ปัญหาสุขภาพทางเพศชายไทยพุ่ง 90% ไม่กล้ารักษา ผู้เชี่ยวชาญเผยสาเหตุและแนวทางแก้ไข
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยสถิติน่าตกใจ ชายไทย 9 ใน 10 ที่มีปัญหาทางเพศไม่กล้าพบแพทย์ รักษา ขณะที่วัยผู้ป่วยลดลงจาก 40 ปี เหลือ 20 ปี จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวิถีชีวิต
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพทางเพศในผู้ชายไทยกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวจำนวนมาก โดยสถิติล่าสุดเผยให้เห็นว่าผู้ชายถึง 90% ที่ประสบปัญหาดังกล่าวไม่กล้าเข้ารับการรักษากับแพทย์ ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงมากและน่าเป็นห่วง
อาการและปัญหาหลักที่พบบ่อย
ปัญหาทางเพศที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายไทย ได้แก่ อาการอ่อนตัว การแข็งตัวไม่เพียงพอ การแข็งตัวไม่นานพอ และอาการหลั่งเร็ว ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นพร้อมกันและส่งผลให้ผู้ป่วยไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตคู่
จากการศึกษาพบว่า อาการทางเพศเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างมาก โดยผู้ป่วยมักจะเก็บปัญหาไว้ในใจและหลีกเลี่ยงการแสวงหาความช่วยเหลือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วัยของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลง จาก 40 เหลือ 20 ปี
สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของวัยผู้ป่วย ในอดีตปัญหาทางเพศมักพบในชายที่มีอายุเกิน 40 ปี แต่ปัจจุบันพบว่าชายหนุ่มวัย 20 ต้นปีเริ่มมีอาการอ่อนตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากจดหมายคำปรึกษาที่เข้ามาสู่คลินิกต่างๆ พบว่าจำนวนผู้ป่วยหนุ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวิถีชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศของคนรุ่นใหม่
วัย 20-30 ปี: กลุ่มเสี่ยงใหม่ ชายหนุ่มในวัยนี้มักประสบปัญหาจากความเครียด การทำงานหนัก การใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล และการขาดการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาทางเพศในวัยที่ไม่ควรจะพบ
วัย 40-60 ปี: วัยทำงานเครียด กลุ่มวัยนี้ยังคงเป็นกลุ่มที่พบปัญหาทางเพศอย่างสม่ำเสมอ โดยสาเหตุหลักมาจากความเครียดจากการทำงาน การไม่มีเวลาจัดสรรสำหรับการออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพที่ไม่เพียงพอ
วัย 60-80 ปี: ความเสี่ยงสูงสุด วัยนี้เป็นช่วงที่มีโอกาสเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) มากที่สุด เนื่องจากสุขภาพกายที่ทรุดโทรมและการมีโรคเรื้อรังต่างๆ
โรคเรื้อรังที่เป็นสาเหตุสำคัญ
ปัจจุบันพบว่าโรคเรื้อรังหลายชนิดเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาทางเพศในผู้ชาย ได้แก่:
โรคเบาหวาน โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดและระบบประสาท ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานของอวัยวะเพศชาย ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงเป็นโรค ED สูงกว่าคนปกติถึง 3-4 เท่า
โรคไขมันในเลือดสูง ระดับไขมันในเลือดที่สูงส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด รวมถึงเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศ ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอสำหรับการแข็งตัว
โรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงส่งผลกระทบต่อระบบหลอดเลือด และยารักษาความดันบางชนิดก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อสมรรถภาพทางเพศ
โรคฮอร์โมนต่ำกว่าเกณฑ์ การลดลงของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนส่งผลต่อความต้องการทางเพศและสมรรถภาพโดยตรง โดยเฉพาะในผู้ชายสูงวัย
โรคมะเร็งต่างๆ โรคมะเร็งและการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยรวม ทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลียและสูญเสียความต้องการทางเพศ
ผลกระทบทางจิตใจและคุณภาพชีวิต
ปัญหาทางเพศไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มักจะ “หงอยเหงาอยู่อย่างหุ่นยนต์ อยู่ไปวันๆ” ตรงกับคำพูดที่ว่า “ขาดเซ็กซ์เสมือนขาดใจ”
หลายคนชอบหลอกตัวเองว่าไม่ต้องการเรื่องเซ็กซ์ แต่ความจริงแล้วผู้ที่ยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบคู่ของตัวเองก็ยังต้องฟื้นฟูตัวเองให้คู่ที่ยังแข็งแรงหรืออายุน้อยกว่ามีความสุขให้ได้
สิ่งสำคัญคือชายที่ยังสนใจเรื่องเซ็กซ์จะเป็นชายที่แข็งแรงสดชื่นกว่าชายที่ละเลยเรื่องเซ็กซ์ หากจะเป็นผู้นำของครอบครัวอย่างมีความหมายก็ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีไม่ให้เป็นภาระแก่คนใกล้ชิด
การออกกำลังกาย: อาหารพลังเพศที่สำคัญ
การขาดการออกกำลังกายถือเป็นการขาดอาหารพลังเพศที่สำคัญชนิดหนึ่งไป เพราะพลังนี้ถ้ามีสภาพดีก็ช่วยสุขภาพกายและใจด้านอื่นๆ ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวม แต่ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และช่วยลดความเครียด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ
สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคมะเร็ง พบว่าการออกกำลังกายอย่างอดทนทุกวันช่วยให้มีอาการฟื้นตัวและมีชีวิตอยู่ยืนนานขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ออกกำลังกายมากจะมีอาการดีขึ้น
ความมุ่งมั่นในการรักษา: บทเรียนจากผู้ป่วยชาวเขา
แม้ว่าระยะทางและความไม่สะดวกจะเป็นข้ออ้างของหลายคน แต่มีตัวอย่างที่น่าประทับใจของความมุ่งมั่นในการรักษา คือกรณีของชายชนบทที่อยู่บนยอดเขาสูงของเชียงราย ที่ยอมนั่งรถลงจากเขา 5 ชั่วโมง มาสู่ตัวเมืองแล้วต่อด้วยรถทัวร์อีกหนึ่งคืนมารับการรักษาฟื้นฟู
เปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ให้เหตุผลว่าบ้านอยู่ไกลมากในเขตปริมณฑลจึงไม่มีเวลามาพบแพทย์รักษา แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะรักษาที่มองกันคนละมุม
สุดท้ายเมื่อรวมเหตุผลทุกอย่างได้ ทั้งชายชานเมืองและชายบนดอยก็บรรลุผลการรักษาได้โดยการแบ่งเวลามารักษาฟื้นฟูตัวเองจนช่วยฟื้นตัวจากอาการ ED ได้สำเร็จ
ผู้สูงวัยกับความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ผู้ชายสูงวัยหลายท่านขอฟื้นฟูรักษาเพราะยังมีหน้าที่ต้องใส่ใจดูแลภรรยาที่อายุน้อยกว่า เหล่านี้จึงเป็นเหตุและผลของชีวิตส่วนตัวของแต่ละคนที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามประวัติที่ไม่เหมือนกันของแต่ละครอบครัว
การที่ผู้ชายยังคงมีความรับผิดชอบและห่วงใยคู่ชีวิต แสดงให้เห็นถึงการมองเรื่องสุขภาพทางเพศเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์และคุณภาพชีวิตครอบครัว
แนวทางการแก้ไขและฟื้นฟู
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพทางเพศ ดังนี้:
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นฟูสุขภาพทางเพศ ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์
การควบคุมโรคเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันสูง หรือไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ลดความเครียด เลิกสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกล้าพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ควรปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนกระทบต่อคุณภาพชีวิต
ข้อเสนอแนะสำหรับสังคม
ปัญหาสุขภาพทางเพศในผู้ชายไม่ใช่เรื่องที่ควรละอายหรือเก็บเป็นความลับ แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลรักษาเช่นเดียวกับโรคอื่นๆ
สังคมควรเปิดใจรับฟังและให้ความเข้าใจ ขณะเดียวกันผู้ชายควรตระหนักว่าการดูแลสุขภาพทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม และไม่ควรปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัว
การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสวงหาความช่วยเหลือจากแพทย์ จะช่วยลดปัญหาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ชายไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป
ปัญหาสุขภาพทางเพศในผู้ชายไทยเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการความสนใจและการดูแลอย่างจริงจัง การที่ผู้ชายถึง 90% ไม่กล้าเข้ารับการรักษาแสดงให้เห็นถึงปัญหาการรับรู้และความเข้าใจที่ยังไม่เพียงพอ
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การควบคุมโรคเรื้อรัง และการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาและแสวงหาความช่วยเหลือที่เหมาะสม
ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมต่อปัญหาสุขภาพทางเพศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ชายไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และครอบครัวมีความสุขมากยิ่งขึ้น