“ราชาแห่งกัญชา” ขึ้นแท่นนายกฯ คนที่ 3 ในรอบปี สื่อต่างชาติจับตาความไม่แน่นอนการเมืองไทย

สื่อนานาชาติให้ความสนใจอย่างมากต่อการที่อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย โดยเฉพาะสื่อเศรษฐกิจชั้นนำอย่างไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) ที่ใช้หัวข้อข่าวที่โดดเด่นว่า “ราชาแห่งกัญชา” ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย พร้อมบรรยายใต้ภาพว่าอนุทินเป็นผู้คุมเกม (Kingmaker) ในการเมืองไทยมาหลายสิบปี การโหวตที่ท่วมท้นและความหมายเชิงการเมือง การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยอนุทิน ชาญวีรกูล วัย 58 ปี ได้รับคะแนนเสียงถึง 311 เสียง เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 247 เสียงอย่างง่ายดาย นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าเขาจะมาจากพรรคที่มีสส.เป็นอันดับสามของรัฐสภา สื่อต่างชาติมองว่าการขึ้นมาดำรงตำแหน่งของอนุทินเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในฉากการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากประวัติการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี 5 คนถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยฝ่ายตุลาการ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รออยู่ อนุทินเข้ามารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย เศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวเป็นหลักกำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นคืนแรงขับเคลื่อนหลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยมีข้อมูลแสดงว่า GDP ขยายตัวเพียง 2.8 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สอง ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาษีศุลกากร “ตอบโต้” 19 เปอร์เซ็นต์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นโยบายการค้าระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ประเทศยังประสบปัญหาจากการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอ การปล่อยกู้ที่ตึงตัว … Read more

“น้องเพลง” ลูกดาราดัง “ตู่ นันทิดา” เตรียมเป็นลูกสะใภ้นายกรัฐมนตรี

ในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทยเมื่อวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายเหนือคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ด้วยคะแนนเสียง 311 ต่อ 152 เสียง ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย การได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางการเมืองของนายอนุทินเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ครอบครัวของเขากลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ลูกสาวของดาราชื่อดัง “ตู่ นันทิดา” และ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” ที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นลูกสะใภ้ของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล กำลังเตรียมตัวรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ลูกชายคนเล็กของเขา “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกุล” ก็กำลังเตรียมตัวสำหรับบทบาทใหม่ในฐานะลูกเขยของครอบครัวศิลปิน ที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย เป๊ก เศรณี หนุ่มวัย 28 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ปัจจุบันทำงานในภาคเอกชนด้านการเงินและการลงทุน เขาเป็นคนที่มีความสุภาพเรียบร้อย และรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างดี แม้จะเป็นลูกชายของนักการเมืองระดับแนวหน้า ความรักที่ผ่านการทดสอบเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างเป๊กและน้องเพลงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษา พวกเขาได้รู้จักกันผ่านกิจกรรมของมหาวิทยาลัยและค่อยๆ … Read more

จับพระอนาจารเด็กหญิง 6 ขวบ ขณะแม่พาไปขายผลไม้ตลาดนัดในวัด ไม่พอตามไปก่อเหตุครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันจับกุมพระอิทธิพล วรปญฺโญ อายุ 60 ปี พรรษา 22 สังกัดวัดบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ฐานกระทำอนาจารต่อเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 4 สิงหาคม และครั้งที่สองในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการร้องทุกข์ของผู้ปกครองเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ หลังจากที่เด็กได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังในวันที่ 2 กันยายน 2568 ซึ่งทำให้ครอบครัวตระหนักถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ข้อหาที่ถูกตั้ง พระอิทธิพล วรปญฺโญ ถูกตั้งข้อหาทั้งหมด 3 ข้อหาหนัก ตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้ มาตรา 279 – กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำโดยการข่มขู่โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มาตรา 282 – ผู้ใดพาเด็กอายุยังไม่เกิน … Read more

อดีตทหารเรืออเมริกันถูกเชื่อมโยงกับคดีข่มขืนต่อเนื่องข้ามศตวรรษ นักสืบยืนยันผ่าน DNA

สำนักงานอัยการเขตเวนทูรา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศผลการสืบสวนสะเทือนขวัญที่ใช้เวลากว่าสี่ทศวรรษ เผยว่าอดีตกาลเรือนำ้ลึกชาวอเมริกันคนหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืนต่อเนื่องข้ามรัฐ ข้ามทศวรรษ โดยใช้หลักฐาน DNA เชื่อมโยงคดีที่เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย มิชิแกน และโอไฮโอ ระหว่างปี 1982 ถึง 1997 ฌอน แพทริค แมคนัลตี้ (Sean Patrick McNulty) อดีตกาลเรือนำ้ลึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เติบโตในเมืองเวนทูรา รัฐแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการสืบสวนคดีข่มขืนหลายคดีที่ไม่สามารถแก้ไขได้มาหลายสิบปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในรัฐมิชิแกนเมื่อปี 1997 การเชื่อมโยงหลักฐาน DNA ข้ามทวีป การสืบสวนที่ใช้เวลายาวนานนี้เริ่มต้นจากกรมนิติเวชของสำนักงานนายอำเภอเขตเวนทูรา ที่ดำเนินการตรวจสอบชุดหลักฐานการล่วงละเมิดทางเพศจากคดีที่เกิดขึ้นในปี 1982 และ 1983 ในเมืองเวนทูรา รัฐแคลิฟอร์เนีย หลักฐาน DNA ที่ได้จากการตรวจสอบนี้ถูกนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล DNA รวม (Combined DNA Index System หรือ CODIS) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการเปรียบเทียบหลักฐาน DNA ในคดีอาญาต่างๆ ทั่วประเทศ ผลการเปรียบเทียบพบว่า DNA ดังกล่าวตรงกับหลักฐานจากคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นในเมืองโอคีมอส รัฐมิชิแกนในปี … Read more

“พุทธ อภิวรรณ” เปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 3 เป็นพระ เผยหลอกเงินบุญใหญ่หลวง แต่วัดไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

หลังจากเปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 2 “เจน ญาณทิพย์” ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชน ล่าสุด “พุทธ อภิวรรณ” ได้ออกมาเปิดเผยผู้วิเศษรายที่ 3 ที่มีพื้นหลังเป็นพระ โดยเผยว่าเป็นกรณีที่ใหญ่มากและมีผู้ศรัทธาจำนวนมหาศาล พร้อมกับเปิดเสียงสั้นๆ ของพระองค์นั้นให้ประชาชนได้ทายกันเอง บรรยากาศในวงการพุทธศาสนาหลังเหตุการณ์เปิดโปง การเปิดโปงของ พุทธ อภิวรรณ ในรายการ “Phutta Talk” ทางช่องยูทิวบ์ ได้สร้างความสะเทือนใจในวงการพุทธศาสนาไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยเปิดโปงผู้วิเศษรายก่อนหน้าแล้ว ล่าสุดเขาได้ออกมาเผยถึงผู้วิเศษรายที่ 3 ที่มีพื้นหลังเป็นพระ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเศร้าใจสำหรับสังคมไทยที่เคารพนับถือพระพุทธศาสนา ในการเปิดเผยครั้งนี้ พุทธ อภิวรรณ ได้ใช้วิธีการที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยไม่ได้เอ่ยชื่อหรือระบุตัวตนของผู้วิเศษรายนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะเปิดเสียงสั้นๆ ให้ประชาชนได้ฟังและทายกันเอง ซึ่งวิธีการนี้แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา รายละเอียดการเปิดโปงผู้วิเศษรายที่ 3 ตามที่ พุทธ อภิวรรณ เผยในรายการ เขาได้กล่าวว่า “ผู้วิเศษรายต่อไป ผมว่าพี่หนุ่ม (กรรชัย กำเนิดพลอย) ต้องมีคนเดียวกับผม ผู้วิเศษคนนี้ดังมาก ไม่บอกว่าชายหรือหญิง และผมจะไม่นำเสนออะไรเลย แต่ผมจะแค่เปิดแว๊บๆ เท่านั้น” คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและความตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องที่เขากำลังจะเปิดเผย การที่ … Read more

ปั๊มน้ำมันปตท.บ้านผือกลับมาเปิดบริการวันแรก หลังเหตุระเบิดเขมรถล่ม พนักงาน-ลูกค้ายังกังวลแต่พร้อมสู้ต่อ

ภายหลังจากเหตุการณ์ลูกระเบิดตกลงมาใส่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในบริเวณปั๊มน้ำมันปตท.สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย วันนี้ (5 ก.ย.68) ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ได้กลับมาเปิดให้บริการเป็นวันแรก โดยมีลูกค้าทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศวันเปิดให้บริการ ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการ จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบว่าบรรยากาศในปั๊มน้ำมันปตท.บ้านผือวันนี้ยังคงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่เท่าช่วงก่อนเกิดเหตุ แต่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ ลุงคนหนึ่งที่เป็นชาวบ้านบึงมะลู ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของปั๊มแห่งนี้ เล่าให้ฟังว่า “ผมเป็นชาวบ้านบึงมะลู ผ่านเส้นทางนี้ตลอด และจะเข้ามาใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันบ้านผือตลอด เพราะความสะดวกและใกล้บ้าน แต่พอเกิดเหตุการณ์ระเบิดมาตกใส่ ปั๊มน้ำมันได้ปิดลง ผมจึงไปใช้บริการที่อื่น วันนี้ปั๊มน้ำมันเปิด ผมดีใจมาก สถานการณ์ในช่วงนี้ยังสงบดี น่าอยู่ แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังมีความกังวลเล็กน้อยกับสถานการณ์” เด็กปั๊มผู้รอดชีวิต เล่าประสบการณ์สุดสะเทือนใจ นางสาววิภาดา วิลัย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันและอยู่ในเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุ ได้เล่าประสบการณ์สุดสะเทือนใจให้ฟังว่า “วันเกิดเหตุ ฉันกำลังเติมน้ำมันให้กับลูกค้า ได้ยินเสียงระเบิดลูกแรกลงหลังเซเว่น ตอนนั้นคิดว่าฝั่งไทยยิงไป คิดว่าลูกระเบิดคงไม่มาตกถึงที่นี่ ผ่านไปไม่ถึงนาที ลูกระเบิดมาตกที่เซเว่น ตรงที่ฉันทำงาน ตอนนั้นฉันยังไม่ได้วิ่งเพราะยังถือหัวจ่ายน้ำมันอยู่ หลังจากที่เติมน้ำมันเสร็จ ฉันรีบเก็บหัวจ่ายน้ำมัน แล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด ฉันคิดว่าฉันคงจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว คงตายแน่ๆ” วันเกิดพิเศษที่ไม่มีวันลืม … Read more

บุกจับคาราโอเกะชัยภูมิ ลอบค้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าของร้านสารภาพรับประโยชน์จากการค้าบริการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 11:00 น. พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผู้กำกับการ 3 สำนักงานปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับ พ.ต.ท.ประเวศน์ แสงพรหม ส่วนกำกับการ 3 สำนักงานปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านชบาแก้วคาราโอเกะ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่า มีการลักลอบนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณีในร้านคาราโอเกะแห่งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาตรวจสอบความจริงอย่างละเอียด รายละเอียดการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้วางแผนโดยส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในร้าน โดยทำท่าทีเป็นลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการ เริ่มต้นด้วยการสั่งอาหารและเครื่องดื่มมานั่งดื่มกินในบรรยากาศปกติ เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยจากเจ้าของร้านและพนักงาน ระหว่างที่สายลับกำลังใช้บริการอยู่นั้น นางสาวศิรดา หรือที่เรียกกันว่า “เจ้นก” อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะ ได้เข้าหาและเสนอขายบริการทางเพศของเด็กสาวที่ทำงานในร้าน การเสนอขายบริการและการจับกุม เจ้าของร้านได้เสนอขายบริการของนางสาวบี (ใช้นามสมมติเพื่อปกปิดตัวตนของผู้เสียหาย) อายุเพียง 17 ปี ในราคา 1,800 บาท โดยเจ้าของร้านจะได้รับส่วนแบ่ง 300 บาท จากการค้าบริการดังกล่าว หลังจากที่สายลับได้จ่ายเงินตามที่ตกลงกันแล้ว เจ้าหน้าที่ปคม.จึงแสดงตัวและเข้าดำเนินการจับกุมนางสาวศิรดา … Read more

ทักษิณชินวัตรถึงดูไบแล้ว อ้างตม.ไทยถ่วงเวลา ทำเครื่องบินส่วนตัวลงสิงคโปร์ไม่ทัน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงกรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเวลา 02.07 น. วันที่ 5 กันยายน 2568 หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทางจากแผนเดิมที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ เนื่องจากการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ประเทศไทย แผนการเดินทางเดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลง ตามที่นายทักษิณได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X หลังจากใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดินทางออกจากประเทศไทย ระบุว่าแผนการเดินทางในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ โดยมีแผนจะไปพบแพทย์ที่เคยดูแลรักษาตนในระหว่างที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเดินทางในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางอย่างกะทันหัน ปัญหาการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตม. นายทักษิณระบุในข้อความที่โพสต์ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยได้ถ่วงเวลาการเดินทางของตนไว้เกือบ 2 ชั่วโมง แม้ว่าตนได้ชนะคดีที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว และมีสิทธิในการเดินทางเช่นเดียวกับพลเมืองไทยทั่วไป การถ่วงเวลาดังกล่าวได้สร้างปัญหาตามมาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อตารางเวลาการบินและการเข้าใช้บริการสนามบินปลายทาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางทั้งหมด ข้อจำกัดเวลาการใช้บริการสนามบิน Seletar ระหว่างเส้นทางการบิน นักบินได้แจ้งให้นายทักษิณทราบว่า เนื่องจากการถ่วงเวลาจากเจ้าหน้าที่ตม.ไทย ทำให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไม่สามารถเดินทางไปลงจอดที่สนามบิน Seletar ในสิงคโปร์ได้ทัน เนื่องจากสนามบินแห่งนี้ซึ่งเป็นสนามบินที่ใช้สำหรับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวโดยเฉพาะ มีข้อจำกัดเรื่องเวลาการให้บริการ สนามบิน Seletar เปิดให้บริการเพียงถึงเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์เท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ซึ่งเมื่อคำนวณเวลาเดินทางและความล่าช้าที่เกิดขึ้น พบว่าเครื่องบินจะไม่สามารถไปถึงได้ภายในเวลาที่กำหนด … Read more

คดีอลงกตขยายวงกว้าง ยอดเงินพุ่งหมื่นล้าน นักร้อง-ตลกนัดให้ข้อมูล 8 กันยา ไร้เงา ‘เจน ญาณทิพย์’

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาย (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตเงินวัดพระบาทน้ำพุที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระอลงกต พูลมุข พร้อมระบุว่าคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายสูงถึงหมื่นล้านบาท และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องมากถึง 20-30 คน นักร้อง-ตลกประสานเข้าพบ 8 กันยายน จากการให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่า มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ติดต่อมาเพื่อให้ข้อมูล โดยเฉพาะกลุ่มนักร้อง 4 คน กลุ่มตลก และนักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งจะเข้าพบในช่วงบ่ายวันที่ 8 กันยายนนี้ สำหรับ ‘ถั่วแระ เชิญยิ้ม’ หรือ ศรสุทธา กลั่นมาลี ก็ได้ติดต่อมาแล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ ‘เจน ญาณทิพย์’ ยังไม่ได้ติดต่อมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรอดูว่าจะมีการประสานงานเมื่อไหร่ เงินหมุนเวียนหมื่นล้าน ไม่ได้อยู่ที่วัดเพียงแห่งเดียว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงว่า ทุกคนที่ประสานมาถือว่ามีส่วนพัวพัน เกี่ยวข้อง เพราะเงินทุกก้อนไม่ได้อยู่ที่วัดแห่งเดียว แต่อยู่กับบริวารที่เข้าไปหาผลประโยชน์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าไปคลี่คลายปัญหาที่เป็นข้อสงสัยในเรื่องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน “ยอดเงิน ที่ดิน บริษัท มูลนิธิ … Read more

ตลาดหลักเมืองลำปางขายหัวหมูบนฟุตบาท ชาวเน็ตแห่ด่าสนั่น ขณะที่ได้รางวัล “ตลาดดีมีมาตรฐาน” ประจำปี 2568

เหตุการณ์ที่จุดประกายความไม่พอใจของชาวเน็ตเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพที่น่าตกใจของการขายหัวหมูสดในตลาดเทศบาล 1 (หลักเมือง) ของเทศบาลนครลำปาง ในภาพจะเห็นหัวหมูและส่วนต่างๆ ของหมูถูกนำมาวางเรียงบนพื้นฟุตบาทโดยไม่มีภาชนะหรือแผ่นรองใดๆ เหมือนกับการทิ้งขยะบนทางเดิน คำถามที่ทำให้คิดได้ ที่แนบมากับภาพดังกล่าวคือ “มันต้องขนาดนี้เลยไหม จะขายแต่ละอย่าง โอ้ยย ลำปางอะไรก็ได้จริงๆ ลูกค้าไร้รู้” คำถามนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงจากชาวเน็ตทั่วจังหวัด ปฏิกิริยาจากประชาชนที่เห็นภาพดังกล่าวล้วนเป็นไปในทางลบทั้งสิ้น โดยมีการแสดงความไม่พอใจและความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานสุขอนามัยของอาหาร ความคิดเห็นที่โดดเด่นรวมถึง “หัวหมูยังขนาดนี้หมูบดจะขนาดไหนไม่อยากจะคิดเลย” “จะเลิกซื้อละ ไปซื้อในห้างดีกว่า สะอาดได้มาตรฐาน” และ “ขายของไม่ดีไม่ต้องโทษใครก็สกปรกขนาดนี้” สภาพปัญหาที่เป็นจริงในพื้นที่ การลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าวพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดเทศบาล 1 (หลักเมือง) ซึ่งตั้งอยู่หน้าศาลหลักเมืองกลางเมืองลำปางนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของการวางสินค้าบนพื้นฟุตบาทเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาด้านสุขอนามัยอื่นๆ ที่สะสมมานานและยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหานกพิราบและมูลนก เป็นปัญหาหลักที่ทำให้สภาพแวดล้อมในตลาดเสื่อมโทรมลงอย่างมาก นกพิราบที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้สร้างรังในโครงสร้างของอาคารตลาด และถ่ายมูลลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นและสภาพที่ไม่สะอาดอย่างรุนแรง สภาพปัญหานี้ทำให้แม่ค้าในตลาดต้องหาทางแก้ไขด้วยตนเอง โดยการใช้ผ้าพลาสติกมาขึงบังเป็นหลังคาบนแผงขายสินค้าแทนการใช้โครงสร้างเดิมของอาคาร เพื่อป้องกันมูลนกตกลงมาใส่สินค้าและลูกค้า ความกลัวที่จะถูกนกถ่ายมูลใส่หัวทำให้ลูกค้าหลายคนไม่กล้าเดินเข้าไปในอาคารตลาด ผลกระทบต่อการค้าขาย ด้วยสภาพปัญหาดังกล่าวทำให้แม่ค้าส่วนใหญ่ต้องย้ายไปขายสินค้าข้างนอกอาคารตลาดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหามูลนกและเพื่อความสะดวกของลูกค้า อย่างไรก็ตามการขายสินค้าข้างนอกอาคารนี้เองที่นำไปสู่ปัญหาการวางสินค้าบนพื้นฟุตบาทที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย การร้องเรียนที่ยังไร้ผล แม่ค้าในตลาดได้ร้องเรียนปัญหาต่างๆ ไปยังเทศบาลนครลำปางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหานกพิราบและความไม่สะอาดของตลาด อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหายังคงไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ทำให้สภาพปัญหาดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการตลาด ความพยายามในการแก้ไข เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 … Read more