พฤติกรรมที่แมวชอบนวดอุ้งเท้าหน้าลงบนพื้นผิวนุ่มๆ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “Making Biscuits” นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ลีลาน่ารักของเหมียวเท่านั้น แต่เป็นพฤติกรรมที่ซับซ้อนซึ่งมีรากฐานทางวิทยาศาสตร์อันลึกซึ้ง และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ งานวิจัยล่าสุดในปี 2024-2025 เผยให้เห็นว่าพฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนอารมณ์ของแมว แต่ยังส่งผลกระทบทางบวกต่อสุขภาพจิตและร่างกายของมนุษย์ด้วย
รากฐานของพฤติกรรม “Making Biscuits”
พฤติกรรม “Making Biscuits” หรือ “Kneading” เป็นการกระทำที่แมวใช้อุ้งเท้าหน้าสลับกันกดลงบนพื้นผิวนุ่มๆ ในจังหวะสม่ำเสมอ เสมือนการนวดแป้ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกที่น่ารักนี้
ดร.เลติเซีย ฟานุกกี นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมสัตว์จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมาสเตท อธิบายว่า “การนวดเริ่มต้นในลูกแมวเป็นพฤติกรรมจากสัญชาตญาณที่เกี่ยวข้องกับการกิน ไม่ใช่สิ่งที่แมวต้องเรียนรู้ วิธีที่พฤติกรรมนี้เริ่มต้นคือ พวกมันนวดต่อมน้ำนมของแม่เพื่อดูดกินน้ำนม”
การนวดของลูกแมวไม่เพียงแต่กระตุ้นการไหลของน้ำนม แต่ยังอาจปลดปล่อยออกซิโทซิน ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความผูกพันทางสังคม ในตัวแมวแม่ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์พิเศษที่จะติดตามแมวไปตลอดชีวิต
งานวิจัยล่าสุด: ฮอร์โมนแห่งความสุขและความผูกพัน
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ในเดือนเมษายน 2024 โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโต พบว่าการให้ออกซิโทซินจากภายนอกแก่แมวตัวผู้ส่งผลให้แมวจ้องมองมนุษย์นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของฮอร์โมนออกซิโทซินในการสร้างความผูกพันระหว่างมนุษย์กับแมว
ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาล่าสุดในปี 2025 พบว่าแมวที่มีรูปแบบการผูกพันแบบมั่นคงจะมีระดับออกซิโทซินที่สูงขึ้นเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของ และมีปัญหาพฤติกรรมน้อยกว่าแมวที่มีการผูกพันแบบไม่มั่นคง
นอกจากออกซิโทซินแล้ว การกระทำของการนวดในแมวยังทำให้เกิดการปลดปล่อยโดปามีน สารเคมีที่บรรเทาความเจ็บปวดและสร้างความรู้สึกดีในสมอง ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมแมวถึงดูมีความสุขและผ่อนคลายเมื่อทำพฤติกรรมนี้
ผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์: มากกว่าที่คิด
การศึกษาที่น่าทึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Psychology พบว่าใบหน้าของแมวมีผลทางอารมณ์ต่อมนุษย์คล้ายกับใบหน้าของทารก ซึ่งกระตุ้นให้สมองผลิตออกซิโทซินมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก”
เวนดี้ ไดมอนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยง อธิบายว่า “การมีปฏิสัมพันธ์กับแมวน่ารักเป็นเหมือนซิมโฟนีที่น่าพึงพอใจสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีของเรา การลูบแมวสามารถปลดปล่อยฮอร์โมนเซโรโทนินและโดปามีนที่ทำให้รู้สึกดี ซึ่งช่วยบรรเทาความเครียดและเพิ่มความสุข”
การศึกษาในปี 2023 ที่เผยแพร่ในวารสาร Animals พบว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับแมวในสภาพแวดล้อมบ้านส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและจิตใจที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการลดลงของระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมของระบบประสาทอัตโนมัติ
การศึกษาต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับแมวไม่เพียงแต่ช่วยรักษาร่างกายของเรา แต่ยังลดความเสี่ยงของการกำเริบของโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต และปลดปล่อยโดปามีนและเซโรโทนิน ซึ่งช่วยควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด และปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในท้ายที่สุด
เหตุผลหลากหลายของพฤติกรรม “Making Biscuits”
นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุเหตุผลหลายประการที่อธิบายว่าทำไมแมวถึงทำพฤติกรรมนี้:
การแสดงความรักและความผูกพัน เมื่อแมวนวดบนตัวคุณ อาจเป็นสัญญาณของความรักและความผูกพัน เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่พวกมันทำกับแมวแม่ตอนเป็นลูกแมว การกระทำนี้สื่อถึงความรู้สึกสะดวกสบายและปลอดภัยกับคุณ
การเตรียมพื้นที่พักผ่อน ทฤษฎีหนึ่งสำหรับการนวดของแมวคือเป็นพฤติกรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษป่าของพวกมัน แมวป่าจะใช้อุ้งเท้าตีกองใบไม้หรือหญ้าสูงเพื่อสร้างรังให้ตัวเองและลูกได้พักผ่อนและนอน
การทำเครื่องหมายดินแดน แมวมีต่อมกลิ่นในฝ่าอุ้งเท้า การนวดจึงเป็นวิธีทำเครื่องหมายดินแดนโดยการปล่อยฟีโรโมนเพื่อ “อ้างสิทธิ์” บนวัตถุหรือคนที่พวกมันรัก
การผ่อนคลายและลดความเครียด แมวมักจะนวดเมื่อพวกมันกำลังจะพักผ่อนหรือนอน การเหยียดอุ้งเท้าบนพื้นผิวนุ่มให้ความรู้สึกดีและช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ ยังช่วยสร้างความสงบ
ความแตกต่างระหว่างเพศในการตอบสนองต่อออกซิโทซิน
การค้นพบที่น่าสนใจจากงานวิจัยปี 2024 คือการที่ออกซิโทซินส่งผลต่อแมวตัวผู้และตัวเมียแตกต่างกัน โดยแมวตัวผู้แสดงการเพิ่มขึ้นของการจ้องมองมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญหลังจากได้รับออกซิโทซิน ในขณะที่แมวตัวเมียไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงนี้
การค้นพบนี้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความแตกต่างทางเพศในการตอบสนองทางสังคมของแมว และอาจอธิบายได้ว่าทำไมแมวตัวผู้และตัวเมียจึงมีรูปแบบการแสดงความรักที่แตกต่างกัน
ไม่ใช่ทุกแมวที่จะ “Making Biscuits”
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ในขณะที่แมวหลายตัวนวดตั้งแต่เป็นลูกแมว แต่ไม่ใช่แมวทุกตัวที่จะทำพฤติกรรมนี้ต่อไปจนโต หากแมวของคุณไม่ชอบนวด ไม่ต้องรู้สึกผิดหวัง เพราะอาจมีพฤติกรรมการแสดงความรักรูปแบบอื่น เช่น การครื่นเครง การถูตัว หรือแค่การนั่งข้างๆ คุณ
ความหลากหลายทางธรรมชาติเกิดขึ้นในทุกพฤติกรรม แม้แต่พฤติกรรมที่ดูเหมือนจะเป็นสัญชาตญาณ มีหลักฐานเล็กน้อยว่าแมวบางตัวอาจเริ่มนวดในช่วงหลังของชีวิต โดยไม่มีใครรู้ว่าทำไม
คำแนะนำสำหรับเจ้าของแมว
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเจ้าของแมวควรให้แมวแสดงพฤติกรรมนี้ได้อย่างเสรี เนื่องจากการนวดเป็นพฤติกรรมที่แสดงว่าแมวรู้สึก “ปลอดภัยและมีความสุข” และ “ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวล”
หากแมวนวดเจ็บ แทนที่จะลงโทษแมว ควรตัดเล็บให้สั้น (แต่ไม่ต้องตัดเล็บออกเพราะเป็นการทำร้าย) และใช้ผ้าห่มหรือหมอนนุ่มๆ ปกป้องตัวเอง
การสร้างพื้นที่เฉพาะ ควรจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับให้แมวนวด โดยใส่ผ้าห่ม หมอน หรือเสื่อ และให้คำชม ความรัก และขนมเมื่อแมวนวดในบริเวณที่กำหนด
การเข้าใจสัญญาณ หากแมวกำลังนวดและกะพริบตาช้าๆ พร้อมครื่นเครงเสียงดัง แสดงว่าพวกมันรู้สึกผ่อนคลายมาก โดยเฉพาะเมื่อนอนในบริเวณที่สะดวกสบาย เช่น บนตักหรือเตียงของคุณ แมวอาจกำลังเตรียมตัวงีบ
อนาคตของงานวิจัย
งานวิจัยในอนาคตควรสำรวจบทบาทของคุณภาพความสัมพันธ์และประเภทของการมีปฏิสัมพันธ์ต่อการปลดปล่อยออกซิโทซิน รวมถึงการอ้างอิงทางสังคมระหว่างมนุษย์กับแมว การซิงโครไนซ์ฮอร์โมน และปัจจัยที่ทำให้เกิดการค้นพบที่ไม่สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ การสร้างเครื่องมือที่ให้ข้อมูลแก่เจ้าของแมวเกี่ยวกับรูปแบบการสื่อสารของแมวยังเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้เข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นระหว่างมนุษย์กับแมว
บทสรุป: มากกว่าความน่ารัก
พฤติกรรม “Making Biscuits” ของแมวไม่ใช่เพียงแค่การกระทำที่น่ารักเท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบฮอร์โมน ความทรงจำในวัยเด็ก และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของแมว
แมวที่ถูกทำให้เชื่อง ยังคงใช้สัญญาณของวัยเด็ก เช่น การร้องเหมียว การนวด และการครื่นเครง ซึ่งทั้งหมดนี้สังเกตได้ทั่วไปในแมวป่าวัยเด็ก อย่างไรก็ตาม สัญญาณเหล่านี้ถูกใช้โดยแมวเชื่องผู้ใหญ่เพื่อสื่อสารกับมนุษย์
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มนุษย์และแมวสามารถสร้างความผูกพันที่ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุขและความรักได้นั้น แสดงให้เห็นถึงพลังพิเศษของความสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์ที่มีมาหลายพันปีแล้ว
ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณเห็นแมวของคุณกำลัง “Making Biscuits” จงจำไว้ว่านั่นไม่ใช่แค่การแสดงความรัก แต่เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ทางชีวเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งคุณและเหมียวตัวน้อยของคุณ นี่คือเหตุผลที่แมวไม่เพียงแต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก แต่ยังเป็นหุ้นส่วนทางสุขภาพที่แท้จริงของมนุษย์