ตามรายงานของผู้สื่อข่าว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 โดยมีชาวบ้านที่เข้ามาทำกิจกรรมภายในบริเวณวัดเป็นผู้พบเห็นศพชายคนหนึ่งนอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่มเงาของต้นมังคุด ซึ่งอยู่ในบริเวณลานปฏิบัติธรรมของวัดคมนียเขต ชาวบ้านที่พบเห็นได้รีบแจ้งเหตุไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ทันที เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติและน่าสงสัย
ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าเป็นนายประสงค์ เก่งเดียว มีชื่อเล่นว่า “โก้ไข่” อายุ 54 ปี เป็นบุคคลที่มีสุขภาพจิตไม่ค่อยสมประกอบ ใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่อาศัยแน่นอน และมักจะอยู่ตามลำพังโดยไม่ค่อยสุงสิงหรือติดต่อกับใครมากนัก ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้จักตัวตนของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี และทราบว่าเขาเป็นคนในพื้นที่ที่มีอาการทางจิตและชอบใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลักได้เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกับทีมงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจากจังหวัดพังงา รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและรอบคอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าศพนอนหงายอยู่ใต้ต้นมังคุดในท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติ สภาพของศพอยู่ในลักษณะเปลือยกายสนิท ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ว่าเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบร่างกายของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด พบว่ามีบาดแผลบริเวณคิ้วขวาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายไม่พบร่องรอยของบาดแผลหรือรอยฟกช้ำแต่อย่างใด
การประเมินเวลาและสาเหตุเบื้องต้น
จากการตรวจสอบสภาพของศพโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พบว่าศพอยู่ในสภาพที่เริ่มแข็งตัว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หรือประมาณ 8-12 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกพบเห็นในเช้าวันที่ 7 ตุลาคม การประเมินเวลาการเสียชีวิตเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยในการสืบสวนและหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้
การตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดที่พบศพ เจ้าหน้าที่พบว่าห่างจากจุดพบศพไปทางทิศตะวันออกประมาณ 50 เมตร มีอาคารเก่าที่เคยใช้เป็นที่พักของคนงานก่อสร้างในอดีต ซึ่งปัจจุบันอาคารดังกล่าวอยู่ในสภาพทรุดโทรม ร้างไร้คนอยู่อาศัย และมีลักษณะที่ไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานาน จากการตรวจสอบภายในอาคารและบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ดิ้นรนหรือสัญญาณใดๆ ที่บอกเป็นนัยว่าผู้เสียชีวิตอาจถูกทำร้ายหรือถูกฆาตกรรม
ข้อมูลจากญาติและชาวบ้านในพื้นที่
นางพิศสมัย เก่งเดียว ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลที่สำคัญแก่เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนว่า นายประสงค์ หรือ “โก้ไข่” เป็นคนในพื้นที่ที่ชาวบ้านรู้จักกันดีมาเป็นเวลานาน เขาไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครในหมู่บ้าน ไม่มีพิษมีภัยต่อผู้ใด และเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที่มีนิสัยเงียบๆ ชอบอยู่คนเดียว และใช้ชีวิตแบบสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางสังคมหรือการชุมนุมของชาวบ้าน
นางพิศสมัยยังได้เล่าถึงประวัติและพฤติกรรมของนายประสงค์ว่า เขามีอาการของความผิดปกติทางจิตหรือสติไม่ค่อยสมประกอบมาตั้งแต่อดีต ซึ่งเป็นสภาวะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างทราบและเข้าใจ แม้ว่าเขาจะมีความผิดปกติดังกล่าว แต่ไม่เคยมีพฤติกรรมที่รุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น เพียงแต่ชอบใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยวและเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ โดยไม่มีที่อยู่อาศัยที่แน่นอน บางครั้งก็หลับนอนตามวัด ศาลา หรือสถานที่สาธารณะต่างๆ ในพื้นที่
บรรยากาศและความรู้สึกของชาวบ้าน
เหตุการณ์การพบศพครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้บริเวณวัดคมนียเขตเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและออกกำลังกายเป็นประจำ หลายคนรู้สึกเศร้าใจและสงสารผู้เสียชีวิตที่ต้องจากไปอย่างเงียบเหงาและโดดเดี่ยว โดยไม่มีใครอยู่เคียงข้างในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ชาวบ้านบางคนที่เคยพบเห็นนายประสงค์เป็นประจำได้เล่าว่า เขาเป็นคนที่เงียบขรึมแต่ไม่ก้าวร้าว มักจะเดินไปมาตามลำพังในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่รบกวนใคร บางครั้งก็จะมานั่งพักผ่อนอยู่บริเวณวัดหรือใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ชาวบ้านคุ้นเคยและไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างใด หลายคนพยายามช่วยเหลือเขาด้วยการให้อาหารหรือเครื่องนุ่งห่ม แต่นายประสงค์มักจะปฏิเสธหรือรับไว้เพียงเล็กน้อยแล้วก็เดินจากไป
ขั้นตอนการดำเนินคาดีของเจ้าหน้าที่
หลังจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการนำศพของนายประสongค์ส่งไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพและตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตอย่างละเอียดและเป็นวิทยาศาสตร์ การชันสูตรพลิกศพจะช่วยให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคประจำตัว อุบัติเหตุ การฆาตกรรม หรือสาเหตุอื่นใด รวมถึงการตรวจหาสารพิษหรือสารเสพติดในร่างกายด้วย
การดำเนินการชันสูตรพลิกศพจะใช้เวลาหลายวันเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดและครบถ้วน โดยจะมีการตรวจสอบอวัยวะภายใน การเก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อเพื่อตรวจหาสารต่างๆ การตรวจสอบระบบอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต และสมอง รวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุของบาดแผลที่พบบริเวณคิ้วขวา ผลการชันสูตรพลิกศพนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยในการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและทิศทางการสืบสวนคดีต่อไป
แนวทางการสืบสวนและการหาข้อเท็จจริง
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลักได้แถลงว่า จะเร่งดำเนินการสืบสวนหาความจริงในคดีนี้อย่างละเอียดและรอบด้าน โดยจะมีการสอบสวนพยานจากชาวบ้านในพื้นที่ที่อาจเคยพบเห็นผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ การตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในบริเวณใกล้เคียง หากมี เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้เสียชีวิตก่อนเสียชีวิต
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจะทำการสอบถามญาติและผู้ที่รู้จักกับผู้เสียชีวิตเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และพฤติกรรมในช่วงระยะเวลาก่อนเกิดเหตุ รวมถึงการตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมีการใช้ยาหรือสารเสพติดใดๆ หรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการประกอบการพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิต
ทฤษฎีและความเป็นไปได้ต่างๆ
จากข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ได้รับจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญได้วางแนวทางการสืบสวนไว้หลายทฤษฎี ซึ่งรวมถึง:
ทฤษฎีการเสียชีวิตตามธรรมชาติ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีอายุ 54 ปี และมีประวัติของปัญหาสุขภาพจิต อาจมีโรคประจำตัวที่ไม่ทราบหรือไม่ได้รับการรักษา ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หรือโรคอื่นๆ ที่ทำให้เสียชีวิตได้อย่างฉับพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้เสียชีวิตไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
ทฤษฎีการเสียชีวิตจากสภาพอากาศ ในช่วงเวลากลางคืนอากาศอาจเย็นจัด หรือในทางกลับกัน หากเป็นช่วงกลางวันอากาศอาจร้อนจัด ทำให้ผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกายและไม่มีที่กำบังอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศจนนำไปสู่การเสียชีวิต โดยเฉพาะในกรณีที่ร่างกายอ่อนแอและไม่มีเสื้อผ้ากันหนาวหรือกันแดด
ทฤษฎีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แม้ว่าจะพบบาดแผลที่คิ้วขวาเพียงเล็กน้อย แต่อาจเป็นสัญญาณว่าผู้เสียชีวิตอาจสะดุดล้มหรือกระทบกับวัตถุแข็งบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บภายในที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออาจทำให้เกิดอาการช็อกที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้
ทฤษฎีการเสียชีวิตจากการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตอาจได้รับสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการพิษหรือการทำงานของอวัยวะล้มเหลว นำไปสู่การเสียชีวิต โดยจะต้องรอผลการตรวจสารพิษและสารเสพติดจากการชันสูตรพลิกศพ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะไม่ด่วนสรุปหรือตัดสินใจก่อนที่จะได้รับผลการชันสูตรพลิกศพที่สมบูรณ์และครบถ้วน เพื่อความยุติธรรมและความถูกต้องในการดำเนินคดี
ประเด็นทางสังคมและข้อคิดที่ได้รับ
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญหลายประการเกี่ยวกับสังคมและการดูแลบุคคลที่มีความเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและผู้ที่ไม่มีที่พึ่งพิงหรือครอบครัวที่แข็งแรง นายประสงค์เป็นตัวอย่างของบุคคลกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ถูกมองข้ามและไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แม้ว่าเขาจะไม่ก่อปัญหาหรือเป็นอันตรายต่อใคร แต่การใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนและไม่มีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนทำให้เขาตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการประสบอันตรายหรือการเจ็บป่วยโดยไม่มีใครทราบหรือให้ความช่วยเหลือทันท่วงที
ชาวบ้านหลายคนแสดงความเสียใจและรู้สึกผิดที่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือหรือดูแลนายประสงค์มากกว่านี้ แม้ว่าเขาจะปฏิเสธความช่วยเหลือบ่อยครั้ง แต่หลายคนคิดว่าสังคมควรมีกลไกหรือระบบในการดูแลบุคคลกลุ่มนี้ให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก
บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมสุขภาพจิต และหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในการดูแลและช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและผู้ไร้ที่พึ่ง แม้ว่าจะมีระบบและกลไกในการช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติมักพบว่ายังมีช่องว่างและข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึงหรือไม่ต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสงเคราะห์และสุขภาพจิตหลายท่านชี้ให้เห็นว่า การดูแลบุคคลกลุ่มนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว โดยต้องมีการทำงานแบบบูรณาการและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าหรือชั่วคราว แต่ต้องมีการติดตามและดูแลอย่างเป็นระบบและยาวนาน
การเตรียมการจัดงานศพและการช่วยเหลือจากชุมชน
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ญาติของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันเตรียมการจัดงานศพให้กับนายประสงค์ โดยมีชาวบ้านหลายคนร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือในการจัดงาน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้ออาทรของคนในชุมชนที่มีต่อกัน แม้ว่าผู้เสียชีวิตจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ในวาระสุดท้ายของชีวิต เขาก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งหรือลืมเลือน
วัดคมนียเขตซึ่งเป็นสถานที่ที่พบศพได้ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดงานศพ และพระสงฆ์ในวัดได้ร่วมทำบุญและสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทของศาสนสถานในการเป็นศูนย์กลางของชุมชนและให้ความช่วยเหลือทางจิตใจแก่ประชาชน
สรุปและการรอผลการสืบสวน
ขณะนี้คดีการเสียชีวิตของนายประสงค์ เก่งเดียว ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนและรอผลการชันสูตรพลิกศพจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะได้รับผลอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลักยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียดและรอบด้าน เพื่อหาความจริงและสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตในครั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิตเป็นสำคัญ
สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ทุกคนต่างรอคอยผลการสืบสวนและหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนายประสงค์ เพื่อที่จะได้ปิดฉากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้และเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการดูแลและใส่ใจต่อคนในชุมชนที่มีความเปราะบางและต้องการความช่วยเหลือ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและผู้ที่ไม่มีที่พึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่คล้ายคลึงกันในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบเห็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ สามารถติดต่อแจ้งความหรือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลักได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและหาความจริงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น