จอนนี่มือปราบ พร้อมภรรยา ดอดให้ปากคำตำรวจ ปปป. แจงที่ไป-ที่มา “เงินทุนทำธุรกิจรีสอร์ต”

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง บก.ภายใน จังหวัดอุบลราชธานี หรือที่รู้จักในนาม “จอนนี่ มือปราบ” พร้อมด้วยภรรยา น.ส.จิราพร สีบุระ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. ตามนัดหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

การให้ปากคำในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเพิ่มเติมจากกรณีที่ทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นในการจัดทำเอกสารรับรองเท็จ เพื่อการสร้างรีสอร์ตบนที่ดินป่าไม้นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย

เนื้อหาการสอบปากคำครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นไปที่การสอบถามเกี่ยวกับที่มาและที่ไปของเงินทุนที่ด.ต.ยุทธพลและภรรยาใช้ในการลงทุนสร้างและประกอบธุรกิจรีสอร์ทแห่งนี้ โดยต้องการให้มีการอธิบายแหล่งที่มาของเงินทุนอย่างชัดเจน รวมถึงกระบวนการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนทางการเงิน

หลังจากเสร็จสิ้นการให้ปากคำ เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. จะนำตัวทั้ง ด.ต.ยุทธพล และ น.ส.จิราพร พร้อมด้วยสำนวนคดีและพยานหลักฐานต่างๆ ส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ในทันที เพื่อดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

คดีใหม่เพิ่มข้อหา ลักลอบเปิดธุรกิจไม่มีใบอนุญาต

ความซับซ้อนของคดีนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การบุกรุกพื้นที่ป่าเท่านั้น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบความผิดเพิ่มเติมที่สำคัญอีกข้อหาหนึ่ง คือ การลักลอบประกอบกิจการโรงแรมและที่พักโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การตรวจสอบล่าสุด เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ รีสอร์ทล่องแพและบ้านพักพูลวิลล่าของ ด.ต.ยุทธพล พบว่า สถานประกอบการดังกล่าวได้เปิดให้บริการลูกค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมหรือที่พักจากฝ่ายปกครองท้องถิ่นตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายอีกข้อหาหนึ่ง

การดำเนินคดีนี้จะแบ่งความรับผิดชอบชัดเจนระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดย ตำรวจ บก.ปทส. (บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและสังคม) จะรับผิดชอบคดีการบุกรุกพื้นที่ป่า ส่วน ตำรวจ บก.ปปป. จะเข้ามาดำเนินคดีในส่วนของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่น

รายละเอียดการบุกรุกพื้นที่ป่า

จากการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่า รีสอร์ทของจอนนี่มือปราบมีพื้นที่รวมมากกว่า 6 ไร่ และตั้งอยู่ในพื้นที่ป่านิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เกือบทั้งหมด

ที่สำคัญ รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ 20 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกกันไว้ให้เป็นผืนป่า หรือที่เรียกว่า “ป่าส่วนกลาง” ตามแผนการจัดสรรที่ดินของนิคมสร้างตนเอง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว พื้นที่ส่วนนี้ต้องคงไว้เป็นพื้นที่ป่าไผ่เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นป่าชุมชนสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกัน

การบุกรุกเข้าไปก่อสร้างรีสอร์ทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางนิคมฯ จึงเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ อย่างแน่นอน โดยมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามที่กฎหมายกำหนด

การสืบสวนเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่น

หนึ่งในประเด็นสำคัญของคดีนี้คือ การที่ เจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างให้ แม้ว่าตามกฎหมายแล้วจะไม่สามารถออกใบอนุญาตดังกล่าวได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวน

เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐส่วนท้องถิ่นรายใดบ้างที่ รู้เห็นหรือให้ความร่วมมือในการกระทำผิด รวมถึงการพิจารณาว่ามีการ เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

การสืบสวนนี้รวมถึงการตรวจสอบกระบวนการออกใบอนุญาต การพิจารณาเอกสารประกอบการขออนุญาต และการตรวจสอบว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด อาจจะมีการดำเนินคดีทางอาญาและการดำเนินการทางวินัยตามมา

ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

การสร้างรีสอร์ทในพื้นที่ป่าสงวนไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ของพื้นที่อีกด้วย พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกเดิมเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการดูดซับน้ำ การป้องกันการชะล้างหน้าดิน และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าในท้องถิ่น

ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ได้แสดงความกังวลต่อการพัฒนาที่ไม่ได้รับอนุญาตนี้ เนื่องจากอาจส่งผลต่อ คุณภาพน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ชุมชนใช้ในการอุปโยค รวมถึงความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน

ปฏิกิริยาจากสาธารณชน

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจาก ด.ต.ยุทธพล เป็นตำรวจที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมากในฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์

ความคิดเห็นของประชาชน แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเห็นว่าการดำเนินคดีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่เลือกหน้าไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครหรือมีสถานะอย่างไร ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งแสดงความเห็นใจและเชื่อว่าอาจมีการเข้าใจผิดหรือมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้เปิดเผย

สื่อมวลชน ได้ติดตามข่าวสารความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสนใจและต้องการเห็นความโปร่งใสในการดำเนินคดี

กระบวนการยุติธรรมและขั้นตอนต่อไป

หลังจากที่ บก.ปปป. ส่งสำนวนคดีไปยัง ป.ป.ช. แล้ว คาดว่าจะมีการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบและละเอียด โดย ป.ป.ช. จะต้องศึกษาพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงการพิจารณาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตและประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่หรือไม่

ขั้นตอนการดำเนินคดี จะรวมถึงการสอบสวนเพิ่มเติม การเรียกพยานบุคคลและการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง อาจมีการดำเนินคดีทางอาญาและการลงโทษทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับด้านการบุกรุกพื้นที่ป่า คาดว่าจะมีการสั่งรื้อถอนสิ่งก่อสร้างต่างๆ และปรับปรุงพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม รวมถึงการปลูกป่าทดแทนตามที่กฎหมายกำหนด

บทเรียนและการป้องกัน

คดีนี้เป็น บทเรียนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบการตรวจสอบและการกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาปรับปรุงระบบการออกใบอนุญาตต่างๆ ให้มีความโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเสริมสร้าง จิตสำนึกและความรู้ ให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคล้ายคลึงกันในอนาคต

สรุป

คดีของ จอนนี่มือปราบ และภรรยา ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อสร้างรีสอร์ท พร้อมด้วยการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต กำลังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด คดีนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายป่าไม้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

การดำเนินคดีครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความเป็นธรรมของระบบยุติธรรมไทย และเป็นตัวอย่างที่สำคัญในการส่งสัญญาณว่า การกระทำที่ผิดกฎหมายจะได้รับการดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าผู้กระทำจะมีสถานะหรือความนิยมในสังคมเพียงใด

ความคืบหน้าของคดี คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะหลังจากที่ ป.ป.ช. ได้ทำการพิจารณาสำนวนคดีและพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะเป็นการชี้ขาดว่าคดีนี้จะมีผลลัพธ์อย่างไร และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป