“พุทธ อภิวรรณ” เปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 3 เป็นพระ เผยหลอกเงินบุญใหญ่หลวง แต่วัดไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

หลังจากเปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 2 “เจน ญาณทิพย์” ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชน ล่าสุด “พุทธ อภิวรรณ” ได้ออกมาเปิดเผยผู้วิเศษรายที่ 3 ที่มีพื้นหลังเป็นพระ โดยเผยว่าเป็นกรณีที่ใหญ่มากและมีผู้ศรัทธาจำนวนมหาศาล พร้อมกับเปิดเสียงสั้นๆ ของพระองค์นั้นให้ประชาชนได้ทายกันเอง บรรยากาศในวงการพุทธศาสนาหลังเหตุการณ์เปิดโปง การเปิดโปงของ พุทธ อภิวรรณ ในรายการ “Phutta Talk” ทางช่องยูทิวบ์ ได้สร้างความสะเทือนใจในวงการพุทธศาสนาไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยเปิดโปงผู้วิเศษรายก่อนหน้าแล้ว ล่าสุดเขาได้ออกมาเผยถึงผู้วิเศษรายที่ 3 ที่มีพื้นหลังเป็นพระ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเศร้าใจสำหรับสังคมไทยที่เคารพนับถือพระพุทธศาสนา ในการเปิดเผยครั้งนี้ พุทธ อภิวรรณ ได้ใช้วิธีการที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยไม่ได้เอ่ยชื่อหรือระบุตัวตนของผู้วิเศษรายนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะเปิดเสียงสั้นๆ ให้ประชาชนได้ฟังและทายกันเอง ซึ่งวิธีการนี้แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา รายละเอียดการเปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 3 ตามที่ พุทธ อภิวรรณ เผยในรายการ เขาได้กล่าวว่า “ผู้วิเศษรายต่อไป ผมว่าพี่หนุ่ม (กรรชัย กำเนิดพลอย) ต้องมีคนเดียวกับผม ผู้วิเศษคนนี้ดังมาก ไม่บอกว่าชายหรือหญิง และผมจะไม่นำเสนออะไรเลย แต่ผมจะแค่เปิดแว๊บๆ เท่านั้น” คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและความตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องที่เขากำลังจะเปิดเผย การที่ … Read more

ปั๊มน้ำมันปตท.บ้านผือกลับมาเปิดบริการวันแรก หลังเหตุระเบิดเขมรถล่ม พนักงาน-ลูกค้ายังกังวลแต่พร้อมสู้ต่อ

ภายหลังจากเหตุการณ์ลูกระเบิดตกลงมาใส่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในบริเวณปั๊มน้ำมันปตท.สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย วันนี้ (5 ก.ย.68) ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ได้กลับมาเปิดให้บริการเป็นวันแรก โดยมีลูกค้าทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศวันเปิดให้บริการ ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการ จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบว่าบรรยากาศในปั๊มน้ำมันปตท.บ้านผือวันนี้ยังคงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่เท่าช่วงก่อนเกิดเหตุ แต่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ ลุงคนหนึ่งที่เป็นชาวบ้านบึงมะลู ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของปั๊มแห่งนี้ เล่าให้ฟังว่า “ผมเป็นชาวบ้านบึงมะลู ผ่านเส้นทางนี้ตลอด และจะเข้ามาใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันบ้านผือตลอด เพราะความสะดวกและใกล้บ้าน แต่พอเกิดเหตุการณ์ระเบิดมาตกใส่ ปั๊มน้ำมันได้ปิดลง ผมจึงไปใช้บริการที่อื่น วันนี้ปั๊มน้ำมันเปิด ผมดีใจมาก สถานการณ์ในช่วงนี้ยังสงบดี น่าอยู่ แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังมีความกังวลเล็กน้อยกับสถานการณ์” เด็กปั๊มผู้รอดชีวิต เล่าประสบการณ์สุดสะเทือนใจ นางสาววิภาดา วิลัย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันและอยู่ในเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุ ได้เล่าประสบการณ์สุดสะเทือนใจให้ฟังว่า “วันเกิดเหตุ ฉันกำลังเติมน้ำมันให้กับลูกค้า ได้ยินเสียงระเบิดลูกแรกลงหลังเซเว่น ตอนนั้นคิดว่าฝั่งไทยยิงไป คิดว่าลูกระเบิดคงไม่มาตกถึงที่นี่ ผ่านไปไม่ถึงนาที ลูกระเบิดมาตกที่เซเว่น ตรงที่ฉันทำงาน ตอนนั้นฉันยังไม่ได้วิ่งเพราะยังถือหัวจ่ายน้ำมันอยู่ หลังจากที่เติมน้ำมันเสร็จ ฉันรีบเก็บหัวจ่ายน้ำมัน แล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด ฉันคิดว่าฉันคงจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว คงตายแน่ๆ” วันเกิดพิเศษที่ไม่มีวันลืม … Read more

บุกจับคาราโอเกะชัยภูมิ ลอบค้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าของร้านสารภาพรับประโยชน์จากการค้าบริการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 11:00 น. พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผู้กำกับการ 3 สำนักงานปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับ พ.ต.ท.ประเวศน์ แสงพรหม ส่วนกำกับการ 3 สำนักงานปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านชบาแก้วคาราโอเกะ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่า มีการลักลอบนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีในร้านคาราโอเกะแห่งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาตรวจสอบความจริงอย่างละเอียด รายละเอียดการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้วางแผนโดยส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในร้าน โดยทำท่าทีเป็นลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการ เริ่มต้นด้วยการสั่งอาหารและเครื่องดื่มมานั่งดื่มกินในบรรยากาศปกติ เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยจากเจ้าของร้านและพนักงาน ระหว่างที่สายลับกำลังใช้บริการอยู่นั้น นางสาวศิรดา หรือที่เรียกกันว่า “เจ้นก” อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะ ได้เข้าหาและเสนอขายบริการทางเพศของเด็กสาวที่ทำงานในร้าน การเสนอขายบริการและการจับกุม เจ้าของร้านได้เสนอขายบริการของนางสาวบี (ใช้นามสมมติเพื่อปกปิดตัวตนของผู้เสียหาย) อายุเพียง 17 ปี ในราคา 1,800 บาท โดยเจ้าของร้านจะได้รับส่วนแบ่ง 300 บาท จากการค้าบริการดังกล่าว หลังจากที่สายลับได้จ่ายเงินตามที่ตกลงกันแล้ว เจ้าหน้าที่ปคม.จึงแสดงตัวและเข้าดำเนินการจับกุมนางสาวศิรดา … Read more

คืบหน้าคดีฆาตกรรมสาวนิรนามชาวต่างชาติ ถูกยัดกระเป๋า-ดัมเบลถ่วงทิ้งอ่างเก็บน้ำ – ซิลิโคนเสริมหน้าอก เป็นภาษาจีน

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อมีการพบศพหญิงสาวในสภาพที่น่าสะเทือนใจ โดยศพถูกยัดใส่กระเป๋าเดินทาง และมีการใช้แผ่นดัมเบลหนักรวม 15 กิโลกรัมเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่จะนำไปโยนทิ้งในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรห้วयใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่นิติเวชประเมินว่าผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน ซึ่งทำให้การสืบสวนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากร่องรอยหลักฐานอาจถูกทำลายไปบางส่วนแล้ว การประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 16.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ ได้มีการประชุมสำคัญติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูง ได้แก่ พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่, และ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวน พร้อมด้วยทีมสืบสวนชุดคลี่คลายคดี การประชุมครั้งนี้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อหาแนวทางการสืบสวนที่เหมาะสมและประเมินความคืบหน้าของคดี ซึ่งถือเป็นคดีฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญและได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวช ผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวชได้ให้ข้อมูลสำคัญหลายประการที่จะช่วยในการสืบสวนคดี โดยมีรายละเอียดดังนี้: การระบุตัวตน: จากการนำลายนิ้วมือของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลที่ตรงกัน ทำให้เชื่อได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ ลักษณะทางกายภาพ: ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงแท้ … Read more

“บูม หมูกระทะ” เผย ต้องแบกภาระหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ กว่าหลายล้านบาท หลังถูกโกงนาฬิกา 1.1 ล้าน

กระแสข่าวเศร้าจากโลกออนไลน์เมื่อ “บูมหมูกระทะ” เจ้าของร้านหมูกระทะที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง ได้ออกมาเปิดใจผ่านโซเชียลมีเดียถึงสถานการณ์ทางการเงินที่ยากลำบาก หลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความที่ทำให้แฟนคลับตกใจว่า “ตอนนี้บูมไม่ไหวแล้วแม่ ล้มแล้วล้มอีก ไม่อยากสู้แล้วเหนื่อยไม่ไหวแล้ว” ความจริงเบื้องหลังวิกฤตการเงิน หลังจากที่ข้อความดังกล่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดข่าวลือว่า “บูมหมูกระทะ” อาจจะประสบปัญหาทางการเงินหรือหมดตัว เธอจึงได้ออกมาชี้แจงความจริงผ่านโพสต์ยาวเพื่อให้แฟนคลับและผู้ติดตามได้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง บูมหมูกระทะเผยว่า เหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องออกมาบอกว่า “ล้มหมดตัวอีกรอบ” นั้น มาจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เธอถูกโกงในเรื่องการซื้อขายนาฬิกามูลค่าสูงถึง 1.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ทางการเงินของเธอยิ่งแย่ลงไปอีก ปัญหาสะสมมากกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม บูมหมูกระทะได้เผยให้เห็นว่า ปัญหาการถูกโกงนาฬิกา 1.1 ล้านบาทนั้น เป็นเพียงหยดน้ำที่ทำให้แก้วล้น เพราะความจริงแล้วเธอได้เผชิญกับปัญหาทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องจากหลายเรื่องที่สะสมมาเป็นเวลานาน “จริงๆ บูมโดนมาเยอะมากๆ หลายเรื่องมาก มันสะสม จนบูมรับไม่ไหว ถ้าเป็นจำนวนเงินก็หลายล้าน จนตอนนี้เงินที่ตั้งใจเก็บ ตั้งใจประหยัดมาหมด” บูมหมูกระทะเผยในโพสต์ของเธอ เธอเน้นย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่เธอเป็นคนสร้างขึ้น แต่เป็นปัญหาที่เธอต้องเข้ามารับผิดชอบแทนผู้อื่น ซึ่งทำให้เธอรู้สึกหดหู่และน้อยใจที่ต้องมาเป็นคน “แบกรับ” ทุกปัญหา การวางแผนทางการเงินที่ไม่เป็นไปตามแผน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบูมหมูกระทะ ในฐานะเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ถึงไม่มีการวางแผนทางการเงินที่ดีพอ หรือไม่ได้เก็บเงินไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ต่อคำถามนี้ บูมหมูกระทะได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า “หลายคนอาจจะอยากถามว่าบูมว่าไม่วางแผนการเงินหรือ ตอนมีเงินทำไมไม่เก็บเงิน บูมคือทั้งเก็บทั้งวางแผน แต่เรื่องที่บูมต้องจ่ายมันคือเรื่องที่บูมไม่ได้สร้าง … Read more

ปรากฏการณ์น่าทึ่ง แมวร้อง “เหมียว” เฉพาะกับมนุษย์เท่านั้น – ภาษาพิเศษที่เกิดจากความสัมพันธ์พิเศษระหว่างมนุษย์กับแมวที่สร้างขึ้นมาหลายพันปี

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสารของแมวที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน แมวเหมียวกับมนุษย์เป็นหลัก แต่ไม่ค่อยใช้เสียงเหมียวสื่อสารกับแมวด้วยกันเองในธรรมชาติ การค้นพบนี้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์พิเศษระหว่างมนุษย์กับแมวที่สร้างขึ้นมาหลายพันปี แมวคิดค้นภาษาพิเศษเพื่อสื่อสารกับมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงจอห์น แบรดชอว์ (John Bradshaw) นักมานุษยวิทยาด้านสัตว์ได้ศึกษาและเปิดเผยผ่านหนังสือ “Cat Sense: How the New Feline Science Can Make You a Better Friend to Your Pet” ว่า แมวส่วนใหญ่จะเหมียวเพื่อสื่อสารกับมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่กับสัตว์อื่นๆ การค้นพบนี้มาจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าแมวป่าเหมียวน้อยกว่าแมวบ้านมาก การวิจัยเผยให้เห็นว่า แมวบ้านได้พัฒนาการเหมียวเป็นพฤติกรรมจากการดัดแปลงเสียงร้องของลูกแมวที่ใช้เรียกแม่ มาใช้กับมนุษย์แทน โดยแมวได้เรียนรู้ว่าการเหมียวสามารถดึงดูดความสนใจจากมนุษย์และทำให้ได้รับสิ่งที่ต้องการ เช่น อาหาร ความเอาใจใส่ หรือการปลอบโยน การสื่อสารแบบแมวกับแมว ไม่ใช่เหมียวแต่ใช้ภาษากาย เมื่อแมวติดต่อสื่อสารกับแมวด้วยกันเอง พวกมันจะใช้วิธีการอื่นที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากกว่า การสื่อสารหลักของแมวต่อแมวประกอบด้วยการใช้กลิ่น ภาษากาย การทำเครื่องหมายในอาณาเขต และการสัมผัส ดร.ไนโคลัส ดอดแมน จากคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยทัฟส์ อธิบายว่า แมวสามารถเรียนรู้ได้ว่าเสียงใดจะมีประสิทธิภาพที่สุดในการทำให้เจ้าของทำตามที่พวกมันต้องการ นี่แสดงให้เห็นถึงระดับสติปัญญาและความสามารถในการปรับตัวของแมว ระบบสื่อสารที่ซับซ้อนของแมว แมวมีต่อมกลิ่นอยู่ถึง … Read more

การนอนแนบชิดเจ้าของของสุนัข: พฤติกรรมแห่งความผูกพันที่ลึกซึ้งและความปลอดภัยทางจิตใจ

จากการศึกษาพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงและความสัมพันธ์กับมนุษย์ล่าสุด พบว่า การนอนแนบชิดเจ้าของของสุนัข เป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่แสดงถึงความผูกพันทางอารมณ์ที่แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะมีเตียงของตัวเองหรือไม่ สุนัขจำนวนมากยังคงเลือกนอนใกล้เจ้าของ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของความไว้วางใจและความรู้สึกปลอดภัยที่มีต่อเจ้าของ วิทยาศาสตร์เบื้องหลังพฤติกรรมการนอนแนบชิด จากงานวิจัยของ University of Lincoln, UK ที่สำรวจสุนัขมากกว่า 500 ตัว พบข้อมูลน่าสนใจว่า เจ้าของมากกว่าครึ่งหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่าสุนัขนอนบนตัวเพราะไม่มีที่นอนที่นุ่มสบาย แต่ความจริงแล้วสุนัขเลือก “ตัวเจ้าของ” เพราะเหตุผลหลายประการที่สำคัญกว่านั้นมาก การศึกษาของ Canine Behavioral Science Journal ระบุชัดเจนว่า หมาแสดงความรักผ่านการกระทำ ไม่ใช่คำพูด และการนอนบนตัวเจ้าของถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมแสดงความรักระดับสูงสุดสำหรับสุนัขที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเจ้าของ ปัจจัยหลักที่ทำให้สุนัขเลือกนอนแนบเจ้าของ 1. ความปลอดภัยทางจิตใจ จากการศึกษาด้านพฤติกรรมสัตว์ พบว่าสุนัขมองเจ้าของเป็น “ที่ปลอดภัยที่สุด” ในบ้าน เมื่อพวกเขานอนใกล้เจ้าของ จะรู้สึกได้ว่ามีผู้ปกป้องที่พร้อมดูแลตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับสัญชาตญาณการอยู่ร่วมกันเป็นฝูงของบรรพบุรุษหมาป่า 2. กลิ่นที่คุ้นเคยและผ่อนคลาย ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์อธิบาย กลิ่นของเจ้าของช่วยให้สุนัขรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ระบบประสาทรับกลิ่นของสุนัขที่มีความไวเฉียบแหลมช่วยให้พวกเขาจดจำและรู้สึกอุ่นใจกับกลิ่นของคนที่รัก 3. อุณหภูมิและเสียงที่ปลอบใจ อุณหภูมิอุ่นจากร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง รวมถึงเสียงหัวใจเต้นและเสียงหายใจของเจ้าของ ทำให้สุนัขรู้สึกปลอดภัยเหมือนกับตอนที่เป็นลูกสุนัขนอนใกล้แม่ ความผูกพันและทฤษฎีทางจิตวิทยา จากการศึกษาความผูกพันระหว่างสุนัขและมนุษย์ ซึ่งประยุกต์มาจากทฤษฎีความผูกพันระหว่างเด็กและพ่อแม่ นักวิทยาศาสตร์พบว่า … Read more

ทรัมป์เตรียมลงนามคำสั่งประวัติศาสตร์ เปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม” หลังครบรอบ 76 ปี

ในวันที่ 5 กันยายน 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่สร้างความตกใจให้กับนักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศทั่วโลก เมื่อได้ประกาศเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” (Department of Defense) กลับไปเป็น “กระทรวงสงคราม” (Department of War) เป็นครั้งแรกในรอบ 76 ปี นับตั้งแต่ปี 1949 การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางนโยบายการป้องกันประเทศของรัฐบาลทรัมป์ในวาระที่สอง และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐที่ครอบคลุมไปถึงหลายหน่วยงานสำคัญของรัฐบาลกลาง ย้อนรอยประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนชื่อจากสงครามสู่กลาโหม กระทรวงสงครามแห่งสหรัฐอเมริกาได้ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1789 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน โดยมีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการกองทัพบกของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 160 ปี กระทรวงแห่งนี้ได้ใช้ชื่อ “กระทรวงสงคราม” มาโดยตลอด และเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการทหารของชาติ หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สภาคองเกรสสหรัฐได้ผ่านกฎหมายการรักษาความมั่นคงแห่งชาติปี 1947 (National Security Act of 1947) ซึ่งเป็นการปฏิรูปโครงสร้างการป้องกันประเทศครั้งใหญ่ กฎหมายดังกล่าวได้รวมกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากกองทัพบก เข้าด้วยกันภายใต้กระทรวงเดียว ในปี 1949 สภาคองเกรสได้อนุมัติการเปลี่ยนชื่อจาก … Read more

ทักษิณชินวัตรถึงดูไบแล้ว อ้างตม.ไทยถ่วงเวลา ทำเครื่องบินส่วนตัวลงสิงคโปร์ไม่ทัน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงกรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเวลา 02.07 น. วันที่ 5 กันยายน 2568 หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทางจากแผนเดิมที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ เนื่องจากการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ประเทศไทย แผนการเดินทางเดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลง ตามที่นายทักษิณได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X หลังจากใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดินทางออกจากประเทศไทย ระบุว่าแผนการเดินทางในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ โดยมีแผนจะไปพบแพทย์ที่เคยดูแลรักษาตนในระหว่างที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเดินทางในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางอย่างกะทันหัน ปัญหาการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตม. นายทักษิณระบุในข้อความที่โพสต์ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยได้ถ่วงเวลาการเดินทางของตนไว้เกือบ 2 ชั่วโมง แม้ว่าตนได้ชนะคดีที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว และมีสิทธิในการเดินทางเช่นเดียวกับพลเมืองไทยทั่วไป การถ่วงเวลาดังกล่าวได้สร้างปัญหาตามมาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อตารางเวลาการบินและการเข้าใช้บริการสนามบินปลายทาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางทั้งหมด ข้อจำกัดเวลาการใช้บริการสนามบิน Seletar ระหว่างเส้นทางการบิน นักบินได้แจ้งให้นายทักษิณทราบว่า เนื่องจากการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตม.ไทย ทำให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไม่สามารถเดินทางไปลงจอดที่สนามบิน Seletar ในสิงคโปร์ได้ทัน เนื่องจากสนามบินแห่งนี้ซึ่งเป็นสนามบินที่ใช้สำหรับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวโดยเฉพาะ มีข้อจำกัดเรื่องเวลาการให้บริการ สนามบิน Seletar เปิดให้บริการเพียงถึงเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์เท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ซึ่งเมื่อคำนวณเวลาเดินทางและความล่าช้าที่เกิดขึ้น พบว่าเครื่องบินจะไม่สามารถไปถึงได้ภายในเวลาที่กำหนด … Read more

ชายถูกสกัดด้วยข้อหาต้องสงสัยฆาตกรรม แต่เมื่อตำรวจตรวจค้นรถก็พบสิ่งที่เหนือความคิดฝัน

จากรายงานของหน่วยงานข่าววันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 06:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เหตุการณ์ที่เขย่าขวัญชาวอเมริกันนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สาธารณชนต้องการติดตาม รายละเอียดคดีที่ต้องรู้ ชายชาวอิลลินอยส์คนหนึ่งกำลังเผชิญกับข้อหาฆาตกรรมระดับหนึ่ง หลังจากตำรวจอ้างว่าพบศพภรรยาของเขาอยู่ในรถ เหตุการณ์นี้เป็นข่าวสำคัญที่สร้างความตกใจให้กับชุมชนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฆาตกรรมครั้งแรกเมื่อเวลาหลัง 20:00 น. ของวันจันทร์ที่ 1 กันยายน นักสืบเชื่อว่านาย John W. Finney วัย 51 ปี ใช้ปืนยิงภรรยาสาว Amy J. Finney วัย 42 ปี จนเสียชีวิตที่บ้านของพวกเขาในเมืองเมาต์เวอร์นอน รัฐอิลลินอยส์ จุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรมที่ทำให้สะเทือนใจ คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในคืนวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานนายอำเภอเจฟเฟอร์สัน คาวตี้ ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมประมาณ 20:00 น. รายงานการแจ้งเหตุดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยและยานพาหนะที่ใช้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้การสืบสวนดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ตามการออกประกาศณีใบประกาศที่แชร์ในวันอังคารที่ 2 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศเตือนให้ค้นหารถ Ford Escape สีเทา ปี … Read more