สาวไทยในลอนดอนเผยนาทีสยอง ถูกชายแปลกหน้าพยายามผลักให้รถบัสชนกลางใจเมือง หวั่นความยุติธรรมไม่มาถึง

ลอนดอน, อังกฤษ – เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นกลางใจกรุงลอนดอน เมื่อหญิงสาวชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษรอดชีวิตจากความพยายามทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรงจากชายแปลกหน้า ณ จุดท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Piccadilly Circus ก่อนจะออกมาขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย หลังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เฟซบุ๊ก “Tanapachara Richard Chusong” ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญกับประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางใจเมืองลอนดอน จากคำบอกเล่าของเธอ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Piccadilly Circus หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดในกรุงลอนดอน ขณะที่เธอกำลังเดินอยู่บริเวณดังกล่าว ชายแปลกหน้าคนหนึ่งได้เข้ามาใกล้และพยายามผลักเธอให้รถบัสที่กำลังวิ่งผ่านมาชน การกระทำดังกล่าวชัดเจนว่าเป็นความพยายามที่จะทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรง หรืออาจถึงขั้นพยายามฆาตกรรม “เมื่อคืน 15/10/2025 เวลาประมาณ 7pm ตามเวลาประเทศอังกฤษ เราเกือบโดนคนแปลกหน้าฆ่าตรง Piccadilly Circus โดยพยายามผลักเราให้รถบัสชนค่ะ” เธอเขียนไว้ในโพสต์ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่เธอล้มลงพื้นแล้ว ชายคนดังกล่าวยังไม่หยุดการกระทำ แต่กลับพยายามเข้ามาทำร้ายร่างกายเธอต่ออีก ส่งผลให้เธอบาดเจ็บและเสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดเสียหาย เธอระบุว่า … Read more

รวบไรเดอร์หนุ่มกระชากสร้อยคอทองคำ อ้างต้องการหาเงินใช้หนี้บริษัท-เล่นพนันออนไลน์

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.56 น. ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำวิ่งราวหนัก 1 บาท ขณะที่กำลังเดินอยู่บริเวณถนนในพื้นที่ จากคำให้การของผู้เสียหาย เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังเดินอยู่ริมทางเท้า จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มขับรถจักรยานยนต์เข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นมือออกมากระชากสร้อยคอทองคำที่สวมใส่อยู่อย่างแรง แล้วเร่งรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ทันได้ตะโกนหรือทำอะไรได้ทัน ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณคอจากการถูกกระชาก แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้เสียหายบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า สร้อยทองคำดังกล่าวเป็นของมีค่าที่ตนเองซื้อมาด้วยเงินเก็บหอมรอมริบมานาน และมีมูลค่าในตลาดขณะนั้นประมาณหลักหมื่นบาท การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ผู้เสียหายเสียใจและตกใจอย่างมาก เนื่องจากไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ในพื้นที่ที่ตนเองคุ้นเคย การสืบสวนติดตาม หลังจากรับแจ้งเหตุ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพางได้เริ่มดำเนินการสืบสวนทันที โดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในบริเวณที่เกิดเหตุและเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องหา ทีมสืบสวนได้ทำงานอย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเบาะแสต่างๆ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่สามารถเห็นภาพของผู้ต้องหาค่อนข้างชัดเจน รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ แม้ว่ารถจะไม่มีป้ายทะเบียนติดอยู่ แต่ทีมสืบสวนสามารถสังเกตเห็นลักษณะเฉพาะของรถ รวมถึงรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องหาได้ นอกจากนี้ ทีมสืบสวนยังได้สอบถามพยานบุคคลในพื้นที่ และตรวจสอบเบาะแสจากเครือข่ายข่าวกรองของตำรวจ จนทราบว่าผู้ต้องหาน่าจะเป็นบุคคลในพื้นที่ใกล้เคียง และมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย โดยเฉพาะการหลบซ่อนตัวบริเวณใต้สะพานภูมิพล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคนพบเห็นเป็นครั้งคราว การทำงานของทีมสืบสวนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาและจับกุมได้ภายในเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งถือว่าเป็นความรวดเร็วที่น่าประทับใจ … Read more

ฆ่าโหดคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ฟันศีรษะ 72 ปี คลุมกระสอบทิ้งแม่น้ำ ญาติงงทำไมมาโผล่ชัยภูมิ ทั้งที่ทำงานอยู่ขอนแก่น

เมื่อเช้าวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 07.45 น. พันตำรวจโท วิฑูรย์ พาพลงาม สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการพบศพลอยน้ำบริเวณสะพานที่เชื่อมระหว่างบ้านนาคานหัก และบ้านเดื่อ หมู่ที่ 1 ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จึงได้รีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที ทีมสืบสวนที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุประกอบด้วย พันตำรวจเอก โกสินทร์ สะอาดวงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวแดง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลหนองบัวแดง เพื่อทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ตัวผู้ก่อเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบศพชายสูงวัยลอยอยู่ในแม่น้ำ ในสภาพที่สวมเสื้อลายสก๊อตซึ่งถูกถลกขึ้นมาจนถึงบริเวณคอ สวมกางเกงขายาวสีดำ ส่วนศีรษะของผู้ตายถูกคลุมด้วยกระสอบสีเขียว ซึ่งเป็นลักษณะที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาในการปกปิดอัตลักษณ์หรือซ่อนเร้นการกระทำของผู้ก่อเหตุ รอยบาดแผลเผยความโหดร้ายของคดี เมื่อแพทย์เวรทำการตรวจสอบศพเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลที่บริเวณศีรษะหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอยมีบาดแผลจากการถูกฟันด้วยของมีคม 1 แผล และพบรอยช้ำจากการถูกทุบตีด้วยวัตถุแข็งอีก 2 แผลบริเวณใกล้เคียงกัน บาดแผลเหล่านี้มีลักษณะที่รุนแรงและแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุ ซึ่งใช้กำลังมากในการทำร้ายเหยื่อ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเสื้อกั๊กสีขาวลอยอยู่ใกล้กับศพ บนเสื้อกั๊กดังกล่าวมีตัวอักษรสกรีนชัดเจนว่า “รถรับจ้าง บ.ข.ส.ชุมแพ เลข 17” ซึ่งกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา … Read more

นาทีชีวิต คลื่นซัดเรือลากล่ม คนคุมพาราเซลลิง ปลดเซฟตี้ตัวเอง ตกทะเล ช่วย นทท.รอด

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.00 น.  ชายหาดกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้กลายเป็นนาทีแห่งความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ฝนตกหนักพร้อมคลื่นลมแรงซัดเข้าหาชายฝั่ง ขณะที่กิจกรรมพาราเซลลิงกำลังให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่กลางทะเล ในขณะที่นักท่องเที่ยวคู่หนึ่งกำลังลอยอยู่บนร่มพาราเซลลิงกลางอากาศในระดับความสูงหลายสิบเมตร พร้อมกับเด็กหนุ่มผู้ทำหน้าที่ควบคุมร่มและดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว สภาพอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้มขึ้นเป็นลำดับ พร้อมกับลมที่พัดแรงขึ้นอย่างผิดปกติ คลื่นลมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ได้ซัดเข้าใส่เรือลากร่มที่อยู่บนผิวน้ำอย่างรุนแรง เรือที่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมและรักษาเสถียรภาพของร่มพาราเซลลิงเริ่มโคลงเคลงไปมา จนในที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานแรงของคลื่นและลมได้ เรือลากร่มได้ล่มลงในทะเลท่ามกลางคลื่นที่ปั่นป่วน ทำให้สถานการณ์กลายเป็นวิกฤติอย่างยิ่ง การตัดสินใจที่กล้าหาญ ปลดเซฟตี้เพื่อชีวิตผู้อื่น ในสถานการณ์ที่คับขัน เมื่อเรือลากล่มลงแล้ว ร่มพาราเซลลิงที่ยังคงลอยอยู่บนอากาศกลายเป็นอันตรายร้ายแรง เพราะไม่มีอะไรควบคุมทิศทางและความเร็วของร่มอีกต่อไป ลมที่พัดแรงสามารถพัดพาร่มไปได้ทุกทิศทาง อาจจะพัดไปชนกับสิ่งกีดขวาง หรือตกลงมาอย่างรวดเร็วและอันตราย เด็กหนุ่มผู้ควบคุมร่มที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ได้ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาตระหนักดีว่า น้ำหนักของเขาที่ห้อยอยู่กับร่มทำให้ร่มหนักขึ้น และอาจทำให้การควบคุมร่มให้ร่อนลงอย่างปลอดภัยทำได้ยากขึ้น ในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาที เขาได้ทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่กล้าทำ เขาตัดสินใจปลดเซฟตี้เบลต์ของตัวเอง ปล่อยให้ร่างกายของเขาร่วงลงสู่ทะเลที่มีคลื่นลมแรงอยู่ด้านล่าง การกระทำอันกล้าหาญนี้มีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือการลดน้ำหนักของร่มพาราเซลลิง เพื่อให้ร่มที่มีเพียงนักท่องเที่ยวเหลืออยู่สามารถร่อนลงมาได้เบาขึ้น และมีโอกาสตกลงใกล้ชายฝั่งได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น นาทีชีวิตกลางคลื่นลมอันดามัน เมื่อเด็กหนุ่มผู้ควบคุมร่มปลดเซฟตี้และตกลงทะเล ร่างกายของเขาได้กระแทกกับผิวน้ำอย่างแรง ท่ามกลางคลื่นที่ซัดกระหน่ำและลมที่พัดแรง เขาต้องต่อสู้เพื่อรักษาตัวเองให้อยู่เหนือน้ำ ขณะที่ร่มพาราเซลลิงที่เบาลงจากการสูญเสียน้ำหนักของเขาไป เริ่มร่อนลงมาตามแรงลมอย่างค่อยเป็นค่อยไป … Read more

คู่สามีภรรยาเนรคุณ! ลักทรัพย์นายจ้างสาวตาบอดนับล้าน พาเงินไปถลุงพนันบอล ทิ้งนายจ้างผู้มีพระคุณให้อยู่บ้าน-ขับรถหรู

สภ.รัตนาธิเบศร์ รวบลูกจ้างสองสามีภรรยาเนรคุณ ลักทรัพย์นายจ้างสาวตาบอด เสียหายกว่า 1 ล้านบาท หลังนายจ้างเอ็นดูจัดบ้านให้พัก มีรถให้ขับ กลับหักหลังใช้หินเจียรตัดตู้เซฟ ขโมยเงินสด-ทองคำมูลค่านับล้าน ก่อนนำไปเล่นพนันบอลจนหมดสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอนุชิต คงปาน อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาชาย มาสอบสวนเพิ่มเติมในครั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นบ้านทาวน์เฮ้าส์ในย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของผู้ต้องหา แต่ผลการค้นไม่พบทรัพย์สินที่ถูกลักมาจากนายจ้างสาวตาบอดแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง 15 บาท หรือเงินสดจำนวน 200,000 บาท ที่หายไปจากตู้เซฟของผู้เสียหาย เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงปากแข็งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกประการ แต่ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานที่ชัดเจนจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาทั้งสองเข้าไปในห้องของผู้เสียหาย พร้อมทั้งพบลายนิ้วมือของทั้งสองคนติดอยู่บนตู้เซฟที่ถูกงัดแงะ นอกจากนี้ยังมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้นำเงินที่ขโมยมาไปใช้เล่นพนันบอลผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยแต่ละครั้งจะเดิมพันครั้งละ 20,000-30,000 บาท จนกระทั่งเงินที่ขโมยมาหมดสิ้น รายละเอียดการเกิดเหตุ – นายจ้างเดินทางต่างจังหวัด ถูกลักขณะไม่อยู่ กรณีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 นางสาวกิจศิริ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้พิการทางสายตา และเป็นภรรยาคนเก่าของนายกสมาคมคนตาบอดแห่งหนึ่ง ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยเธอได้เล่าว่าหลังจากที่เดินทางไปติดธุระต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายวัน และเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่พัก … Read more

วิกฤตความสัมพันธ์ไทย-เกาหลี : แรงงานเขมรในเกาหลีใต้โอดโดนเลือกปฏิบัติหนัก หลังคลื่นลูกใหม่คดีลักพาตัวบานปลาย

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีใต้และกัมพูชากำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวและอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับพลเมืองเกาหลีใต้ในดินแดนกัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนแรงงานชาวเขมรที่ทำงานอยู่ในเกาหลีใต้ ซึ่งต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและการรังเกียจจากสังคมเกาหลีมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนเริ่มแสดงความกังวลว่าสถานการณ์นี้อาจบั่นทอนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศได้ แนวทางการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวของรัฐบาลเกาหลีใต้ต่อคดีอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพลเมืองของตนในกัมพูชา กำลังสร้างความกังวลในวงกว้างท่ามกลางประชาชนชาวเขมร โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่ต้องไปหาเลี้ยงชีพในแดนกิมจิ ซึ่งหลายคนเริ่มโอดครวญและระบายความไม่พอใจต่อการถูกมองด้วยสายตาแปลกแยกและถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แม้พวกเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกิดขึ้นเลย ความขัดแย้งที่ลุกลามไปทั่วทั้งสองประเทศ สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มต้นจากกรณีที่นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ถูกลักพาตัวและทรมานจนเสียชีวิตในกัมพูชา เหตุการณ์นี้ได้สร้างความช็อคและความโกรธแค้นอย่างรุนแรงต่อประชาชนชาวเกาหลีใต้ จนนำไปสู่การออกคำสั่งของประธานาธิบดี อี แจ มยอง ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน “ใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่” เพื่อช่วยเหลือพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อของการลักพาตัวในกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลวงจ้างงานทางออนไลน์ ความโกรธแค้นของประชาชนเกาหลีใต้ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาใช้มาตรการทางทหารเพื่อตอบโต้สถานการณ์ ท่าทีที่เข้มงวดนี้ได้สร้างความกังวลให้แก่หลายฝ่าย โดยเฉพาะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เห็นว่าการใช้แนวทางแข็งกร้าวเกินไปอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทางการทูตในระยะยาว เสียงจากฝ่ายกัมพูชา: “เราก็เป็นเหยื่อเช่นกัน” กิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์นานาชาติของราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชา ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อสื่อมวลชนว่า “แรงกดดันทางการทูตจากผู้นำเกาหลีใต้ไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสั่นคลอนอีกด้วย” เขาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ตามรายงานของโคเรียเฮรัลด์ หนังสือพิมพ์ชั้นนำของเกาหลีใต้ กิน เพีย ได้ย้ำว่า “มีเพียงความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติเท่านั้นที่จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน นี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในกัมพูชาประเทศเดียว แต่เป็นปัญหาของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค” ในส่วนของรัฐบาลกัมพูชา ได้แสดงท่าทีตอบสนองอย่างระมัดระวังและพยายามสร้างความเข้าใจ โดย ทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ได้ออกมาชี้แจงว่า กัมพูชาเองก็เป็นเหยื่อของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเช่นเดียวกัน และปัญหานี้ไม่ควรที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ … Read more

โชเฟอร์แท็กซี่ทนแรงกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัวหลังก่อเหตุแทงคนขับมอเตอร์ไซค์บาดเจ็บสาหัส อ้างถูกท้าทายจนคุมสติไม่อยู่

เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยอาวุธมีดชนิดมีดพับ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความขัดแย้งบนท้องถนนระหว่างผู้ขับขี่ยานพาหนะสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายโชเฟอร์รถแท็กซี่และฝ่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามการสอบสวนเบื้องต้น เหตุการณ์ที่นำไปสู่การทำร้ายร่างกายครั้งนี้เริ่มต้นจากพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนที่ไม่เหมาะสม เมื่อมีการขับรถปาดหน้ากันระหว่างรถแท็กซี่กับรถจักรยานยนต์ ทำให้เกิดความไม่พอใจและมีการโต้เถียงกัน สถานการณ์ได้บานปลายเป็นการมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งโชเฟอร์รถแท็กซี่ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้หยิบอาวุธมีดพับที่เตรียมไว้ในรถออกมา และไล่แทงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุทันทีโดยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายแต่อย่างใด ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงด้วยอาวุธมีดพับ มีบาดแผลตามร่างกาย และได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์ได้วินิจฉัยว่าบาดแผลที่ได้รับอยู่ในระดับอันตรายสาหัส การสืบสวนและการติดตามตัวผู้ต้องหา ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัฐฉัตร์ อัศวเลิศหิรัญ รองผู้กำกับการสายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว, พ.ต.ท.อรรถพล กิตติคุณศรี สารวัตรสายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ได้เร่งรัดการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเข้มข้น การสืบสวนได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จากที่เกิดเหตุ รวมถึงการสอบถามพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์ การตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลรถแท็กซี่ที่ใช้ในการก่อเหตุ จากการสืบสวนดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ว่าคือ นายสมบัติ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นโชเฟอร์ประจำรถแท็กซี่คันก่อเหตุ และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การเข้ามอบตัวของผู้ต้องหา … Read more

ตำรวจทลายแก๊งปล้นแท็กซี่ จับ 3 หนุ่มลาวหางานไม่ได้ รัดคอลุงวัย 69 ชิงทรัพย์กลางวันแสกๆ

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นภายในซอยรามคำแหง 44 โดยผู้ถูกกระทำคือนายบุญ อายุ 69 ปี อาชีพพนักงานขับรถแท็กซี่ ซึ่งขับรถแท็กซี่สีเหลือง-เขียว หมายเลขทะเบียน 1 มก-4562 กรุงเทพมหานคร เป็นรถที่ใช้ประกอบอาชีพรับจ้างบริการผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานคร จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้โบกรถแท็กซี่ของนายบุญที่บริเวณซอยสุขุมวิท 11 ซึ่งเป็นพื้นที่ย่านใจกลางเมืองที่มีผู้คนสัญจรไปมาหนาแน่น และได้บอกจุดหมายปลายทางที่ซอยรามคำแหง 44 ซึ่งเป็นระยะทางค่อนข้างไกล นายบุญจึงรับปากและขับรถพาผู้โดยสารทั้ง 3 คนออกเดินทางโดยไม่รู้เลยว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว เมื่อรถแท็กซี่เดินทางถึงจุดหมายปลายทางภายในซอยรามคำแหง 44 ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างเงียบและมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาไม่มากนัก ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้เริ่มดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ โดยผู้ต้องหาตัวใหญ่ที่สวมเสื้อยืดสีเทา ได้ใช้แขนรัดคอนายบุญจากด้านหลัง พยายามควบคุมตัวและทำให้เขาไม่สามารถขัดขืนหรือหลบหนีได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ได้ช่วยกันดึงเอาทรัพย์สินของเหยื่อ โดยเฉพาะเงินสดและโทรศัพท์มือถือ การต่อสู้ของลุงแท็กซี่ผู้กล้าหาญ แม้ว่านายบุญจะมีอายุถึง 69 ปี แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความกล้าหาญ เขาได้พยายามขัดขืนและต่อสู้กับผู้ต้องหาทั้ง … Read more

ผบ.ฉก.12 ยืนยัน “ไม่ได้ก่อกวน” โต้กัมพูชาร้องเรียนไทยเปิดสารคดีเสียงดัง ยัน “อยากร้องใครก็ร้องไป”

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 14.20 น. พันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 (ผบ.ฉก.12) ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ตามปกติ ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นที่เป็นที่จับตามองในขณะนี้ เกี่ยวกับการที่ชาวกัมพูชาได้ออกมาร้องเรียนถึงการที่ทหารไทยเปิดภาพยนต์และสารคดีเสียงดังจนก่อให้เกิดความรำคาญและรบกวนชาวบ้านฝั่งกัมพูชา ผบ.ฉก.12 ลงพื้นที่ยืนยันการปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบ พันเอกชัยณรงค์ได้ให้ข้อมูลอย่างชัดเจนต่อสื่อมวลชนว่า การที่หน่วยทหารไทยได้มีการเปิดภาพยนต์และสารคดีในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการนั้น มิได้มีเจตนาที่จะก่อกวนหรือรบกวนใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้าให้กับกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารที่อยู่ประจำแนวซึ่งต้องออกเวรผลัดเปลี่ยนกันตลอด 24 ชั่วโมง “เราไม่ได้ก่อกวนแต่อย่างใด สิ่งที่เราทำคือการเปิดภาพยนต์ให้กำลังพลที่อยู่ประจำแนว เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผลัด ออกเวรตอนไหน พวกเขาก็สามารถมาดูได้ตอนนั้น เขาก็ต้องพักผ่อนบ้าง เราก็แค่ให้พวกเขามานั่งดูหนังผ่อนคลาย มานั่งกินขนมหรือรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งมีการฉายหนังหลายรอบตลอดทั้งคืน เพื่อรองรับกับช่วงเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละกะ” พันเอกชัยณรงค์กล่าวอย่างมั่นใจ อธิบายรายละเอียดการจัดกิจกรรมพักผ่อนให้กำลังพล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสวัสดิภาพและขวัญกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีสภาพการทำงานที่ค่อนข้างหนักและต้องเผชิญกับความเครียดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน การมีกิจกรรมพักผ่อนที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาสุขภาพจิตและกำลังใจของทหาร นอกจากการเปิดภาพยนต์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น การร้องเพลง การเล่นดนตรี และการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เพื่อให้กำลังพลได้มีโอกาสพักผ่อนและคลายเครียดหลังจากเวรยาม ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินการภายในพื้นที่อธิปไตยของไทย … Read more

เลยเริ่มหนาวแล้ว! อุณหภูมิร่วง 18 องศา นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกสุดอลังการ พร้อมวิวพาโนรามา 180 องศาสู่ดินแดน 2 แผ่นดิน

ภูค้อ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและทะเลหมอกสุดอลังการในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว หลังจากที่อุณหภูมิในพื้นที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 18 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มหนุ่มสาวและครอบครัวแห่กันมาเยือนเป็นจำนวนมาก ตามรายงานของผู้สื่อข่าวที่พื้นที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย พบว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงนี้เริ่มคึกคักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสภาพอากาศที่เป็นใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง โดยอากาศหนาวเย็นได้เข้ามาเยือนพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2 วันแล้ว และในช่วงรุ่งเช้าเมื่อท้องฟ้าเปิดกว้าง อากาศจะดีเป็นพิเศษ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกที่สวยงามปกคลุมไปทั่วบริเวณ สามารถมองเห็นได้แบบพาโนรามา 180 องศาเต็มตา สร้างความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเป็นอย่างมาก ทะเลหมอกสุดอลังการ วิวพาโนรามาข้ามดินแดนสู่ สปป.ลาว ภูค้อ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่น่าสนใจที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่เมื่อวัดอุณหภูมิได้ที่ระดับ 18 องศาเซลเซียส ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากตัดสินใจเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว เพื่อสัมผัสกับความสวยงามของทะเลหมอกยามเช้าที่หาชมได้ยาก ความพิเศษของภูค้อคือจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกแบบพาโนรามา 180 องศา โดยทะเลหมอกที่นี่จะมีลักษณะเหมือนสายน้ำสีขาวโพลนที่ไหลเอื่อยอย่างช้าๆ เมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นทางทิศตะวันออก แสงแรกของวันใหม่จะกระทบกับอากาศหนาวเย็น สร้างภาพที่สวยงามสุดจะพรรณนา และสร้างความรู้สึก “ฟิน” ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ จุดชมวิวที่นี่ยังสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติที่กว้างไกลไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในฝั่งตรงข้าม รวมถึงสามารถมองเห็นภูผาโกนและภูเขาอื่นๆ ในดินแดนลาวได้อย่างชัดเจน นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี เผยเสน่ห์การท่องเที่ยวภูค้อ นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี … Read more