ด่วน! ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดเพิ่มอีก 1 นาย บริเวณเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย

เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2568 พลทหาร นายอดิศร ป้อมกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23/1) กองทัพบก ได้เหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ปราสาทตาควาย บริเวณเนิน 350 ที่มีชื่อเรียกว่า “ช้างศึก”

จากรายงานเบื้องต้นพบว่า ทหารรายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสที่ข้อเท้าขวาขาด โดยหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือและส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนแล้ว

คำแถลงจากโฆษกกองทัพบก

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้ออกมาให้การยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในพื้นที่ปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการพบเจอกับระเบิดและวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากอดีต

โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการส่งตัวไปยังสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บและการดำเนินการต่อไปนั้น จะมีการแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ความเป็นมาของปัญหากับระเบิดในพื้นที่

พื้นที่บริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวกับปัญหากับระเบิดและวัตถุระเบิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมรดกจากความขัดแย้งทางการทหารในอดีต พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีความซับซ้อนในการดำเนินงานและการรักษาความปลอดภัย

เนิน 350 หรือที่เรียกกันในนาม “ช้างศึก” เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชายแดน อย่างไรก็ตาม การที่พื้นที่นี้ยังคงมีกับระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างอยู่ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเต็มไปด้วยอันตราย

สถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพียงกรณีหนึ่งในหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการพิพาทเรื่องเขตแดนและพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง การที่ทหารและเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญในการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของชาติ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสำรวจและกำจัดกับระเบิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากพื้นที่มีความกว้างใหญ่และภูมิประเทศที่ซับซ้อน การดำเนินการจึงใช้เวลาและต้องการความระมัดระวังสูง

มาตรการป้องกันและความปลอดภัย

ทางกองทัพบกได้มีการจัดเตรียมมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยสำหรับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการกับวัตถุระเบิด การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และการปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือการกำจัดกับระเบิดและวัตถุระเบิดในพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

เหตุการณ์การเหยียบกับระเบิดของทหารไทยในพื้นที่ใกล้ชายแดนอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะในประเด็นการรักษาความมั่นคงของชายแดนและการแก้ไขปัญหากับระเบิดในพื้นที่พิพาท

ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย การหาทางออกร่วมกันจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

การติดตามผลและแนวทางการดำเนินการต่อไป

กองทัพบกจะติดตามสถานการณ์ของผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้การสนับสนุนทางการแพทย์และการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็จะมีการทบทวนมาตรการความปลอดภัยและแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต

สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ปราสาทตาควายและบริเวณใกล้เคียง จะมีการเพิ่มความระมัดระวังและการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจหากับระเบิดก่อนการเข้าปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเผชิญในการปกป้องความมั่นคงของชาติ และความจำเป็นในการหาแนวทางแก้ไขปัญหากับระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน