เปิดโผ! เทรนด์อาหาร-เครื่องดื่มยอดฮิตปี 2568 “ไก่ทอด” ครองแชมป์ “มัทฉะ-ชานมเผือกโมจิ” เขย่าตลาดเครื่องดื่ม

วงการอาหารและเครื่องดื่มในไทยเผยโฉมเทรนด์ใหม่ที่สร้างกระแสสะเทือนตลาดเดลิเวอรี่แอปพลิเคชันตลอดปี 2568 ด้วยข้อมูลล่าสุดจาก LINE MAN Wongnai ที่เผยให้เห็นพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ โดยมี “ไก่ทอด” ยังคงครองความเป็นที่หนึ่งอย่างแกร่ง ขณะที่กระแส “มัทฉะ” และ “ชานมเผือกโมจิ” กำลังเขย่าตลาดเครื่องดื่มอย่างรุนแรง

“ไก่ทอด” ราชาเมนูอาหารไม่มีหวั่นไหว

ฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้ร่วมก่อตั้ง Food Story และหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรม POS ของ LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มประจำปี 2568 ว่า แม้ตลาดจะมีเมนูใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ “ไก่ทอด (Fried Chicken)” ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งอย่างมั่นคง และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแซงหน้าหลายเมนูที่เคยได้รับความนิยมมาก่อนหน้านี้

“ไก่ทอดเป็นเมนูที่ตอบโจทย์คนไทยได้ดีที่สุด ทั้งในด้านรสชาติ ราคา และความสะดวกในการสั่งซื้อ ทำให้ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” ฐากูร กล่าว

ความนิยมของไก่ทอดในปีนี้ไม่เพียงแต่มาจากรสชาติที่ถูกปากคนไทยเท่านั้น แต่ยังมาจากการพัฒนารูปแบบการเสิร์ฟที่หลากหลาย ทั้งไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี ไก่ทอดซอสเผ็ด และไก่ทอดแบบดั้งเดิมที่ยังคงเป็นที่นิยม นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการผลิตจากหลายแบรนด์ดัง ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร

อันดับเมนูอาหารยอดนิยม ความคุ้นเคยยังคงเป็นที่ชื่นชอบ

จากข้อมูลการสั่งซื้ออาหารผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ตลอดปี 2568 พบว่าอันดับ 10 อันดับแรกของเมนูอาหารยอดนิยมยังคงเป็นเมนูที่คนไทยคุ้นเคยและชื่นชอบมาอย่างยาวนาน โดยมีรายการดังนี้

อันดับ 1: ไก่ทอด – ครองความเป็นหนึ่งอย่างแกร่ง ด้วยการเติบโตที่ต่อเนื่องและการพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ

อันดับ 2: ส้มตำปูปลาร้า – เมนูอีสานต้นตำรับที่ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ผู้คนต้องการอาหารรสเผ็ดเปรี้ยว

อันดับ 3: ข้าวผัด – เมนูง่ายๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ทั้งข้าวผัดปู ข้าวผัดกุ้ง และข้าวผัดหมู ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค

อันดับ 4: ข้าวมันไก่ – เมนูสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อของไทยที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ

อันดับ 5: เมนูข้าวกะเพราหมูกรอบ/กะเพราหมูกรอบ – เมนูจานเดียวที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่วัยทำงาน

อันดับ 6: ข้าวกระเพราหมูสับ/กะเพราหมูสับ – อีกหนึ่งตัวเลือกของเมนูกะเพราที่มีราคาย่อมเยาว์

อันดับ 7: ลาบหมู – เมนูอีสานยอดนิยมที่มักมาพร้อมกับข้าวเหนียว

อันดับ 8: ส้มตำไทย – เวอร์ชันส้มตำรสชาติไม่เผ็ดที่เหมาะสำหรับทุกวัย

อันดับ 9: น้ำตก/น้ำตกคอหมูย่าง – เมนูเนื้อย่างแบบอีสานที่มีรสชาติจัดจ้าน

อันดับ 10: สุกี้ – น้องใหม่ที่เติบโตแรงถึง 30% และกำลังสร้างกระแสในตลาด

“สุกี้” น้องใหม่ดาวเด่น เติบโตสะเทือนตลาด

เมนู “สุกี้” ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในปีนี้ เมื่อสามารถเข้ามาติดอันดับ 10 และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ซึ่งเป็นผลมาจากการผลักดันของหลายแบรนด์ดังที่เข้ามาแข่งขันในตลาดเดลิเวอรี่

สุกี้พรศิริ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์ เมื่อต้องเปิดขายเป็นรอบๆ เพราะทำไม่ทันตามออเดอร์ที่เข้ามา ความนิยมที่สูงทำให้ลูกค้าต้องรอคิวเป็นเวลานานกว่าจะได้ลิ้มรส

สุกี้ช้างเผือก แบรนด์ดังจากเชียงใหม่ที่ตัดสินใจบุกกรุงเทพมหานครครั้งแรกในย่านบรรทัดทอง ด้วยสูตรเด็ดที่สร้างชื่อเสียงมาจากเหนือ ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกรุงเทพฯ

MK สุกี้ แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ปล่อยเมนูฮิต “สุกี้ผัดแห้งในหม้อแดง” ซึ่งสร้างกระแสไม่แพ้สุกี้บุฟเฟต์ที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ การเปิดตัวเมนูใหม่นี้ทำให้ MK สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการความสะดวกในการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน

ความนิยมของสุกี้ในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาด และปลอดภัย ซึ่งสุกี้ตอบโจทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ชาแรงแซงกาแฟ เทรนด์เครื่องดื่มปี 2568

หากปีที่ผ่านมา “กาแฟดำ” เป็นดาวเด่นของตลาดเครื่องดื่ม แต่ในปี 2568 หมวด “ชา” ได้กลับมาทวงบัลลังก์อย่างสง่างาม โดย ชาเขียวนม สามารถขึ้นครองตำแหน่งอันดับหนึ่งได้สำเร็จ

อันดับเครื่องดื่มยอดนิยมปี 2568:

อันดับ 1: ชาเขียวนม – กลับมาครองใจผู้บริโภคอีกครั้ง ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและประโยชน์ต่อสุขภาพ

อันดับ 2: Espresso – กาแฟเข้มข้นที่ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักกาแฟ

อันดับ 3: Black Coffee – กาแฟดำยังคงมีตำแหน่งในใจผู้บริโภคที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟแท้

อันดับ 4: ชานม – เครื่องดื่มคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค

อันดับ 5: ชาไทย – เครื่องดื่มพื้นบ้านไทยที่ไต่ขึ้นสู่อันดับ 5 ด้วยการเติบโตเกือบ 13%

อันดับ 6: คาปูชิโน่ – กาแฟนมที่ยังคงได้รับความนิยม

อันดับ 7: อเมริกาโน่ – กาแฟที่เหมาะสำหรับการดื่มตลอดวัน

อันดับ 8: น้ำผึ้ง – เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

อันดับ 9: โกโก้ – เครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทุกวัย

อันดับ 10: มัทฉะลาเต้ – น้องใหม่ที่เติบโตแรงกว่า 200% และกำลังสร้างกระแสใหญ่

Matcha Fever! กระแสมัทฉะยอดสั่งทะลุ 5 ล้านแก้ว

ปรากฏการณ์ “Matcha Fever” เป็นหนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของปี 2568 โดยยอดการสั่งซื้อมัทฉะในครึ่งปีแรกของปี 2568 ทะลุ 5 ล้านแก้ว ซึ่งเทียบเท่ากับยอดขายทั้งปี 2567 และคาดการณ์ว่าจะแตะ 10 ล้านแก้วภายในสิ้นปี

เมนูมัทฉะที่ถูกค้นหามากที่สุด บนแอปพลิเคชัน Food Delivery ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568:

เพียวมัทฉะ – 45,000 ครั้ง การค้นหา เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะให้รสชาติมัทฉะแท้ ๆ ที่เข้มข้น

มัทฉะลาเต้ – 25,000 ครั้ง การค้นหา เป็นเมนูที่ผสมผสานระหว่างรสชาติมัทฉะกับนมที่กลมกล่อม

มัทฉะมะพร้าว/น้ำมะพร้าว – 20,000 ครั้ง การค้นหา การผสมผสานที่แปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์

มัทฉะเย็น – 10,000 ครั้ง การค้นหา เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย

พื้นที่ขายหลักของมัทฉะ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตเมืองใหญ่ที่มีผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าใหม่ ๆ และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ความนิยมของมัทฉะในไทยเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งเทรนด์สุขภาพที่เพิ่มขึ้น การรับรู้ถึงสารต้านอนุมูลอิสระในมัทฉะ รวมถึงความเป็นเอกลักษณ์ของรสชาติที่แตกต่างจากเครื่องดื่มทั่วไป นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียและอิทธิพลของ K-Pop และวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในไทยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ

“ชานมเผือกโมจิ” ไวรัลมาแรง เติบโต 530%

อีกหนึ่งเทรนด์เครื่องดื่มที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้มัทฉะคือ “ชานมเผือกโมจิ” ซึ่งมียอดการค้นหาเติบโตสูงถึง 530% และมียอดขายในไตรมาส 3 เพียงอย่างเดียวพุ่งเกิน 150,000 แก้ว หลังจากที่ยอดขายแทบไม่ขยับมาตลอดทั้งปี

ปรากฏการณ์ของชานมเผือกโมจิเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังจากที่มีแบรนด์ดังหลายแห่งช่วยโปรโมตจนติดกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดีย โดยแบรนด์หลักที่ช่วยสร้างกระแสนี้ ได้แก่:

Nose Tea – แบรนด์ชานมไต้หวันที่นำเข้าสูตรต้นตำรับและเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มเทรนด์ชานมเผือกโมจิในไทย

Bearhouse – คาเฟ่สไตล์เกาหลีที่ปรับเมนูให้เข้ากับรสนิยมคนไทย

Cafe Amazon – แบรนด์กาแฟไทยที่ตัดสินใจเข้าร่วมเทรนด์และทำให้เครื่องดื่มนี้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น

ความนิยมของชานมเผือกโมจิมาจากเทกเจอร์ที่น่าสนใจของโมจิที่นุ่ม หนึบ และรสชาติเผือกที่หวานมัน ผสมผสานกับชานมที่กลมกล่อม สร้างประสบการณ์การดื่มที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการแชร์บนโซเชียลมีเดีย

กลยุทธ์ธุรกิจ: เข้าเร็ว ออกเร็ว จับกระแสให้ทัน

ฐากูร เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการยึดหลัก “เข้าเร็ว ออกเร็ว” เพื่อไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ตลาดเครื่องดื่มและอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จต้องสามารถจับกระแสได้ทัน และปรับตัวได้เร็ว การรอให้เทรนด์ชัดเจนแล้วค่อยตัดสินใจอาจจะสายเกินไป” ฐากูร อธิบาย

กลยุทธ์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ:

การติดตามข้อมูล – ผู้ประกอบการควรติดตามข้อมูลการค้นหาและยอดขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจับสัญญาณเทรนด์ใหม่ ๆ ตั้งแต่เนื่อน ๆ

ความยืดหยุ่นในการปรับเมนู – การมีระบบที่สามารถปรับเปลี่ยนเมนูได้อย่างรวดเร็วจะช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ใหม่ได้ทันท่วงที

การทดสอบตลาด – ก่อนที่จะลงทุนเต็มรูปแบบ ควรทดสอบเมนูใหม่ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน เพื่อประเมินความเป็นไปได้

การสร้างเรื่องราว – เมนูที่ประสบความสำเร็จมักจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิด วิธีการทำ หรือประโยชน์ต่อสุขภาพ

การใช้โซเชียลมีเดีย – การสร้างกระแสผ่านโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างเนื้อหาที่เหมาะสำหรับการแชร์

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในปี 2568 ได้สร้างผลกระทบที่กว้างไกลต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ผลิตและผู้จำหน่าย

ด้านการเกษตร – ความนิยมของมัทฉะทำให้มีการสั่งซื้อใบชาเขียวคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น ขณะที่ชานมเผือกโมจิทำให้มีความต้องการเผือกและแป้งข้าวเหนียวสูงขึ้น

ด้านการผลิต – โรงงานผลิตเครื่องดื่มต้องปรับไลน์การผลิตเพื่อรองรับเมนูใหม่ ๆ รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรสำหรับการทำโมจิและการผสมมัทฉะ

ด้านการค้าปลีก – ร้านค้าและคาเฟ่ต้องปรับปรุงเมนูและฝึกอบรมพนักงานให้สามารถทำเครื่องดื่มใหม่ ๆ ได้อย่างมีมาตรฐาน

ด้านเทคโนโลยี – แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต้องพัฒนาระบบการค้นหาและการแนะนำสินค้าให้สามารถจับเทรนด์ได้เร็วขึ้น

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: อนาคตตลาดอาหารและเครื่องดื่ม

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมองว่า เทรนด์ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับ:

สุขภาพและความปลอดภัย – ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมัทฉะได้รับความนิยม

ความแปลกใหม่ – การแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้เมนูที่มีเทกเจอร์หรือรสชาติที่แตกต่างกลายเป็นที่ชื่นชอบ

ความเหมาะสมกับสื่อ – เมนูที่ถ่ายภาพสวยและเหมาะสำหรับการแชร์บนโซเชียลมีเดียมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

ความสะดวกสบาย – การสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันที่ง่ายและรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ

การคาดการณ์แนวโน้มปี 2569

จากเทรนด์ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2569 อาจจะเห็น:

การผสมผสานรสชาติ – การนำเอาวัฒนธรรมอาหารจากประเทศต่าง ๆ มาผสมผสานกับรสชาติไทย

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ – การเติบโตของเครื่องดื่มที่มีสมุนไพรหรือส่วนผสมเพื่อสุขภาพ

ความยั่งยืน – ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การใช้เทคโนโลยี – การใช้ AI และ Big Data ในการวิเคราะห์ความชอบของลูกค้าและการพัฒนาเมนูใหม่

ข้อมูลเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มปี 2568 นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การเข้าใจเทรนด์และการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดที่แข่งขันสูงนี้

ในขณะที่เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องของคุณภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดี ผู้ประกอบการที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างการตามเทรนด์และการรักษาคุณภาพพื้นฐานจะเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว