เวียดนามเร่งสร้างอาณาจักร Integrated Resort มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่แห่งเอเชีย

เวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านจากประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวราคาประหยัดเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม Integrated Resort (IR) ระดับโลก ด้วยการผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่ 4 แห่ง ที่ผสานการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ MICE เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง “เครื่องจักรเศรษฐกิจ” รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดเงินทุนต่างชาติมหาศาลและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรม Integrated Resort หรือ IR เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลเวียดนามไม่ได้มองโครงการเหล่านี้เป็นเพียงแหล่งความบันเทิงหรือคาสิโนธรรมดา แต่เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจแบบครบวงจร” ที่รวมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์หรู อุตสาหกรรม MICE และธุรกิจบริการระดับพรีเมียมไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน

โครงการยักษ์ใหญ่ 4 แห่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเวียดนาม

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ถูกขับเคลื่อนโดยโครงการ IR ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ ของประเทศ ได้แก่ Corona Resort & Casino บนเกาะฟู้โกว๊ก, The Grand Ho Tram Strip ในจังหวัดบ่าเรีย–หวุงเต่า, Hoiana Resort & Golf ในจังหวัดกว๋างนาม และ Van Don Integrated Resort ในจังหวัดกว๋างนิงห์ โครงการแต่ละแห่งไม่เพียงแต่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล แต่ยังสะท้อนถึงการเข้าร่วมของนักลงทุนระดับโลกจากหลากหลายประเทศ

โครงการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น Warburg Pincus, VinaCapital, Chow Tai Fook Enterprises, LET Group และ Sun Group ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของตลาดทุนโลกต่อศักยภาพของเวียดนามในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการลงทุนด้าน IR ที่มีความยั่งยืนและสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจได้ในระยะยาว

Corona Resort & Casino: บทพิสูจน์ความสำเร็จของตลาดภายในประเทศ

หนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดคือ Corona Resort & Casino บนเกาะฟู้โกว๊ก ซึ่งเป็นโครงการมูลค่ากว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้ได้รับการกำหนดให้เป็น “โครงการคาสิโนนำร่อง” และเป็นแห่งแรกในเวียดนามที่ได้รับอนุญาตให้พลเมืองเวียดนามสามารถเข้าใช้บริการคาสิโนได้ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะที่รัฐบาลกำหนดไว้อย่างเข้มงวด

ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินงานของ Corona Resort & Casino กลับเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศถูกจำกัด รายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวและผู้เล่นชาวเวียดนามกลับมีสัดส่วนที่สูงกว่าการประเมินเบื้องต้นมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของตลาดภายในประเทศมีความแข็งแกร่งและมีกำลังซื้อที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ความสำเร็จของโครงการ Corona ทำให้รัฐบาลเวียดนามได้รับข้อมูลและประสบการณ์ที่มีค่าอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางนโยบายด้าน IR สำหรับอนาคต โดยเฉพาะในการพิจารณาการเปิดให้คนเวียดนามเข้าเล่นคาสิโนในโครงการอื่นๆ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินของโครงการและลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียว

The Grand Ho Tram Strip: รูปแบบการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวครบวงจร

ในภาคใต้ของเวียดนาม The Grand Ho Tram Strip ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดบ่าเรีย–หวุงเต่า ถือเป็นหนึ่งในโครงการ IR รุ่นบุกเบิกที่มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเข้าสู่เวียดนาม โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Warburg Pincus ซึ่งเป็นกองทุน Private Equity ชั้นนำของสหรัฐอมริกา และ VinaCapital ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในตลาดเวียดนาม

สิ่งที่ทำให้ The Grand Ho Tram Strip โดดเด่นคือแนวคิดในการพัฒนาโครงการภายใต้หลักการ “เมืองท่องเที่ยวครบวงจร” หรือ Integrated Destination Resort ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นคาสิโนริมชายหาด แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมหลากหลายประเภท ทั้งโรงแรมระดับหรูหลายเครือข่าย รีสอร์ตที่มีมาตรฐานสากล สนามกอล์ฟที่ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดัง ศูนย์การค้าและความบันเทิง ศูนย์ประชุมและจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสปาและเวลเนสที่ครบครัน

Hoiana Resort & Golf: ความร่วมมือระหว่างทุนเอเชียและการเติบโตที่มั่นคง

ย้ายมาที่ภาคกลางของเวียดนาม Hoiana Resort & Golf ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนาม บริเวณใกล้เคียงกับเมืองมรดกโลกฮอยอัน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างนักลงทุนระดับโลกในการพัฒนาอุตสาหกรรม IR ของเวียดนาม โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย Chow Tai Fook Enterprises ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จากฮ่องกงที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจจิวเวลรี่และอสังหาริมทรัพย์, LET Group ซึ่งเดิมเป็น Suncity Group ที่มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจเกมและความบันเทิง และ VinaCapital

โครงการ Hoiana ได้รับการพัฒนาขึ้นในสเกลที่ใหญ่โต ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางและประกอบด้วยองค์ประกอบหลักหลายส่วน ได้แก่ คาสิโนที่มีมาตรฐานสากล โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวจากหลายเครือข่ายชื่อดัง สนามกอล์ฟที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลและสามารถใช้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติ ศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์ พื้นที่สำหรับการจัดงานประชุมและอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสปอร์ตและนันทนาการที่หลากหลาย

ล่าสุดในปี 2025 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อ VMS Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจในประเทศ เข้ามาถือหุ้นในโครงการถึง 75% การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับโครงการ แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและการจัดการที่โปร่งใส ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและลูกค้ากลุ่มพรีเมียมจากเอเชียตะวันออกและยุโรปที่โครงการกำลังเพ่งเล็งในการขยายฐานลูกค้า

Van Don Integrated Resort: ประตูสู่การเป็น Entertainment Hub ภาคเหนือ

ทางตอนเหนือของเวียดนาม Van Don Integrated Resort ในจังหวัดกว๋างนิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับมรดกโลกอ่าวฮาลอง กำลังกลายเป็นโครงการที่โลกจับตามองด้วยความสนใจอย่างยิ่ง โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ได้รับการพัฒนาโดย Sun Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของเวียดนามที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวและความบันเทิงขนาดใหญ่

จุดเด่นที่สำคัญของ Van Don Integrated Resort คือการเป็น IR รุ่นใหม่ที่รัฐบาลเวียดนามให้การอนุญาตพิเศษให้พลเมืองในประเทศสามารถเข้าใช้บริการคาสิโนได้ภายใต้กติกาและข้อกำหนดที่ชัดเจน การตัดสินใจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่

Van Don Integrated Resort มีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็น Entertainment Hub ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยวจีนที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง นักธุรกิจและผู้บริหารจากกรุงฮานอยและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงกลุ่มผู้เล่นในประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม

การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโต

ประเด็นสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม IR ของเวียดนามมีความน่าจับตามองมากขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลในการเปิดทางให้คนเวียดนามสามารถเข้าเล่นคาสิโนได้ในบางโครงการที่ได้รับอนุญาตพิเศษ นโยบายนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับโครงการต่างๆ โดยลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มโอกาสในการดึงดูดและรักษาตลาดพรีเมียมจากเอเชียและยุโรปไว้ได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มาพร้อมกับการกำหนดกฎระเบียบและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การกำหนดเงื่อนไขทางการเงิน การจำกัดจำนวนครั้งในการเข้าเล่น การติดตามและประเมินผลกระทบต่อสังคม และการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าการพัฒนาอุตสaหกรรม IR จะเป็นไปในทิศทางที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุน

เมื่อมองในมุมของผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โครงการ IR เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงธุรกิจความบันเทิงหรืออสังหาริมทรัพย์แบบเดิมๆ แต่กลายเป็น “โหนดเศรษฐกิจใหม่” ที่สร้างการเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเป็นระบบ การลงทุนมหาศาลเหล่านี้ได้กระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมการบิน การโรงแรมและที่พัก ธุรกิจค้าปลีกและการค้า และที่สำคัญคือธุรกิจ MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงให้กับเวียดนาม

ผลกระทบเชิงบวกเหล่านี้ปรากฏให้เห็นในหลายมิติ ทั้งการสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวนมาก การเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เช่น สนามบิน ท่าเรือ ระบบคมนาคมขนส่ง และสาธารณูปโภคต่างๆ การยกระดับมาตรฐานการบริการและฝีมือแรงงานในท้องถิ่น การสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเวียดนามในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม และการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

ความท้าทายและโอกาสในอนาคต

แม้ว่าอุตสาหกรรม IR ของเวียดนามจะมีความก้าวหน้าอย่างน่าประทับใจ แต่ก็ยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องได้รับการจัดการอย่างรอบคอบ ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น และการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและมรดกท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม โอกาสในอนาคตยังคงมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างเต็มที่หลังจากวิกฤตโควิด-19 การเติบโตอย่างต่อเนื่องของชนชั้นกลางในเอเชีย การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และการขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและ MICE ที่มีมูลค่าสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม IR ในเวียดนามต่อไป

บทสรุป: ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

การพัฒนาอุตสาหกรรม Integrated Resort ของเวียดนามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่เป็นระบบของรัฐบาลในการยกระดับประเทศจาก “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวราคาย่อมเยา” สู่การเป็น “ศูนย์กลาง IR ระดับโลก” ที่สามารถดึงดูดทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากทั่วเอเชียและทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Corona Resort & Casino ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดภายในประเทศ และความก้าวหน้าของโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนระดับโลก ล้วนเป็นสัญญาณบวกที่แสดงว่าเวียดนามกำลังมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมั่นคง

ในอนาคตข้างหน้า หากเวียดนามสามารถจัดการกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ ประเทศนี้ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Integrated Resort ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสร้างแบบอย่างการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ต่อไป