ดราม่า! บริษัท “ดอยแม่สลอง” ชี้แจงเลิกจ้างนักแสดง 4 คน หลังคลิปอำลาดังทั่วโซเชียล

เหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการ YouTube ไทยเมื่อนักแสดงดังจากช่อง “ดอยแม่สลอง” ต้องจากลาช่องอย่างกะทันหัน ได้รับการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากบริษัทแล้ว หลังจากที่คลิปอำลาของนักแสดงทั้ง 4 คนสร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ และมียอดผู้ชมรวมกันถึง 30 กว่าล้านวิว ทำให้แฟนคลับจำนวนมากเรียกร้องให้บริษัทออกมาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ปมเริ่มต้นจากคลิปอำลาที่สร้างกระแส

ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เมื่อเพื่อนๆ นักแสดงในสังกัดช่อง “ดอยแม่สลอง” ได้โพสต์คลิปอำลา “แอร์ พรสวรรค์” นักแสดงหลักของช่อง ต่อมาเจ้าตัวเองก็ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ต้องออกจากช่อง โดยระบุว่า “จริงๆ ไม่ได้คิดจะลาออกแต่ผู้ใหญ่เขาไม่ได้มองเราเป็นนางเอกอีกแล้ว” คำพูดนี้ได้สร้างกระแสและความสงสัยในหมู่แฟนคลับจำนวนมาก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแอร์เพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลกระทบไปยังนักแสดงคนอื่นๆ ในสังกัดด้วย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของช่องยอดนิยมแห่งนี้

บริษัทออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์

หลังจากที่กระแสข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและสร้างความสั่นคลอนให้กับชุมชนออนไลน์ ล่าสุดเพจ “ดอยแม่สลอง” ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเปิดเผยรายละเอียดที่ยาวนานและครอบคลุมในหลายประเด็น

ในแถลงการณ์ระบุว่า “แถลงการณ์ บริษัทดอยแม่สลอง สื่อสังคมออนไลน์ จำกัด เรื่อง การถูกเลิกจ้างของนักแสดงสืบเนื่องจาก เรื่องทั้งหมด วันที่ 12 กันยายน 2568 บริษัทดอยได้เลิกจ้างพนักงาน 4 คน”

รายชื่อนักแสดงที่ถูกเลิกจ้าง

บริษัทได้เปิดเผยรายชื่อนักแสดงที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 4 คน ประกอบด้วย:

  1. นางสาวแอร์ พรสวรรค์ (แอร์)
  2. นางสาววาสนา ซุ่นหิรัญ (ตั๊ก)
  3. นางสาวปฤณตัส ประทุมรัตน์ (หยก)
  4. นายราเมศ วินตาล (ไฟล์)

นักแสดงทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกันผลิตวิดีโอออกจากบริษัท ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา วิดีโอเหล่านี้มียอดวิวรวมกันถึง 30 กว่าล้านวิว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความนิยมและอิทธิพลของนักแสดงเหล่านี้ในหมู่แฟนคลับ

ประวัติความเป็นมาของบริษัทดอยแม่สลอง

บริษัทดอยแม่สลองได้เปิดเผยถึงประวัติการดำเนินงานที่ยาวนาน โดยระบุว่าได้ดำเนินช่องมาเป็นเวลา 8 ปี และได้ปั้นนักแสดงมาหลายยุค บริษัทมองว่าการเปลี่ยนแปลงนักแสดงเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นในวงการบันเทิงอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทอ้างว่าได้ให้สวัสดิการและผลตอบแทนที่เกินมาตรฐานแก่นักแสดงและทีมงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์ผลงาน

สวัสดิการที่บริษัทให้แก่นักแสดงและทีมงาน

บริษัทได้เปิดเผยรายละเอียดสวัสดิการที่ได้มอบให้แก่นักแสดงและทีมงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและสะท้อนถึงการดูแลพนักงาน ดังนี้:

ด้านค่าตอบแทน: บริษัทจ่ายค่าตอบแทนให้นักแสดงและทีมงานโดยเฉลี่ย 35,000-40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำและสอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมบันเทิงออนไลน์

ด้านที่พักอาศัย: บริษัทให้ที่พักฟรีทั้งนักแสดงและทีมงานในบริษัท ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพของพนักงานอย่างมาก

ด้านรายได้เสริม: งานโฆษณาในช่องที่นักแสดงได้รับ บริษัทไม่หักเปอร์เซ็นต์แบ่งเข้าบริษัท ทำให้นักแสดงได้รับรายได้เต็มจำนวนจากงานโฆษณา

ด้านการท่องเที่ยว: บริษัทพานักแสดงและทีมงานไปเที่ยวต่างประเทศฟรีทุกๆ ปี จำนวน 55 คน โดยใช้ง예산ประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลงทุนในการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงาน

วิกฤตการเงินและการปรับตัวของบริษัท

อย่างไรก็ตาม บริษัทเปิดเผยว่าใน 2 ปีที่ผ่านมาได้เผชิญกับวิกฤตทางการเงินที่รุนแรง โดยค่าโฆษณาจาก Facebook ลดลงถึง 80% ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ วิกฤตนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบริษัทดอยแม่สลองเพียงแห่งเดียว แต่ยังทำให้ช่องละครสั้นต่างๆ ในตลาดล้มลงจนเหลือเพียง 2-5 ช่องเท่านั้น

แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน แต่บริษัทไม่ได้ลดรายได้ของพนักงาน โดยขอให้คงเงินเดือนไว้ตามเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสวัสดิการของพนักงานแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ บริษัทจึงต้องปรับแผนการทำงานใหม่ โดยหันไปรับโฆษณาจากลูกค้าโดยตรงแทนการพึ่งพารายได้จาก Facebook เพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอ TikTok ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบริษัทได้รับข้อเสนอจากลูกค้าหนึ่งเจ้า ให้นักแสดงเล่นแอพใน TikTok เป็นเวลา 10 นาที แล้วให้นักแสดงลงเนื้อหาเอง โดยบริษัทขอแบ่งรายได้ 50% นักแสดงได้ 20,000 บาท และบริษัทได้ 20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นักแสดงได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ และแจ้งกับบริษัทว่า “เรทนี้ช่องหนูไม่ได้ค่ะ” ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการตอบสนองที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากบริษัทได้ปั้นนักแสดงทั้งหมดมาตั้งแต่เริ่มต้น ให้การสนับสนุนและสอนงานจนกระทั่งช่องของนักแสดงมีผู้ติดตามหลายล้านคน

บริษัทเน้นย้ำว่านักแสดงบางคนสามารถมีรายได้ถึง 100,000 บาทขึ้นไปก็เพราะมีช่องเป็นพื้นฐาน และหากบริษัทขอหักเปอร์เซ็นต์ 30% เหมือนวงการบันเทิงอื่นๆ นักแสดงจะต้องให้เงินกับบริษัทเกือบล้านบาท แต่บริษัทไม่ได้ทำเช่นนั้นเพราะมองว่าช่วงนั้นรายได้ของบริษัทยังพอใช้ได้ จึงอยากให้นักแสดงได้ตั้งตัว

การเจรจาข้อตกลงใหม่และผลลัพธ์ที่ตามมา

หลังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งเรื่องข้อเสนอ TikTok บริษัทได้เสนอข้อตกลงใหม่แก่นักแสดงทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขว่างานโฆษณาที่บริษัทหามาให้ต้องมีการหักเปอร์เซ็นต์ แต่หากนักแสดงหางานมาเองจะไม่ต้องหักเปอร์เซ็นต์ให้บริษัท

จากนักแสดงทั้ง 4 คนที่ถูกเลิกจ้าง มี 3 คน ได้แก่ ตั๊ก, หยก และไฟล์ ที่เข้าใจสถานการณ์และยอมรับข้อตกลงการค้าใหม่ บริษัทอธิบายว่าหากไม่ปรับตัวก็ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าการตัดสินใจคัดนักแสดงออกพร้อมกันทั้ง 4 คนเป็นเรื่องที่ตัดสินใจผิดอย่างมาก ทำให้แฟนคลับของนักแสดงรู้สึกเหมือนโดนทุบกล่องดวงใจ บริษัทจึงต้องขอโทษอย่างจริงใจและสัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก

คำชี้แจงจาก “แอร์ พรสวรรค์”

หลังจากที่บริษัทออกแถลงการณ์ “แอร์ พรสวรรค์” ก็ได้ออกมาชี้แจงในมุมมองของตัวเองเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

เรื่องอัตราค่าตอบแทน: แอร์ชี้แจงว่าเรทที่ทางบริษัทเสนองานให้ในแอพ TikTok คือ 15,000 บาท ไม่ใช่ 20,000 บาทตามที่บริษัทกล่าวไว้ เหตุที่แอร์ปฏิเสธงานนั้นเพราะสัญญาและข้อตกลงที่มีเงื่อนไขเยอะเกินไป และช่องทาง TikTok เป็นช่องทางส่วนตัวของแอร์ที่สามารถเลือกรับงานเองได้หรือปฏิเสธงานเองได้

เรื่องพื้นฐานการแสดง: แอร์อธิบายว่าตนเองมีฐานการแสดงและผลงานจากที่อื่นมาบ้างแล้ว เช่น กองละคร ซีรี่ส์ต่างๆ มาพอสมควร ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์แล้วมานับหนึ่งจากช่องดอยเท่านั้น แต่ยอมรับว่าได้ฐานแฟนคลับและโอกาสต่างๆ เพิ่มมากขึ้นจากการทำงานที่นี่ ซึ่งไม่เคยลืมคุณคนนี้เลย

เรื่องการออกจากงานกะทันหัน: ประเด็นที่แอร์เสียใจมากที่สุดคือการที่มีการตกลงกันไว้ว่าจะออกเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน แต่กลายเป็นว่าต้องออกในวันศุกร์ที่ผ่านมาอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่ทันได้เตรียมใจหรือเตรียมตัวล่วงหน้าเลย

แอร์เน้นย้ำว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะต้องทำงานล่วงเวลาถ่ายโฆษณาต่างๆ โดยไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มเติม แต่ยังคงรักในหน้าที่และรักช่องทางที่ได้สร้างผลงาน รู้สึกดีเสมอเวลาที่มีคนติดตามและรอชมผลงาน

คำขอโทษและการยุติการพูดถึงบริษัท

ท้ายที่สุด แอร์ได้กล่าวขอโทษที่ทำให้บริษัทไม่สบายใจและได้รับผลกระทบจากข่าวหรือสื่อที่ออกไป โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาใดๆ ที่จะทำลายชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของบริษัท

แอร์ขอบคุณโอกาสทุกอย่างที่บริษัทมอบให้ และยืนยันว่าได้เต็มที่กับงานมากแล้ว ขอบคุณบริษัทที่พาให้มาไกลได้ขนาดนี้ และสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่พูดหรือกล่าวถึงบริษัทอีก

การกลับมาทำงานของ “หยก”

ในขณะที่แอร์ได้ยุติความสัมพันธ์กับบริษัทอย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับ “หยก” กลับมีพัฒนาการที่แตกต่าง โดยเธอได้อัดคลิปเปิดเผยว่ามีการเลิกจ้างจริง แต่ได้เคลียร์กันแล้ว

หยกเล่าว่าบริษัทมีการปรับเปลี่ยนแผนเรื่องนักแสดงใหม่ ซึ่งตอนแรกก็ตกใจ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีข้อความจากผู้ใหญ่ให้เข้ามาคุยสัญญาใหม่ โดยมีเงื่อนไขที่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ จึงได้กลับมาทำงานใหม่

ปัจจุบันหยกยังคงทำงานเหมือนเดิม บรรยากาศในกองถ่ายก็เหมือนเดิม ทุกคนยังคงรักและสนับสนุนกัน มีข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ หยกพอใจกับข้อเสนอและสัญญาที่ผู้ใหญ่ให้มาใหม่ และสัญญาว่าจะพัฒนาตัวเองให้เต็มที่มากกว่านี้

บทสรุปและผลกระทบต่ออนาคต

เหตุการณ์ดราม่าของ “ดอยแม่สลอง” ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริธึมและการแข่งขันที่รุนแรง

การที่คลิปอำลาของนักแสดงสามารถสร้างยอดวิวถึง 30 ล้านในเวลาเพียงไม่กี่วัน แสดงให้เห็นถึงอำนาจและอิทธิพลของเซเลบริตี้ออนไลน์ที่มีต่อกลุมแฟนคลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับศิลปิน

ความโปร่งใสในการสื่อสารระหว่างบริษัทและศิลปิน รวมถึงการตกลงเงื่อนไขการทำงานที่ชัดเจน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คล้ายกันในอนาคต

สำหรับแฟนคลับและผู้ติดตามช่อง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลต่อเนื้อหาและทิศทางของช่องในอนาคต ขณะที่นักแสดงที่ออกไปก็จะเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานบนแพลตฟอร์มของตนเอง

เหตุการณ์นี้จึงไม่เพียงแต่เป็นข่าวในแวดวงบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับธุรกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในการสร้างความสมดุลระหว่างผลประกอบการทางธุรกิจและการรักษาศิลปินที่มีคุณค่า เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน