รวบนักต้มตุ๋นหัวใส! หลอกยืมบัญชีหมอนวด นำไปโกงขายรถออนไลน์ เสียหายกว่าแสนบาท

เมื่อเวลา 12.18 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธเนศน์ แสงหิรัญ สารวัตรสถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมนายสอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ได้สำเร็จที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ผู้ต้องหาตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษปรับและจำคุกตามที่กฎหมายกำหนด

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการหลอกหมอนวด

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งประกอบอาชีพหมอนวดแผนไทยจำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่าขณะที่กำลังให้บริการนวดแก่ลูกค้าตามปกติ นายสอ ได้เข้ามาทำท่าทีเป็นลูกค้าธรรมดา และพยายามพูดคุยตีสนิทกับผู้ให้บริการ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระค่าบริการ ผู้ต้องหาได้อ้างเหตุผลว่าไม่มีเงินสดติดตัว และขอยืมหมายเลขบัญชีธนาคารของหมอนวดผู้ให้บริการ โดยให้เหตุผลว่าจะให้เพื่อนของตนโอนเงินค่าบริการมาให้ แล้วจะฝากไปกดเงินสดออกมาให้ในภายหลัง

ด้วยความไว้วางใจและความปรารถนาดีของผู้ให้บริการ จึงได้ให้หมายเลขบัญชีธนาคารแก่ผู้ต้องหาไปตามที่ขอร้อง โดยไม่คิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่จะตามมา

การใช้บัญชีในทางมิชอบ

ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว บัญชีธนาคารของหมอนวดผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ได้ถูกธนาคารดำเนินการอายัดและไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้ ทำให้เจ้าของบัญชีเดือดร้อนและสงสัยในสาเหตุของการอายัดบัญชี

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนเจาะลึก พบว่านายสอ ได้นำหมายเลขบัญชีธนาคารของหมอนวดทั้ง 3 ราย ไปใช้เป็นบัญชีรับเงินในการหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ผ่านการสร้างเพจปลอมในโซเชียลมีเดีย เพื่อโฆษณาขายรถจักรยานยนต์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ

รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ต้องหาได้สร้างเพจหรือโปรไฟล์ปลอมในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ และโพสต์ข้อมูลการขายรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น โดยตั้งราคาขายในระดับที่ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ เนื่องจากต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปอย่างมาก

เมื่อมีผู้สนใจติดต่อเข้ามา ผู้ต้องหาจะใช้วาทศิลป์และเทคนิคการโน้มน้าวต่างๆ เพื่อให้เหยื่อเชื่อมั่นและตัดสินใจโอนเงินมาก่อน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น ต้องการเงินมัดจำเพื่อจองรถ หรือค่าขนส่งล่วงหน้า เป็นต้น

เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่ผู้ต้องหาระบุให้แล้ว ผู้ต้องหาจะหลบหนีและตัดการติดต่อทุกช่องทาง ทำให้เหยื่อไม่ได้รับรถจักรยานยนต์ตามที่สั่งซื้อ และสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

มูลค่าความเสียหายและผลกระทบ

จากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าความเสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหาในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมกว่าหนึ่งแสนบาท โดยมีผู้เสียหายหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากความเสียหายทางการเงินแล้ว การกระทำของผู้ต้องหายังส่งผลกระทบต่อหมอนวดผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ที่บัญชีธนาคารถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถใช้บริการทางการเงินได้ตามปกติ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหากับธนาคาร

การสอบสวนและคำรับสารภาพ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น พบว่านายสอ ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายของบริษัทเครื่องดื่มชื่อดัง ซึ่งได้รับสารภาพว่าได้กระทำการดังกล่าวเพราะมีปัญหาทางการเงินและต้องการเงินใช้อย่างเร่งด่วน

ที่น่าสนใจคือ ผู้ต้องหายังได้สารภาพเพิ่มเติมว่าได้เคยก่อเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันมาแล้วจำนวน 4-5 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมต่อเนื่องและมีการวางแผนล่วงหน้า

การสารภาพของผู้ต้องหาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเชื่อมโยงคคสีอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง และขยายผลการสืบสวนเพื่อตามหาผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่อาจยังไม่ได้เข้าแจ้งความ

ผู้เสียหายเพิ่มเติมและการทวงเงิน

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนผู้ต้องหา ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ โทรศัพท์เข้ามาที่สถานีตำรวจเพื่อทวงเงินและสอบถามความคืบหน้าของคดี

การที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงอายุติดต่อเข้ามา แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาได้เลือกเหยื่อที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งอาจมีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีและการระวังภัยออนไลน์ที่จำกัด ทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้คำแนะนำแก่ผู้เสียหายเหล่านี้ให้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะสามารถรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีได้อย่างครบถ้วนตามกระบวนการยุติธรรม

คำเตือนและข้อแนะนำจากตำรวจ

พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยา ได้ออกมาให้ข้อแนะนำและคำเตือนแก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์

การระวังการซื้อสินค้าออนไลน์ – ประชาชนควรระมัดระวังเมื่อพบการโพสต์ขายสินค้าในราคาที่ถูกผิดปกติ หรือต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจโอนเงิน

การปกป้องบัญชีธนาคาร – ไม่ควรให้บุคคลอื่นยืมหมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะหากบัญชีธนาคารนั้นถูกนำไปใช้รับเงินจากการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าของบัญชีอาจต้องรับผิดชอบหรือมีความผิดไปด้วย

การตรวจสอบข้อมูลผู้ขาย – ก่อนทำการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ขาย เช่น การดูรีวิวจากลูกค้ารายอื่น การตรวจสอบเอกสารประกอบการขาย หรือการขอดูสินค้าจริงก่อนโอนเงิน

การติดต่อและช่วยเหลือผู้เสียหาย

สำหรับผู้เสียหายรายใดที่เคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ หรือมีข้อสงสัยว่าตนเองอาจเป็นผู้เสียหาย สามารถติดต่อมาดูตัวผู้ต้องหาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ห้องสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลเมืองพัทยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการรวบรวมหลักฐานเพื่อใช้ในการดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ

บทเรียนและการป้องกัน

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการฉ้อโกงยุคใหม่ที่ผู้ประทุษร้ายใช้เทคโนโลยีและความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง

การที่ผู้ต้องหาเลือกหลอกหมอนวดซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากลูกค้า แสดงให้เห็นถึงความไร้ยางอายและการวางแผนอย่างละเอียด เพื่อใช้ประโยชน์จากความดีงามของผู้อื่น

ประชาชนควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ และเพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน แก่บุคคลที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองและผู้อื่นตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมประเภทนี้ในอนาคต