บุกจับคู่สามีภรรยา ข้อหาล่อลวงเยาวชนหลับนอนกับเมีย ถ่ายคลิปอัพลง Onlyfans หารายได้เสริม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 พันเอกทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอกก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผู้กำกับการฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และ พันตำรวจโทสุรศักดิ์ หญีตบึ้ง รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสองราย ประกอบด้วย นายภาคภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี และ นางสาวกีรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี

การจับกุมเกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่งบริเวณถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4839-4840/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 โดยทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาความผิดร้ายแรงหลายประการ รวมถึงการค้ามนุษย์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกเด็ก การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามก การค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก การพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และการขู่เข็ญชักจูงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

ของกลางที่ยึดได้และการสืบสวน

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางสำคัญได้หลายรายการ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ชุดว่ายน้ำ 1 ชุด และสร้อยข้อมือเลส 1 เส้น ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้ในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

การสืบสวนเริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่ปคม.ตรวจพบบัญชีผู้ใช้ในสื่อโซเชียลมีเดียจำนวน 2 บัญชี ซึ่งมีผู้ติดตามรวมกันกว่า 570,000 ราย โดยบัญชีเหล่านี้ได้โพสต์รูปภาพและคลิปวิดีโอลามกอนาจารแบบสั้นๆ รวมกันกว่า 300 รายการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาและชักชวนให้ผู้สนใจสมัครสมาชิกเพื่อเข้าไปรับชมคลิปวิดีโอตัวเต็มผ่านแพลตฟอร์ม OnlyFans

การสืบสวนลับและการเปิดเผยความจริง

เพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เจ้าหน้าที่ปคม.ได้ใช้วิธีการสืบสวนลับโดยการส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปเป็นสมาชิกในแพลตฟอร์ม OnlyFans ดังกล่าว การดำเนินการนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่แท้จริงและรวบรวมหลักฐานที่สำคัญได้

จากการสืบสวนพบว่า บัญชีผู้ใช้ทั้งสองบัญชีดังกล่าวเป็นของนายภาคภูมิและนางสาวกีรติ ซึ่งเป็น Sex Creator ที่มีชื่อเสียงในแพลตฟอร์มดังกล่าว ที่น่าตกใจและเป็นจุดสำคัญของคดีคือ เจ้าหน้าที่ค้นพบว่าในคลิปวิดีโอการร่วมเพศหรือคอนเทนต์ลามกอนาจารบางคลิปที่ผู้ต้องหาทั้งสองนำมาเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม OnlyFans นั้น มีการนำเยาวชนชายอายุต่ำกว่า 17 ปีมาร่วมแสดงด้วย

กระบวนการทางกฎหมายและการออกหมายจับ

เมื่อพบหลักฐานที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับ กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จนนำมาสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมกับการตรวจยึดของกลางที่สำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะถ่ายทำคอนเทนต์ลามกอีก 1 ชุด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในการติดตามและจับกุมผู้กระทำความผิดที่ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการกระทำผิดกฎหมาย

การสารภาพและรายละเอียดการกระทำผิด

ในการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ให้การรับสารภาพอย่างเต็มใจ โดยเปิดเผยว่า ตนเองได้ผันตัวมาเป็น Sex Creator มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากการชักชวนของเพื่อน เพื่อใช้เป็นอาชีพเสริมในการหารายได้เพิ่มเติม

อาชีพหลักของทั้งคู่ก่อนหน้านี้ นางสาวกีรติทำงานเป็นพนักงานโรงงาน ส่วนนายภาคภูมิทำงานฟรีแลนซ์ ทั้งคู่จะใช้เวลาว่างในการถ่ายทำคลิปการมีเพศสัมพันธ์เพื่อนำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์ม OnlyFans โดยได้กระทำการดังกล่าวมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี และสามารถสร้างรายได้รวมกันกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร

การกระทำที่ร้ายแรงกับเด็กและเยาวชน

ในส่วนที่เป็นจุดสำคัญและร้ายแรงที่สุดของคดีนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ยอมรับการกระทำผิดว่า เคยมีการนำเด็กหนุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือชายหนุ่มแปลกหน้ามามีเพศสัมพันธ์กับนางสาวกีรติ โดยให้นายภาคภูมิทำหน้าที่ถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ เพื่อนำไปเผยแพร่ใน OnlyFans ต่อไป

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดสิทธิของเด็กและเยาวชนอย่างร้ายแรง แต่ยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย โดยทั้งสองให้เหตุผลว่า การกระทำเช่นนี้เป็นวิธีการสร้างคอนเทนต์ที่มีความหลากหลายเพื่อดึงดูดผู้ติดตามให้ยอมจ่ายเงินค่ารับชมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมองเด็กและเยาวชนเป็นเพียงเครื่องมือในการหาผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ผลกระทบต่อสังคมและเด็กเยาวชน

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ร้ายแรงในสังคมไทยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ในทางที่ผิด โดยเฉพาะการใช้เด็กและเยาวชนในการผลิตเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมาย การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและเยาวชนที่ถูกนำมาใช้ แต่ยังสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับสังคม

การแพร่กระจายของเนื้อหาดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้ติดตามกว่า 570,000 ราย แสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมในวงกว้าง การมีผู้รับชมจำนวนมากเช่นนี้อาจส่งผลให้เกิดการทำตามหรือการมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ

มาตรการปราบปรามและการป้องกัน

การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามอาชญากรรมประเภทนี้ โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ได้ใช้วิธีการสืบสวนที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

การใช้สายลับแฝงตัวเข้าไปในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรวบรวมหลักฐาน เป็นวิธีการที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของหน่วยงานให้เท่าทันกับเทคโนโลยีและรูปแบบการกระทำผิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล

ข้อกฎหมายและบทลงโทษ

ข้อหาที่ผู้ต้องหาทั้งสองรายต้องเผชิญถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะข้อหาการค้ามนุษย์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกเด็ก และการพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ซึ่งมีอัตราโทษที่หนักหน่วง

การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามกและการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กก็เป็นความผิดที่มีโทษจำคุกและปรับเป็นจำนวนเงินสูง นอกจากนี้ ข้อหาการขู่เข็ญชักจูงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรก็เป็นความผิดที่แสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจเหนือเด็กและเยาวชนในทางที่ผิด

บทบาทของแพลตฟอร์มออนไลน์

คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการควบคุมและตรวจสอบเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้มีการเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ เช่น OnlyFans แม้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีนโยบายห้ามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็ก แต่การตรวจสอบและการบังคับใช้ยังคงเป็นปัญหา

การมีผู้ติดตามกว่า 570,000 ราย และมีเนื้อหากว่า 300 รายการ แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานและมีขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบของแพลตฟอร์มเหล่านี้

การดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ในกระบวนการสอบสวนต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่ยึดมาได้อย่างละเอียด เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการกระทำผิด รวมถึงการตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ หรือมีผู้สมรู้ร่วมคิดเพิ่มเติมหรือไม่

ข้อควรระวังสำหรับสังคม

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด และความจำเป็นในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์ พ่อแม่และผู้ปกครองควรให้ความสนใจและติดตามพฤติกรรมของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในการใช้อินเทอร์เน็ตและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านโลกออนไลน์

นอกจากนี้ สังคมต้องร่วมมือกันในการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอันตรายของการเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการถูกใช้ในทางเพศ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกล่อลวงด้วยสิ่งจูงใจต่างๆ เช่น เงินหรือของรางวัล

สำหรับผู้ที่พบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดประเภทนี้ ควรแจ้งความให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสียหายเพิ่มเติม

การจับกุมครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงปัญหานี้และร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ได้ผลอย่างยั่งยืนต่อไป