย์ไม่เข้าใจตนจริงๆ และตอนนี้ให้ทนายจัดการอยู่ เดี๋ยวจะส่งฟ้อง
บทสรุป
จากการเปิดใจครั้งนี้ เจนนี่ได้ยืนยันจุดยืนของตนอย่างชัดเจนว่า จะไม่ช่วยใช้หนี้ให้แม่อีกต่อไป เพื่อให้แม่ได้เรียนรู้และเติบโต แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาที่ผิวเผินเหมือนที่ผ่านมา
แม้จะต้องเจ็บปวดในช่วงนี้ แต่เจนนี่เชื่อมั่นว่าเป็นทางที่ถูกต้อง และดีใจที่แม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรม มาทำงานขายของอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่า
สำหรับปัญหากับชาวเน็ตที่เข้ามาดราม่า เจนนี่ก็แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นบทเรียนให้กับผู้ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์แต่เข้ามาด่าทอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวที่ซับซ้อน และการตัดสินใจที่ยากลำบากของ เจนนี่ ในการปรับเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือครอบครัว จากการใช้หนี้ให้ตลอดมา เป็นการให้โอกาสแม่ได้ยืนหยัดด้วยตนเอง ซึ่งแม้จะเจ็บปวดในระยะสั้น แต่อาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนในระยะยาว