“มดดำ” โทรด่าหมอดูอดีตเพื่อนรัก หลังใช้ชื่อดาราหลอกประชาชนบูชาตุ๊กตา เสียหาย 2 ล้านบาท

เหตุการณ์เริ่มต้นจากสาวคนหนึ่งที่ได้ร้องทุกข์กับ “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร” ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โดยเล่าว่าถูกหมอดูชื่อดัง อาจารย์อุ๋ย อ้างเป็นผู้วิเศษหลอกให้บูชาองค์เทพ จนเสียหายกว่า 2 ล้านบาท แต่ชีวิตไม่เพียงไม่ได้ดีขึ้น กลับแย่ลงและเป็นหนี้จากการกู้เงินมาบูชา

การรู้จักกับหมอดูอาจารย์อุ๋ยเริ่มต้นจากการดูรายการ จากนั้นจึงติดต่อผ่านไลน์เพื่อขอดูดวง แอดมินแจ้งว่าต้องรอคิวนาน 1-2 ปี แต่หากต้องการให้เร็วกว่านั้นต้องจ่ายเงิน 5,000 บาท เพื่อให้ได้ดูภายในครึ่งปี หรือหากต้องการเร็วกว่านั้นอีก ต้องจ่ายค่าดูดวงหลักหมื่นบาท

กลลวงการบูชาองค์เทพ

ระหว่างที่รอคิวดูดวง แอดมินได้เสนอให้บูชาเครื่องรางองค์เทพต่างๆ โดยอ้างว่าจะทำให้ได้ใกล้ชิดอาจารย์มากขึ้น เนื่องจากผู้เสียหายมีปัญหาเรื่องธุรกิจ จึงถูกแนะนำให้บูชาองค์เทพรวม 90,000 บาท ทั้งที่ยังไม่ได้ดูดวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

การเข้ากลุ่มลับและการใช้ชื่อดารา

ผู้เสียหายถูกเชิญเข้ากลุ่มลับ โดยมีการอ้างว่ามีดารามีชื่อเสียงหลายคน เช่น ดาราชื่อย่อ น., ญ. และดีเจคนหนึ่ง เป็นสมาชิกในกลุ่ม และบอกว่าพวกเขาต่างก็บูชาองค์เทพต่างๆ ของอาจารย์ การใช้ชื่อเสียงของดาราเหล่านี้เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือและกดดันให้ผู้เสียหายตัดสินใจบูชาตาม

ผู้เสียหายเผยว่าในตอนนั้นไม่มีเงิน และมาทราบในภายหลังว่าราคาที่ตนได้รับนั้นเป็นราคาสำหรับสมาชิกกลุ่มอเมริกา ซึ่งแพงกว่าสมาชิกที่อยู่ในประเทศไทย ภายในเวลาเพียง 3 เดือน ผู้เสียหายได้บูชาองค์เทพไป 20 องค์

การกดดันให้กู้เงิน

ทุกครั้งที่ผู้เสียหายบอกว่าไม่มีเงิน แอดมินจะแนะนำให้กู้จากบัตรเครดิตมาบูชา ส่งผลให้ขณะนี้ผู้เสียหายมีหนี้สิน 3 ล้านบาท และเริ่มเป็นโรคซึมเศร้า

มดดำระเบิดความโกรธ

เมื่อเร็วๆ นี้ “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” ได้พูดถึงประเด็นนี้ผ่านรายการ “ข่าวใส่ไข่” โดยเอ่ยชื่อ “อาจารย์อุ๋ย” ตรงๆ และเผยถึงเรื่องราวอย่างเดือดดาลว่า

การยอมรับความผิดพลาด

“ฉันก็อยู่ในเพจมานานแล้ว ว่าเป็นสารตั้งต้น ก็ยอมรับตรงๆ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อความศรัทธา อาทิตย์ที่แล้วก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่รู้เรื่องตุ๊กตา เพราะตัวเองไม่เคยอุ้มตุ๊กตายายอุ๋ย แล้วก็ไม่เคยเชื่อเรื่องตุ๊กตา เพราะตลาดแขกมีขายเยอะแยะ”

มดดำยอมรับว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อความศรัทธาให้กับประชาชน แต่เธอยืนยันว่าไม่เคยเชื่อหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องตุ๊กตายายอุ๋ย

ความโกรธจากการใช้ชื่อดาราเท็จ

“ถามว่าด่าไหม ฉันด่าไป เมื่อวานรับไม่ได้ เพราะถือว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายคนหนึ่ง มีแชตไลน์เอาชื่อมดดำ เอาชื่อดาราคนโน้นคนนี้ เว้นชื่อดาราไว้ก่อนนะ ดาราทุกคนที่โดนเขามีสิทธิ์ฟ้องได้หมด อย่างบางคนไม่ใช่เรื่องจริง เอาชื่อดาราไปพูดได้ยังไง ฉันด่าว่า มึงเลว โทร.เลยค่ะ”

มดดำเผยว่าการที่อาจารย์อุ๋ยนำชื่อของเธอและดาราคนอื่นๆ ไปใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง โดยเฉพาะการสร้างเรื่องเท็จ ทำให้เธอโกรธจนต้องโทรไปด่าโดยตรง

การโทรด่าอาจารย์อุ๋ย

เหตุการณ์ที่ทำให้ทนไม่ไหว

“ตอนด่าเลว เขาก็ฟัง แล้วก็ได้แต่ตอบค่ะๆ ตัวเองพยายามไม่ติดต่อ เอาง่ายๆ คือโกรธไหม มดดำโดนเพจด่าทุกวัน เพื่อนมดดำๆ โกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไงแล้ว เมื่อวานนี้อยู่ดีๆ มีแชตเสียงพาดพิงดารามา รู้สึกว่าตัวเองต้องโทรศัพท์ไปแล้ว เพื่อด่า มันไม่ไหว”

มดดำอธิบายว่าเธอพยายามหลีกเลี่ยงการติดต่อ แต่เมื่อได้ยินคลิปเสียงที่พาดพิงถึงดาราคนหนึ่ง โดยเฉพาะการกล่าวถึงสถาบันครอบครัว ทำให้เธอทนไม่ไหวจนต้องโทรไปด่า

คำด่าที่ออกจากใจ

“วันนั้นที่โกรธแล้วโทร.ไป เพราะมีเสียงมันที่พูดถึงดาราคนนึง แล้วไปพูดถึงสถาบันครอบครัว ฉันก็เลยด่าว่ามึงทำแบบนี้ ขอโทษนะ มึงเลวมาก เราด่าเป็นชุดๆ แล้วเขาตอบกลับมาว่าขอโทษ ตอนนี้มึงไม่ต้องมาขอโทษฉัน ไปขอโทษผู้เสียหาย วันนี้กระบวนการกฎหมาย ถ้าแกผิด มึงต้องชดใช้เขานะแต่ละคน”

ผลกระทบต่อดาราที่ถูกใช้ชื่อ

ดารา น. เสียความรู้สึก

“ดารา น. ฉันก็คุยกับเขา เขาก็เสียความรู้สึก เขาบอกว่าเขาไม่เคยบูชาตุ๊กตา มีแต่ให้เขามาเอง เอาเขาไปพูดแบบนั้น เขาก็เสียความรู้สึกพอสมควร”

มดดำเผยว่าดาราชื่อย่อ น. รู้สึกเสียใจมากที่ถูกนำชื่อไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะเมื่อเขาไม่เคยบูชาตุ๊กตาใดๆ เลย

ดารา ญ. ออกมาให้สัมภาษณ์

“ส่วน ดารา ญ. ก็ญาญ่าญิ๋ง (รฐา โพธิ์งาม) เขาออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว ส่วนดีเจก็อาจเป็นฉันหรือเปล่า แต่ฉันไม่เคยเรียกตุ๊กตาว่าองค์เทพ ฉันบูชาเฉพาะของที่ฉันมีอยู่ ไม่ดิ้นรนซื้อใหม่ ไม่เคยแตะต้องตุ๊กตาเลยนะ ถ้ามีเอามาแฉเลย ไม่ว่าของอาจารย์คนไหนค่ะ”

ความเสียหายต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว

ความผิดหวังจากมิตรภาพ 20 ปี

“อยู่มา 20 ปีไม่เคยเสียหายขนาดนี้ ได้มีโอกาสดูคลิปเสียงที่พูดถึงดารา น. นี่แหละถึงโกรธ ไปขอโทษผู้เสียหายเถอะ ฉันไม่เคยเสียเงิน ฉันแค่เสียความรู้สึกกับการเป็นเพื่อนเธอ รู้จักมา 8-9 ปี ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ จะมีกระบวนการที่เลวร้ายขนาดนี้”

มดดำเผยความรู้สึกผิดหวังอย่างมากที่เพื่อนที่รู้จักมานานถึง 8-9 ปี กลับไปทำสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้ โดยเธอเน้นว่าตนเองไม่เคยเสียเงิน แต่เสียใจกับการที่มิตรภาพถูกทำลาย

การรับรู้ถึงความจริง

“เราอ่านจากเพจก็รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องไปถามหรอก มันมีหลักฐานมาหมดแล้ว ถูกต้องไหม แต่วันนั้นที่โกรธแล้วโทร.ไป เพราะมีเสียงมันที่พูดถึงดาราคนนึง แล้วไปพูดถึงสถาบันครอบครัว”

กระบวนการทางกฎหมาย

ความมุ่งมั่นในการดำเนินคดี

“ต้องดูต่อไปเขาจะทำยังไง แต่ถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อะไรที่ผิดก็ต้องรับผิดชอบนะ ที่โทร.ไป เขาก็ได้แต่ขอโทษ แต่ขอโทษแล้วช่วยอะไร”

มดดำยืนยันว่าจะต้องมีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และการขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทนายนิด้าเข้าสู่คดี

“ตอนนี้เขาใช้ทนายนิด้า ก็ต้องเตรียมตัวว่าถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ผิดก็ว่ากันไปตามผิด วันนี้เพจเขาก็เขียนชัดเจน เพื่อนมดดำๆๆ ทุกอันอยู่แล้ว ตัวเองก็โดนมาตลอดอยู่แล้ว”

ปัจจุบันคดีได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว โดยมีทนายนิด้าเป็นตัวแทนของผู้เสียหาย และมดดำก็เตรียมพร้อมที่จะเป็นพยานในคดีนี้

สิทธิของดาราที่ถูกใช้ชื่อ

การฟ้องร้องที่เป็นไปได้

“ดาราทุกคนที่โดนเขามีสิทธิ์ฟ้องได้หมด อย่างบางคนไม่ใช่เรื่องจริง เอาชื่อดาราไปพูดได้ยังไง”

มดดำเน้นว่าดาราทุกคนที่ถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีสิทธิ์ดำเนินคดีฟ้องร้อง เนื่องจากเป็นการใช้ชื่อเสียงของเขาในทางที่ผิด

ความอ่อนไหวของเรื่องครอบครัว

“ไม่ว่ายังไงไม่ควรเอาเรื่องเขามาพูด ที่สำคัญคือเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง ชีวิตครอบครัวเขาดีๆ อยู่ ไปพูดแบบนั้นมันเลวร้ายเลวทรามไหม นี่แหละที่มันไม่ไหว ก็เลยโทร.ไปด่า ต่อให้เราสนิทกัน แต่ไปพูดถึงสถาบันครอบครัว เป็นใคร ใครก็โกรธ เขามีตัวตนในสังคมนะ”

บทสรุปและข้อคิดเห็น

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้ชื่อเสียงของบุคคลมีชื่อเสียงในการหลอกลวงประชาชน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินแก่ผู้เสียหาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของดาราที่ถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

การที่มดดำออกมาเปิดเผยเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา แม้จะเป็นการยอมรับผิดที่ตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อถือ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม

ข้อเตือนสำหรับประชาชน

เหตุการณ์นี้เป็นข้อเตือนใจให้ประชาชนระวังการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ชื่อเสียงของบุคคลมีชื่อเสียงมาเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนหรือจ่ายเงินใดๆ

ความสำคัญของการดำเนินคดี

การที่ผู้เสียหายตัดสินใจดำเนินคดีผ่านทางกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความยุติธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต ทั้งยังเป็นการเตือนใจผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริตว่าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

คดีนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญในสังคมไทย เกี่ยวกับการใช้ชื่อเสียงของผู้อื่นและการระวังตัวจากการหลอกลวงในรูปแบบใหม่ที่อาจใช้เทคโนโลยีและช่องทางสื่อสารสมัยใหม่เป็นเครื่องมือ