รายละเอียดใหม่สะเทือนขวัญถูกเปิดเผยในคดีฆาตกรรมเด็กหญิงทั้งสาม
เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยรายละเอียดใหม่ในคดีของทราวิส เด็กเกอร์ ผู้ต้องหาหลบหนีจากรัฐวอชิงตันที่ถูกเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าฆ่าลูกสาวทั้งสามคนของเขา โดยรายละเอียดเหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสาธารณชนและเจ้าหน้าที่ผู้ทำการสืบสวนอย่างมาก
เด็กเกอร์ อดีตทหารกองทัพสหรัฐฯ วัย 32 ปี หายตัวไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ระหว่างการเยี่ยมลูกสาวที่ได้รับอนุญาตจากศาล ได้แก่ ไพทิน อายุ 9 ปี, เอเวลิน อายุ 8 ปี และโอลิเวีย อายุ 5 ปี เมื่อเขาไม่ได้พาเด็กๆ กลับไปส่งให้แม่ของพวกเธอ วิทนีย์ เด็กเกอร์ ตามกำหนดเวลา 20.00 น. ที่เมืองเวแนทชี รัฐวอชิงตัน ความกังวลก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
วิทนีย์ได้แจ้งความเรื่องเด็กหญิงทั้งสามหายตัวไปประมาณ 21.30 น. ซึ่งนำไปสู่การค้นหาอย่างเร่งด่วนเป็นเวลาสามวันที่จบลงด้วยความสยดสยอง: เด็กหญิงทั้งสามถูกพบว่าเสียชีวิตใกล้กับรถกระบะที่ทราวิสทิ้งไว้ที่แคมป์กราวด์ร็อค ไอส์แลนด์ ในเขตชีแลน เคาน์ตี้ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ในขณะเดียวกัน ไม่พบตัวผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด
ทราวิสถูกออกหมายจับในข้อหาฆาตกรรมชั้นหนึ่งและลักพาตัว และยังไม่ถูกจับกุมแม้จะผ่านไปเกือบสามเดือนหลังจากเริ่มการค้นหาตัวเขา
รายละเอียดสยองขวัญจากที่เกิดเหตุ
เด็กหญิงแต่ละคนถูกพบโดยมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะและอย่างน้อยหนึ่งคนถูกมัดด้วยสายรัดพลาสติก ตามหมายศาลที่ PEOPLE ได้รับก่อนหน้านี้ ในแถลงการณ์อัพเดตที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม สำนักงานนายอำเภอเขตชีแลนได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพที่พบพี่น้องทั้งสาม
“เหยื่อสองรายมีถุงแยกกันสองใบคลุมศีรษะของแต่ละคน และเหยื่อรายที่สามมีถุงแยกกันสามใบคลุมศีรษะ” แถลงการณ์ระบุ “นอกจากนี้ ยังพบสายรัดเคเบิลหลายเส้นบนพื้นดินในบริเวณใกล้เคียงกับร่างของเด็กหญิงทั้งสาม”
แพทย์นิติเวชได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าพี่น้องทั้งสามคนเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ และสาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุว่าเป็นการฆาตกรรม
หลักฐานทางดีเอ็นเอและสถานะของผู้ต้องสงสัย
สำนักงานนายอำเภอเขตชีแลนยืนยันอีกครั้งเมื่อวันอังคารว่า ทราวิสยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวในการฆาตกรรมครั้งนี้ โดยอ้างถึงหลักฐานทางดีเอ็นเอที่เชื่อมโยงเขากับถุงพลาสติกทั้งหมดที่คลุมศีรษะของลูกสาวและสายรัดพลาสติกหนึ่งเส้นที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ
“การวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่เสร็จสมบูรณ์นี้ให้หลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าทราวิส เด็กเกอร์ เป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเหล่านี้” สำนักงานนายอำเภอกล่าว
นักสืบก่อนหน้านี้ระบุว่า ห้องปฏิบัติการอาชญากรรมของรัฐวอชิงตันยืนยันว่าดีเอ็นเอในเลือดที่พบบนประตูท้ายรถกระบะของทราวิสตรงกับโปรไฟล์ดีเอ็นเอที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นของเขา
การล่าตัวและความพยายามในการหลบหนี
ทราวิสเป็นเป้าหมายของการล่าตัวอย่างเข้มข้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าอดีตทหารรายนี้มีความเชี่ยวชาญในการเอาตัวรอดในป่า พวกเขายังเชื่อว่าเขาอาจหลบหนีไปแคนาดาหลังจากที่เขาค้นหาออนไลน์เกี่ยวกับ “วิธีย้ายไปแคนาดา” ตามหมายศาลของกรมบริการมาร์แชลสหรัฐฯ ที่ PEOPLE ได้รับ
มีรายงานการพบเห็นเด็กเกอร์ที่ถูกหักล้างสองครั้ง: ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ใกล้ทางหลวง 97 ในรัฐวอชิงตัน และอีกครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ในพื้นที่แบร์ครีก ของอุทยานแห่งชาติซอว์ทูธในรัฐไอดาโฮ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันในภายหลังว่าทั้งสองกรณีไม่ใช่ตัวเขา
“ในขณะนี้ เราไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าทราวิส เด็กเกอร์ ยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว” สำนักงานนายอำเภอระบุในแถลงการณ์
ความช่วยเหลือจากชุมชนและการตอบสนองของสาธารณะ
เงินรางวัล 20,000 ดอลลาร์ได้ถูกเสนอโดยกรมบริการมาร์แชลสหรัฐฯ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมเขา การหายตัวไปของเด็กเกอร์และการฆาตกรรมลูกสาวทั้งสามของเขาได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนในเวแนทชีและพื้นที่โดยรอบอย่างมาก
ชุมชนท้องถิ่นได้รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนวิทนีย์ เด็กเกอร์ มารดาของเด็กๆ โดยมีการจัดตั้งกองทุนระดมทุนออนไลน์เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพและให้การสนับสนุนทางการเงินในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
“เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในชุมชนของเรา” ผู้อาศัยในท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าว “ทุกคนกำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัวและสนับสนุนความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการนำตัวทราวิสมารับผิดชอบต่อการกระทำของเขา”
ประวัติความขัดแย้งในครอบครัว
ตามรายงานจากผู้ที่รู้จักคู่สมรสคู่นี้ ทราวิสและวิทนีย์กำลังอยู่ในกระบวนการหย่าร้างที่ยากลำบากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุฆาตกรรม เอกสารศาลที่ถูกเปิดเผยแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการดูแลบุตรและการเงิน โดยทราวิสแสดงความไม่พอใจกับการตัดสินใจหลายครั้งของศาล
เพื่อนบ้านคนหนึ่งของครอบครัวกล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่าเธอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของทราวิสในช่วงสัปดาห์ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม โดยเขาดูเหมือนจะมีความเครียดมากขึ้นและแยกตัวมากขึ้น
“เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” เพื่อนบ้านกล่าว “มีบางอย่างเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้”
ปฏิกิริยาจากครอบครัวของผู้เสียชีวิต
วิทนีย์ เด็กเกอร์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทนายความของเธอแสดงความขอบคุณต่อชุมชนสำหรับการสนับสนุนและความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เธอขอความเป็นส่วนตัวในขณะที่เธอโศกเศร้าต่อการสูญเสียลูกสาวทั้งสามคน
“ไพทิน เอเวลิน และโอลิเวีย เป็นแสงสว่างในชีวิตของดิฉัน” วิทนีย์กล่าวในแถลงการณ์ “พวกเธอเต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และความฝัน ดิฉันจะไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น แต่ดิฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเธอจะได้รับความยุติธรรม”
ญาติคนอื่นๆ ได้แบ่งปันความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหญิงทั้งสาม โดยอธิบายว่าไพทินชอบศิลปะและการวาดภาพ เอเวลินเป็นนักกีฬาที่กระตือรือร้น และโอลิเวียมักจะทำให้ทุกคนยิ้มด้วยเสียงหัวเราะและบุคลิกที่มีชีวิตชีวาของเธอ
ความพยายามในการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
การค้นหาทราวิส เด็กเกอร์ ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานนายอำเภอเขตชีแลน กรมตำรวจเวแนทชี และกรมบริการมาร์แชลสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่ได้ขยายการค้นหาไปยังพื้นที่ป่าทึบในรัฐวอชิงตันและไอดาโฮ โดยเชื่อว่าทักษะการเอาตัวรอดในป่าของเด็กเกอร์อาจช่วยให้เขาหลบซ่อนในพื้นที่ห่างไกลได้
“เรากำลังใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อค้นหาทราวิส เด็กเกอร์ และนำตัวเขามารับผิดชอบต่อการกระทำของเขา” โฆษกของกรมบริการมาร์แชลสหรัฐฯ กล่าว “เราจะไม่หยุดจนกว่าเขาจะถูกจับกุม”
การสันนิษฐานเกี่ยวกับผู้ช่วยเหลือที่อาจมี
เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยความเป็นไปได้ว่าเด็กเกอร์อาจได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลที่ “เห็นอกเห็นใจ” เขา ทำให้เขาสามารถหลบหนีการจับกุมได้เป็นเวลานาน นายอำเภอเขตชีแลนกล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษว่าลักษณะของการหายตัวไปของเด็กเกอร์และความสามารถของเขาในการหลบเลี่ยงการตรวจจับบ่งชี้ว่าเขาอาจมีผู้ช่วยเหลือ
“เราเชื่อว่ามีคนบางคนที่อาจให้ที่พักพิง อาหาร หรือความช่วยเหลืออื่นๆ แก่เด็กเกอร์” นายอำเภอกล่าว “เราขอเตือนทุกคนว่าการช่วยเหลือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และบุคคลใดก็ตามที่พบว่าให้ความช่วยเหลือเขาจะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีเต็มรูปแบบตามกฎหมาย”
ผลกระทบต่อชุมชน
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อชุมชนเวแนทชี โรงเรียนที่เด็กหญิงทั้งสามเคยเรียนได้จัดให้มีที่ปรึกษาด้านการโศกเศร้าสำหรับนักเรียนและครู และมีการจัดงานเฝ้าระลึกหลายครั้งเพื่อให้เกียรติแก่ชีวิตของพวกเธอ
“เด็กๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของเรา” ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาท้องถิ่นกล่าว “การสูญเสียพวกเธอในลักษณะที่โหดร้ายเช่นนี้เป็นบาดแผลที่จะไม่มีวันหายไปอย่างสมบูรณ์”
ผู้นำชุมชนได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบเพื่อปกป้องเด็กๆ ในสถานการณ์ของการหย่าร้างที่มีการแข่งขันและข้อพิพาทเกี่ยวกับการดูแลบุตร โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มการตรวจสอบและการเฝ้าระวังในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
นักกฎหมายที่ติดตามคดีนี้ชี้ให้เห็นว่าหากทราวิส เด็กเกอร์ ถูกจับกุม เขาอาจเผชิญกับโทษสูงสุดที่มีอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐวอชิงตัน ข้อหาฆาตกรรมชั้นหนึ่งสามหัวข้อกับสถานการณ์รุนแรงสามารถนำไปสู่การจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้รับการปล่อยตัว
“นี่เป็นหนึ่งในคดีที่น่าสยดสยองที่สุดที่ฉันเคยเห็นในอาชีพของฉัน” อัยการท้องถิ่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีโดยตรงแต่คุ้นเคยกับรายละเอียดกล่าว “หลักฐานที่มีต่อเด็กเกอร์มีความหนักแน่นมาก และระบบยุติธรรมจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่มีวันเป็นอันตรายต่อใครอีก”
การพิจารณาถึงสุขภาพจิต
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่ติดตามคดีนี้ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาวะทางจิตใจของเด็กเกอร์ก่อนการฆาตกรรม ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยประวัติสุขภาพจิตอย่างเป็นทางการของเขา แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าลักษณะการวางแผนของอาชญากรรมนี้บ่งชี้ถึงความผิดปกติทางจิตที่รุนแรง
“กรณีที่พ่อฆ่าลูกของตัวเองมักเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ได้รับการรักษา ความรู้สึกสิ้นหวัง หรือความต้องการควบคุมในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกว่ากำลังสูญเสียการควบคุม” จิตแพทย์คนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านความรุนแรงในครอบครัวกล่าว “ในขณะที่สิ่งนี้ไม่ได้เป็นข้อแก้ตัวสำหรับการกระทำที่น่าสยดสยอง แต่มันช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ถึงเกิดขึ้น”
การเรียกร้องให้มีการปฏิรูป
กลุ่มสนับสนุนเด็กและผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัวได้ใช้คดีนี้เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบที่มีอยู่สำหรับการจัดการกับข้อพิพาทเกี่ยวกับการดูแลบุตรและการป้องกันการฆาตกรรมในครอบครัว
“เรามักเห็นสัญญาณเตือนในกรณีเหล่านี้ แต่ระบบของเราไม่ได้ตอบสนองอย่างเพียงพอ” ผู้อำนวยการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรท้องถิ่นที่ทำงานกับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวกล่าว “เราต้องการการคัดกรองความเสี่ยงที่ดีขึ้น การฝึกอบรมสำหรับผู้พิพากษาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และทรัพยากรเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่กำลังผ่านการหย่าร้างที่มีความขัดแย้งสูง”
ความหวังในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
ในขณะที่การค้นหาทราวิส เด็กเกอร์ ยังคงดำเนินต่อไป ครอบครัวของเด็กหญิงทั้งสามและชุมชนยังคงหวังว่าความยุติธรรมจะมาถึงในที่สุด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพวกเขายังคงทุ่มเททรัพยากรอย่างมากในการค้นหาเขาและเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาจะถูกพบตัว
“เราจะไม่หยุดค้นหา” เจ้าหน้าที่จากสำนักงานนายอำเภอเขตชีแลนกล่าว “ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนหรือต้องใช้ทรัพยากรเท่าไร เราจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อนำตัวทราวิส เด็กเกอร์ มารับผิดชอบต่อการกระทำของเขา”
ในระหว่างนี้ ชุมชนยังคงรวมตัวกันรอบครอบครัวของเด็กหญิงทั้งสาม โดยจัดตั้งอนุสรณ์สถาน จัดกิจกรรมระดมทุน และให้การสนับสนุนทางอารมณ์ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
บทสรุป: การแสวงหาความยุติธรรม
ขณะที่คดีนี้ยังคงพัฒนาต่อไป ความสนใจของประเทศได้มุ่งเน้นไปที่การติดตามทราวิส เด็กเกอร์ และความพยายามที่จะนำความยุติธรรมมาสู่ไพทิน เอเวลิน และโอลิเวีย เจ้าหน้าที่ยังคงขอให้สาธารณชนให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ที่เป็นไปได้ของเด็กเกอร์ โดยเน้นย้ำว่าเขาควรถือว่าเป็นอันตรายและไม่ควรเข้าหาโดยตรง
“นี่เป็นคดีที่น่าเศร้าอย่างยิ่งที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนของเราอย่างลึกซึ้ง” นายกเทศมนตรีเวแนทชีกล่าว “หัวใจของเราอยู่กับครอบครัวของเด็กหญิงเหล่านี้ และเราจะทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนความพยายามในการนำตัวผู้ที่รับผิดชอบมาลงโทษ”
ในขณะที่ชุมชนและประเทศรอคอยข่าวเกี่ยวกับการจับกุมที่เป็นไปได้ ความทรงจำของไพทิน เอเวลิน และโอลิเวีย เด็กเกอร์ ยังคงอยู่ในใจของทุกคนที่รู้จักพวกเธอ และแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยได้พบพวกเธอแต่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราวอันน่าเศร้านี้
“พวกเธอควรได้รับโอกาสในการเติบโตและมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความรักและความสุข” ครูคนหนึ่งของเด็กหญิงกล่าว “เราสามารถให้เกียรติพวกเธอได้ด้วยการทำให้แน่ใจว่าเรื่องราวเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกกับเด็กคนอื่นๆ”
ในขณะที่การค้นหาทราวิส เด็กเกอร์ ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาได้รับการสนับสนุนให้ติดต่อกรมบริการมาร์แชลสหรัฐฯ หรือสำนักงานนายอำเภอเขตชีแลนโดยทันที ทุกเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับ และเงินรางวัล 20,000 ดอลลาร์ยังคงมีอยู่สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมเขา
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสัญญาว่าจะไม่หยุดค้นหาจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมสำหรับเด็กหญิงทั้งสามคนที่ชีวิตถูกตัดสั้นลงอย่างโหดร้าย ในขณะเดียวกัน ชุมชนยังคงรวมตัวกันในความโศกเศร้าและความหวังว่าการปิดคดีจะเกิดขึ้นในไม่ช้า