ป.ป.ส. เดินหน้าเต็มสูบ! บังคับใช้กฎหมายคุมเข้มการขายกระท่อม ห้ามเร่ขาย-ตั้งแผงลอย และห้ามขายใกล้โรงเรียนรัศมี 1 กิโลเมตร ปรับหนักสูงสุด 50,000 บาท

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ออกมาแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการขายกระท่อมที่เข้มงวดขึ้น ตามอำนาจของประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า ตนได้มีข้อสั่งการที่เด็ดขาดและชัดเจนไปยังหน่วยงานสำนักงาน ป.ป.ส. ทุกภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่กรุงเทพมหานครไปจนถึงพื้นที่ห่างไกลในส่วนภูมิภาค ให้เริ่มดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมทันที เพื่อจัดระเบียบการขายใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์จากกระท่อมให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ การออกประกาศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมที่ถูกกฎหมายกับการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ จากการที่กระท่อมถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือการเข้าถึงที่ง่ายเกินไป รายละเอียดประกาศฯ ที่ทุกคนต้องรู้และปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ได้กำหนดข้อห้ามที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับการค้าขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อม ซึ่งผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปจำเป็นต้องรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ข้อห้ามข้อแรก: ห้ามขายในระยะ 1,000 เมตรจากสถานศึกษา ประกาศฯ ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า ห้ามมิให้มีการขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในระยะ 1,000 เมตร หรือเท่ากับ 1 กิโลเมตร จากสถานศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาอื่นใดก็ตาม การกำหนดระยะห่าง 1 กิโลเมตรนี้มิใช่เรื่องบังเอิญ … Read more

วินาทีสยอง! แก๊สระเบิดร้านเสริมสวยปทุมธานี เจ้าของร้านดับคาบ้าน บาดเจ็บระนาว 7 ราย

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. พันตำรวจเอกตรี ชัยพร อารีวงษ์ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง พร้อมมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ณ บ้านพักอาศัยในหมู่บ้านพนาสนธิ์ ซอย 2 ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมด้วยหน่วยดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบ้านฉาง เทศบาลเมืองปทุมธานี และพื้นที่ข้างเคียงรวม 7 คัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ภาพความเสียหายอันน่าสะพรึงกลัว บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้นปลูกติดกันเป็นแถวหลายหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบแสงเพลิงกำลังลุกโหมอย่างรุนแรงภายในบ้านที่ประกอบกิจการร้านเสริมสวยที่มีชื่อว่า “ร้านป้าวรรณณา” ซึ่งเป็นจุดต้นเพลิง เปลวไหม้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดรวม 3 หลังคาเรือน สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือความเสียหายของโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะชั้นสองและหลังคาของบ้านทั้ง 3 หลัง ถูกแรงระเบิดจากแก๊สพัดจนพังเปิดออก แสดงให้เห็นถึงพลังแรงระเบิดที่รุนแรงมาก ซากปรักหักพัง เศษวัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ บางส่วนถูกเปลวไฟเผาไหม้จนเหลือแต่โครงสร้างเหล็กและซากดำเกรียม นาทีระทึกของการหนีตาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ทราบว่าบ้านหลังที่เป็นต้นเพลิงเป็นของนางสาวเพชรกมล (สงวนนามสกุล) อายุ 63 … Read more

สามีเมาสุราใช้อาวุธปืนยิงภรรยาบาดเจ็บสาหัส ต้องหนีตายเข้าซ่อนตัวในห้องนอนก่อนโทรแจ้งตำรวจขอความช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 หน่วยงานตำรวจได้รับแจ้งเหตุการณ์ร้ายแรงจากพลเมืองที่โทรศัพท์แจ้งว่ามีเหตุภรรยาถูกสามีใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บภายในบริเวณโรงกลึงแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ต้องหาชื่อ นายภควัฒน์ ซึ่งขอสงวนนามสกุล เป็นเจ้าของบ้านและโรงกลึงที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ออกมาแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที จากการสังเกตอาการเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาการมึนเมาจากสุราอย่างชัดเจน กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายออกมาจากร่างกาย ท่าทางเดินเซไม่มั่นคง และสีหน้าแสดงถึงความสับสนไม่เป็นสมองไปตามอาการของผู้ที่ดื่มสุราจนเมามาก ผู้ต้องหายอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีว่าตนเองคือผู้ที่ก่อเหตุยิงภรรยาด้วยอาวุธปืนจนได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ ซึ่งการให้การยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาของผู้ต้องหาทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในอาการมึนเมา แต่ก็ยังคงมีสติรู้ตัวพอที่จะสารภาพการกระทำของตนเอง พบผู้เสียหายซ่อนตัวในห้องนอน บาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืน จากการตรวจค้นภายในบ้านพักที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะบริเวณห้องนอนชั้น 2 ของอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบผู้เสียหายชื่อ นางสาวภัทร์ภัสสร ซึ่งขอสงวนนามสกุล อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหา กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในห้องนอนด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณแขนข้างขวา เลือดไหลออกมาอาบไปตามร่างกาย แผลกระสุนมีลักษณะเป็นรูแทะติดตามมาตรฐานของบาดแผลจากอาวุธปืน ผู้เสียหายอยู่ในภาวะตื่นตระหนก กลัวและเจ็บปวดอย่างมาก บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าหลังจากถูกสามียิงเข้าที่แขน ตนได้พยายามหนีเข้ามาซ่อนตัวในห้องนอนเพื่อความปลอดภัย และได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทรแจ้งไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของสถานีตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ตนเองกำลังกลัวว่าสามีที่อยู่ในอาการมึนเมาจะกลับมาทำร้ายตนอีกครั้ง ความกลัวและความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้ผู้เสียหายสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตพบผู้เสียหายในสภาพดังกล่าว ได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อห้ามเลือดและลดความเจ็บปวด ก่อนที่จะรีบนำตัวผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต อย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ … Read more

จับหนุ่ม 26 ขายบุหรี่เถื่อน-ต้มน้ำกระท่อมใกล้โรงเรียน เผยรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

จุดเกิดเหตุตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่หนึ่งในหมู่ที่ 1 ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากอยู่ห่างจากโรงเรียนวัดบางประจันต์ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดบางประจันต์เพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น ระยะทางที่ใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเรียนและเยาวชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการซื้อขายสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ การที่สถานที่จำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนถือเป็นปัญหาร้ายแรง เนื่องจากนักเรียนและเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่มีโอกาสที่จะสัมผัสและเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอนาคตของเยาวชนในระยะยาว การปฏิบัติการในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องและคุ้มครองเยาวชนจากอันตรายเหล่านี้ รายละเอียดผู้ต้องหาและการจับกุม ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้คือ นายภาณุพงศ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สงวนนามสกุลไว้ ผู้ต้องหามีอายุ 26 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้ประกอบกิจการลักลอบจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีการบันทึกข้อมูลการซื้อขายอย่างละเอียด การปฏิบัติการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการล่อซื้อก่อนเพื่อให้มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและสามารถดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นและมีหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมทั้งทำการตรวจค้นสถานที่อย่างละเอียดถี่ถ้วน ของกลางที่ถูกยึดและหลักฐานการกระทำผิด จากการตรวจค้นภายในบ้านที่เป็นจุดจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงขนาดและความต่อเนื่องของการกระทำผิดในครั้งนี้ ของกลางที่สำคัญประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นสินค้าที่นำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและไม่ได้ชำระภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนด การจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษีอากรเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าที่อาจไม่ได้มาตรฐานและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากบุหรี่หนีภาษีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบน้ำต้มใบกระท่อมผสมสำเร็จที่พร้อมจำหน่าย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุมตามกฎหมายและต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการผลิตและจำหน่าย น้ำต้มใบกระท่อมเหล่านี้มีการบรรจุในภาชนะต่าง ๆ และมีปริมาณมากพอที่จะบ่งชี้ได้ว่ามีการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อจำหน่าย ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือการค้นพบผลิตภัณฑ์ยาต่าง ๆ ที่ใช้ผสมในน้ำกระท่อม ซึ่งอาจเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การผสมสารเหล่านี้โดยไม่มีความรู้ทางเภสัชวิทยาที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงร้ายแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการต้มและผลิตน้ำกระท่อม แสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการผลิตเป็นการค้าอย่างแท้จริง หลักฐานทางการเงินและข้อมูลลูกค้า หนึ่งในหลักฐานที่สำคัญที่สุดที่เจ้าหน้าที่ค้นพบคือสมุดบัญชีการซื้อขาย ซึ่งมีการบันทึกรายละเอียดการทำธุรกรรมอย่างละเอียด สมุดบัญชีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงปริมาณการซื้อขายที่มีมูลค่าสูง … Read more

หนุ่มอุดรฯ หวิดถูกแก๊งวัยรุ่นซ้อมหลังนัดสาวออนไลน์ หนีตายเข้าค่ายทหาร เผยถูกหลอกไปรีสอร์ตเปลี่ยว

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายต้น (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวและนายภานุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจดัง “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ถึงเหตุการณ์สยดสยองที่เกิดขึ้นกับตนเอง หลังจากที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นดักซ้อมและทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 บริเวณกลางซอยโยธานิมิตร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จากการพูดคุยออนไลน์สู่การนัดพบครั้งแรก นายต้นเล่าถึงที่มาของเหตุการณ์ว่า เขาได้รู้จักและพูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางโซเชียลมีเดียมาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง และมีการนัดพบกันมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม หญิงสาวคนดังกล่าวได้นัดให้นายต้นมาพบกันที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอเมืองอุดรธานี นายต้นซึ่งไว้วางใจและไม่ได้คิดอะไรมาก จึงตกลงและเดินทางไปตามนัดในเวลากลางดึก บรรยากาศเงียบสงบที่แฝงไปด้วยอันตราย เมื่อเดินทางถึงรีสอร์ตตามที่นัดหมายไว้ นายต้นพบว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนผิดปกติ บริเวณรอบๆ รีสอร์ตมืดมิด เปลี่ยว และไม่มีคนสัญจรไปมา เขารออยู่ที่บริเวณหน้ารีสอร์ตแต่ไม่พบเห็นฝ่ายหญิงที่นัดหมายไว้เลย จึงได้ส่งข้อความทักไปสอบถามว่าอยู่ที่ไหน … Read more

บุกจับ “หมอฟันเถื่อน” คาคลินิกดัง ย่านสาทร พบปลอมใบประกอบวิชาชีพ ซ้ำรอยเคยถูกจับมาแล้ว

การเข้าตรวจสอบคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านสาทร เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นภายหลังจากที่หน่วยงานได้รับรายงานเบาะแสว่ามีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม เข้ามาทำงานและให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในคลินิกดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการ เนื่องจากผู้ประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาตอาจไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วยได้ พบหมอฟันเถื่อนขณะให้บริการผู้ป่วย เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในคลินิก พบนางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี กำลังปฏิบัติหน้าที่ขูดหินปูนให้กับผู้มาใช้บริการอยู่ในห้องตรวจ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่สามารถแสดงใบอนุญาตที่ถูกต้องได้ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลกับทันตแพทยสภา ก็พบว่าไม่มีชื่อของผู้ต้องหาอยู่ในทะเบียนทันตแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน ซึ่งนางสาวบีได้ให้การรับสารภาพว่าจริงๆ แล้วตนเองสำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยภายในประเทศ มีความรู้ทางด้านทันตกรรมอย่างแท้จริง แต่เนื่องจากยังไม่ได้ทำการสอบขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้อย่างถูกต้อง เปิดเผยวิธีการปลอมแปลงเอกสาร ผู้ต้องหาให้การว่า เพื่อให้สามารถสมัครงานเป็นทันตแพทย์ในคลินิกต่างๆ ได้ ตนจึงได้นำใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมของทันตแพทย์รายอื่นที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มาทำการปลอมแปลงโดยการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย และข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เป็นของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงให้คลินิกต่างๆ เชื่อว่าตนเองเป็นทันตแพทย์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ด้วยเอกสารปลอมดังกล่าว ผู้ต้องหาจึงสามารถสมัครงานเข้าทำงานในคลินิกทันตกรรมหลายแห่ง และได้ให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยมาเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปี โดยไม่มีใครสงสัยหรือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารใบอนุญาตอย่างละเอียด ทำให้ผู้ต้องหาสามารถหลอกลวงและประกอบวิชาชีพโดยผิดกฎหมายมาโดยตลอด การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้รับบริการ แม้ว่าผู้ต้องหาจะมีความรู้ทางด้านทันตแพทยศาสตร์จริง แต่เนื่องจากไม่ได้ผ่านการสอบและได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา จึงไม่มีการประกันว่าจะมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอและทันสมัย รวมถึงไม่อยู่ภายใใต้การกำกับดูแลทางจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ เคยถูกจับมาแล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบ สิ่งที่น่าตกใจและน่าวิตกกังวลอย่างยิ่งคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบว่านางสาวบีเคยถูกจับกุมในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 … Read more

ชาวบ้านแตกตื่น! พบศพชายเปลือยกายเสียชีวิตปริศนาใกล้ลานปฏิบัติธรรม เจ้าหน้าที่เร่งสืบหาสาเหตุ

ตามรายงานของผู้สื่อข่าว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 โดยมีชาวบ้านที่เข้ามาทำกิจกรรมภายในบริเวณวัดเป็นผู้พบเห็นศพชายคนหนึ่งนอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่มเงาของต้นมังคุด ซึ่งอยู่ในบริเวณลานปฏิบัติธรรมของวัดคมนียเขต ชาวบ้านที่พบเห็นได้รีบแจ้งเหตุไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ทันที เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติและน่าสงสัย ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าเป็นนายประสงค์ เก่งเดียว มีชื่อเล่นว่า “โก้ไข่” อายุ 54 ปี เป็นบุคคลที่มีสุขภาพจิตไม่ค่อยสมประกอบ ใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่อาศัยแน่นอน และมักจะอยู่ตามลำพังโดยไม่ค่อยสุงสิงหรือติดต่อกับใครมากนัก ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้จักตัวตนของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี และทราบว่าเขาเป็นคนในพื้นที่ที่มีอาการทางจิตและชอบใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลักได้เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกับทีมงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจากจังหวัดพังงา รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและรอบคอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าศพนอนหงายอยู่ใต้ต้นมังคุดในท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติ สภาพของศพอยู่ในลักษณะเปลือยกายสนิท ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ว่าเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบร่างกายของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด พบว่ามีบาดแผลบริเวณคิ้วขวาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายไม่พบร่องรอยของบาดแผลหรือรอยฟกช้ำแต่อย่างใด การประเมินเวลาและสาเหตุเบื้องต้น จากการตรวจสอบสภาพของศพโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พบว่าศพอยู่ในสภาพที่เริ่มแข็งตัว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หรือประมาณ 8-12 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกพบเห็นในเช้าวันที่ 7 ตุลาคม การประเมินเวลาการเสียชีวิตเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยในการสืบสวนและหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ การตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดที่พบศพ เจ้าหน้าที่พบว่าห่างจากจุดพบศพไปทางทิศตะวันออกประมาณ 50 เมตร มีอาคารเก่าที่เคยใช้เป็นที่พักของคนงานก่อสร้างในอดีต … Read more

ผู้เสียหายกว่า 20 รายยื่นฟ้อง “ร่างทรงพญานาค” หลอกบูชาวัตถุมงคล เสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาย (บช.ก.) โดยมีนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เป็นผู้นำกลุ่มผู้เสียหายเข้ายื่นแจ้งความเพื่อขอความเป็นธรรม รูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและต่อเนื่อง จากการสอบถามผู้เสียหายพบว่า ผู้ต้องหาที่ใช้นามว่า “อาจารย์มิ้น” ได้อ้างตนเป็นร่างทรงหญิงของพญานาค และมีการดำเนินการหลอกลวงอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากการสร้างความเชื่อถือผ่านการสอนธรรมะและแสดงความเมตตากรุณาต่อผู้ที่เข้ามาปรึกษา จากนั้นจึงค่อยๆ ชักชวนให้ร่วมพิธีกรรมต่างๆ และเสนอให้บูชาหรือเช่าบูชาวัตถุมงคล สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ต้องหาได้อ้างว่าวัตถุมงคลเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ เป็นของเฉพาะบุคคล และได้รับการคัดสรรจากเทวดาให้กับผู้มีบุญบารมีเท่านั้น การสร้างความรู้สึกพิเศษและเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกนี้ ทำให้ผู้เสียหายหลายรายเกิดความศรัทธาและยินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ครอบครองวัตถุมงคลเหล่านั้น ที่น่าสังเกตยิ่งขึ้นคือ กรณีที่ผู้เสียหายไม่มีเงินจ่ายครั้งเดียว ผู้ต้องหายังได้เปิดโอกาสให้ “ผ่อนชำระ” วัตถุมงคลเหล่านี้ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำให้ผู้ที่มีฐานะการเงินไม่ดีสามารถเข้าถึงได้ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องแบกรับภาระหนี้สินที่หนักขึ้นไปอีก บางรายถึงขั้นต้องกู้ยืมเงินหรือขายทรัพย์สินเพื่อมาชำระค่าวัตถุมงคลเหล่านี้ คำให้การของผู้เสียหายเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราว ได้บอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ตนเองเริ่มต้นเข้าไปติดต่อกับ “อาจารย์มิ้น” เพราะได้รับการแนะนำจากคนรู้จัก ในช่วงแรกรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากเพราะท่านอาจารย์ดูใจดี มีความเมตตา และชอบสอนธรรมะให้กับผู้ที่มาปรึกษา ทำให้เกิดความเชื่อถือและศรัทธาอย่างสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป นางสาวเอเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติหลายประการ ประการแรกคือ มีการชักชวนให้บูชาวัตถุมงคลซ้ำแล้วซ้ำอีก … Read more

ลุงเก็บยอดขี้เหล็กหาทำแกง ถูกไม้หนีบติดบนต้นนานเกือบวัน กู้ภัยเร่งช่วยชีวิตทัน

เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ศูนย์นเรนทรนครศรีธรรมราชได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วนฉุกเฉิน 1669 จากพลเมืองดีรายหนึ่งที่พบเห็นผู้ประสบเหตุติดอยู่บนต้นไม้ในสภาพอันน่าเป็นห่วง บริเวณป่าหลังซอยประชาอุทิศ ซอย 8 ตำบลปากแพรก เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองทุ่งสงและหน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจทุ่งสง ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยครบครัน เนื่องจากทราบว่าผู้ประสบเหตุติดอยู่บนต้นไม้ในพื้นที่ป่าที่เข้าถึงได้ยาก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นบริเวณป่าหลังชุมชน มีต้นขี้เหล็กขนาดย่อมขึ้นอยู่หนาแน่น และบนต้นขี้เหล็กต้นหนึ่งที่มีความสูงประมาณ 5-6 เมตรจากพื้นดิน พบชายวัยกลางคนรายหนึ่งติดอยู่ในท่าทางที่ดูลำบากอย่างยิ่ง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ชายวัย 60 ปี ติดหล่มบนต้นไม้เกือบ 8 ชั่วโมง ผู้ประสบเหตุได้แก่ นายจำนงค์ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อยู่ในสภาพอ่อนเพลียอย่างมาก ผิวหนังแดงจากแสงแดด ดวงตาโพลงลง ริมฝีปากแห้งแตก และมีอาการขาดน้ำอย่างชัดเจน บริเวณช่วงเข่าของเขาถูกลำต้นขี้เหล็กสองต้นหนีบติดแน่น ไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวได้เลย นายจำนงค์บอกกับเจ้าหน้าที่ด้วยเสียงอ่อนลงว่า เขาติดอยู่บนต้นไม้มาตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ของวันเดียวกัน นั่นหมายความว่าเขาค้างอยู่บนต้นไม้นานเกือบ … Read more

คาดฝีมือกลุ่ม BRN วางแผนระบบ บุกปล้นร้านทองห้างดังสุไหงโก-ลก คาดได้ทองไปกว่า 500 บาท

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้ปิดห้างสรรพสินค้า เมื่อกลุ่มคนร้ายจำนวน 8 คน บุกเข้าไปยังร้านทองภายในห้างดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กลุ่มคนร้ายสามารถกวาดเอาทองคำออกจากร้านได้อย่างเกลี้ยง โดยคาดการณ์ว่าทรัพย์สินที่สูญหายมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 บาททอง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จบลงด้วยการปล้นเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุได้เข้าไปยับยั้งอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การยิงปะทะกันระหว่างกลุ่มคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่ยังคงอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าในขณะนั้น โดยหลังจากการยิงปะทะ กลุ่มคนร้ายทั้ง 8 คนได้ขึ้นรถกระบะที่เตรียมไว้และหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความวุ่นวายและความตระหนกของผู้คนที่ยังติดอยู่ในบริเวณเกิดเหตุ การวางแผนที่รัดกุมและเป็นระบบ จากการตรวจสอบและวิเคราะห์เหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่ากลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบและเป็นระบบมาก โดยเริ่มจากการปล้นรถกระบะของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร เพื่อนำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี การเลือกใช้รถที่ปล้นมาแทนรถของตนเองแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการลบหลักฐานและหลีกเลี่ยงการถูกติดตาม สิ่งที่โดดเด่นและแสดงให้เห็นถึงความชำนาญของกลุ่มคนร้ายคือการเลือกใช้เส้นทางหลบหนี กลุ่มคนร้ายได้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนสายหลักที่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ แต่เลือกใช้ถนนเส้นภายในหมู่บ้านและผ่านพื้นที่ป่ายางที่มีความเปลี่ยว และไม่มีกล้องวงจรปิดแทน ด้วยความชำนาญและการรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี โดยระยะทางที่ใช้ในการเดินทางจากจุดปล้นรถกระบะมาถึงห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร การเลือกเวลาในการก่อเหตุก็แสดงให้เห็นถึงการวางแผนอย่างรอบคอบเช่นกัน โดยเลือกช่วงเวลาใกล้ปิดห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้คนน้อยลง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจเริ่มผ่อนคลาย และร้านค้าต่างๆ เริ่มมีการเก็บเงินและปิดบัญชีประจำวัน ทำให้เป็นโอกาสที่เหมาะสมในการก่อเหตุและหลบหนีได้ง่ายขึ้น การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน จากการวิเคราะห์เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ากลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้มีจำนวนมากกว่า 20 คน ซึ่งได้มีการแบ่งบทบาทหน้าที่กันอย่างชัดเจนและเป็นระบบ แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มย่อยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ กลุ่มปฏิบัติการหลัก ประกอบด้วยคนร้ายจำนวน 8 คน … Read more