ดาราสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน “มารี เบรินเนอร์” ถูกแจ้งข้อหาเมาขับ หลังปฏิเสธเป่าวัดแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจ

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง นำโดย พ.ต.ท.เฉลิมพล ผาชะลา สว.จราจร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและตรวจวัดแอลกอฮอล์ ณ หน้าโชว์รูมรถมอเตอร์เวย์ บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งมีรถเก๋งพอร์ชสีเขียวคันหนึ่ง ขับเข้ามายังจุดตรวจด้วยความเร็วปกติ เจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ที่จุดตรวจได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุด เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบตามปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้คนขับเปิดกระจกรถ สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือหญิงสาวหน้าตาดีที่มีสภาพร่างกายดูผิดปกติ มีอาการที่น่าสงสัยว่าอาจจะอยู่ในสภาวะมึนเมาจากสุรา ต่อมาจึงทราบว่าเป็น น.ส.มารี เบรินเนอร์ อายุ 33 ปี ดารานางแบบลูกครึ่งไทย-เยอรมันที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ผู้โดยสารในรถและสถานการณ์เริ่มซับซ้อน ภายในรถหรูคันดังกล่าวไม่ได้มีเพียงดาราสาวคนเดียว แต่ยังมีหนุ่มนักธุรกิจที่เป็นคนสนิทนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ และมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ทั้งหมดรวม 3 คน ซึ่งจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้นในภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหน้าที่ตามระเบียบ โดยขอให้ดาราสาวที่เป็นคนขับเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ เพื่อตรวจสอบว่าอยู่ในสภาวะมึนเมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาไม่เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่คาดคิด การขัดขวางและการปฏิเสธความร่วมมือ หนุ่มนักธุรกิจที่นั่งข้างคนขับได้แสดงออกถึงการไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ยอมให้ดาราสาวเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ และยังไม่ยอมให้ลงจากรถ พฤติกรรมดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้บรรยากาศที่จุดตรวจเริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามควบคุมสถานการณ์โดยให้รถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทาง เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรและเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางคนอื่น ๆ … Read more

ปิดตำนานนางรอง! “วีนา ปวีนา” คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 หลังสู้มา 4 ครั้ง เป็น MUT คนแรกในยุค “ณวัฒน์”

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเวทีนางงามไทยได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว เมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 เวทีการประกวด “Miss Universe Thailand 2025 : The New Era (มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 : เดอะ นิว เอร่า)” ได้สิ้นสุดลงด้วยความอลังการ โดยมีสาวงาม 77 คน จากทั่วประเทศไทยเข้าร่วมประกวดเพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนไทยสู่เวทีจักรวาล การประกวดครั้งนี้มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการประกวดครั้งแรกในยุคของ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนใหม่ ที่มีชื่อเสียงในฐานะเจ้าพ่อเวทีนางงามผู้ชำนาญการจัดงานอลังการระดับโลก และยิ่งพิเศษกว่านั้น ปลายปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ทำให้การคัดเลือกตัวแทนในครั้งนี้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ความอลังการของเวทีระดับโลก การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานระดับโลกที่ณวัฒน์ให้ความสำคัญ ด้วยการนำเสนอโปรดักชันที่อลังการครบครัน ทั้งแสง สี เสียง และเวทีที่ตกแต่งอย่างหรูหรา พิธีกรประจำเวทีคือ “แมทธิว ดีน” … Read more

ภรรยา “นายอลงกต” เผยความกังวล หลังชื่อสามีซ้ำ “หลวงพ่ออลงกต” วอนชี้แจงข้อเท็จจริงทำความกระจ่าง

คุณรุ่ง อายุ 55 ปี ภรรยาของนายอลงกต พลมุข ผู้เสียชีวิต ออกมาเผยความกังวลใจ หลังปรากฏข้อมูลว่าชื่อสามีของตนซ้ำกับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ และสามารถใช้เลขบัตรประชาชนของสามีโอนเงินเข้ามูลนิธิวัดได้ อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงเพื่อความสบายใจของครอบครัว ประเด็นการใช้เลขประจำตัวประชาชนที่ทำให้เกิดความสับสนระหว่างนายอลงกต พลมุข ข้าราชการผู้เสียชีวิตแล้ว กับพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความวิตกกังวลให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะภรรยาที่ต้องเผชิญกับความสงสัยและข้อกังขาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ภรรยาเผยความรู้สึกหลังเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับคุณรุ่ง อายุ 55 ปี ชาวตำบลบ้านใหญ่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นภรรยาของนายอลงกต พลมุข ผู้เสียชีวิต เพื่อรับฟังเรื่องราวและความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากประเด็นดังกล่าว คุณรุ่งได้เล่าถึงความสัมพันธ์ที่มีกับสามีว่า “เราคบกันมา 18-19 ปี พอมีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น ตนเองก็นึกถึงเรื่องที่เคยผิดสังเกตมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่แฟนยังมีชีวิตอยู่” เบาะแสแรกที่ทำให้สังเกต คุณรุ่งเผยว่า เคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ มาก่อนแล้ว โดยระบุว่า “มีบิลค่าโทรศัพท์ส่งมา … Read more

วิจัยเผยช็อก! “โฆษณาเล่นพนันปลอดภัย” ไม่ได้ป้องกัน แต่กระตุ้นให้เดิมพันมากขึ้น

องค์กร GambleAware เปิดผลวิจัยใหม่ชี้โฆษณาเซฟตี้เกมมิ่งกลายเป็นตัวจุดไฟ กลุ่มวัยรุ่นเสี่ยงสูงสุด ในยุคดิจิทัลที่การพนันออนไลน์แพร่กระจายไปทั่วโลก โฆษณา “เล่นพนันอย่างปลอดภัย” หรือที่เรียกกันในอุตสาหกรรมว่า “Safer Gambling Advertisements” กำลังถูกตั้งคำถามใหม่ หลังจากผลวิจัยล่าสุดจากองค์กร GambleAware แห่งสหราชอาณาจักรเผยให้เห็นความจริงที่น่าตกใจ ว่าโฆษณาเหล่านี้ไม่เพียงไม่ได้ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้เล่น แต่กลับกระตุ้นให้คนต้องการเดิมพันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดย Thinks Insight & Strategy ร่วมกับศาสตราจารย์ Elliot Ludvig จากมหาวิทยาลัยวอร์ริก (University of Warwick) ผ่านการทดลองแบบสุ่มควบคุม (Randomised Controlled Trial) เพื่อวัดผลกระทบที่แท้จริงของโฆษณาเหล่านี้ต่อพฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภค ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นสัญญาณเตือนใหญ่ต่ออุตสาหกรรมการพนันและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก โฆษณา “ปลอดภัย” ที่ไม่ปลอดภัย ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าโฆษณา Safer Gambling จากบริษัทเกมมิ่งชั้นนำหลายแห่งสร้างผลกระทบในทางตรงข้ามกับเจตนาที่ตั้งไว้ โฆษณาที่มีข้อความเช่น “Made To Play Safely” ของบริษัท 888 ถูกตีความโดยผู้ชมเกือบครึ่งหนึ่งว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าการพนันเป็นกิจกรรมที่สนุกและปลอดภัย แทนที่จะเป็นการเตือนใจให้ระวัง ในทำนองเดียวกัน โฆษณา “Top Tips … Read more

ครอบครัว “พลมุข” ยืนยันไม่เกี่ยวข้องพระอลงกต หลังพบชื่อ-นามสกุลตรงกับบุตรชายที่เสียชีวิตแล้ว

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 – กรณีที่ทำให้สาธารณชนและเครือญาติเกิดข้อสงสัยเมื่อพบว่าชื่อ-นามสกุลของพระอลงกต ตรงกับนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิตไปแล้ว 2 ปี รวมถึงชื่อบิดาที่เหมือนกัน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนและญาติพี่น้อง ล่าสุดครอบครัวของนายอลงกต พลมุขที่แท้จริงได้ออกมายืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพระอลงกต พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานราชการตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้เกิดความสงสัย จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์พบว่า นายอลงกต พลมุข เป็นข้าราชการกรมชลประทาน มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวดพระนครศรีอยุธยา เสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนคือชื่อและนามสกุลของท่านตรงกับพระอลงกต ที่มีชื่อเสียงในการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ ที่วัดพระบาทน้ำพุ นอกจากนี้ชื่อบิดาของทั้งสองคนยังตรงกันคือ นายเสริมวิทย์ พลมุข ซึ่งเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น ความเหมือนกันในรายละเอียดดังกล่าวทำให้ประชาชนและแม้กระทั่งเครือญาติของครอบครัวพลมุขเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดบัญชีบริจาคในนามของพระอลงกต ซึ่งชื่อตรงกับบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว คำยืนยันจากครอบครัวตัวจริง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังพื้นที่ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก นายเสริมวิทย์ พลมุข อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายอลงกต พลมุข ที่เสียชีวิตไปแล้ว คำแถลงของนายเสริมวิทย์ พลมุข … Read more

เด็กชาย ม.1 ราดน้ำมันจุดไฟเผาเด็ก 11 ขวบสาหัส กลางทุ่งนาสุรินทร์ – ตำรวจเร่งสอบหาความจริง

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วานนี้ ผู้ใหญ่บ้านอาม็อง หมู่ที่ 13 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเด็กชายถูกชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาสาดน้ำมันและจุดไฟเผากลางทุ่งนา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เด็กชายผู้ประสบเหตุคือ เด็กชายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “น้องไผ่” อายุ 11 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณศีรษะ คอ และหน้าอก เป็นแผลไหม้และแผลพุพองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ยังมีรอยไหม้ชัดเจน เบื้องต้นได้รีบนำส่งโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์อย่างเร่งด่วนแล้ว คำให้การของผู้ประสบเหตุ นายนัฐพล มาลัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอาม็อง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นผู้ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับหน่วย 1669 เล่าว่า ระหว่างรอรถพยาบาลมารับตัว ได้สอบถามเด็กชายผู้ประสบเหตุซึ่งยังมีสติดีอยู่ในขณะนั้น น้องไผ่ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุได้ไปที่ทุ่งนาพร้อมกับ “น้องเพชร” ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ประมาณเที่ยงวันมีชายคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาหา จากนั้นได้เอาน้ำมันมาราดใส่ใบหน้า แล้วจุดไฟเผา หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามถนน แต่มีเสื้อสีชมพูตกจากรถคันดังกล่าวอยู่บนถนน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของเพื่อนผู้ก่อเหตุที่วางไว้ในตระแกรงรถ หลังเกิดเหตุ น้องไผ่ได้ถอดเสื้อผ้าแล้วจุ่มตัวในน้ำที่บริเวณทุ่งนา จากนั้นเดินทางกลับบ้านแจ้งคุณยาย แล้วไปนอนพักที่แคร่หลังบ้าน เมื่อถูกสอบถามเพิ่มเติมว่าจำหน้าตาผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ เด็กชายตอบว่า … Read more

กรมการปกครองยืนยันหลวงพ่ออลงกตมีตัวตนจริง หลังข่าวลือเลขบัตรประชาชนซ้ำกับผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 21:19 น. เฟซบุ๊กเพจ กรมการปกครอง ซึ่งดำเนินการโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้โพสต์ข้อความชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน หลังจากที่มีข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของพระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนจำนวนมาก การชี้แจงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวที่อ้างว่าหลวงพ่ออลงกตมีเลขประจำตัวประชาชนเดียวกันกับบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้สร้างความสับสนและข้อสงสัยในหมู่ประชาชน รวมถึงผู้ที่มีศรัฆาต่อพระเกจิอาจารย์ท่านนี้ รายละเอียดข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ชัดเจน กรมการปกครองได้ดำเนินการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรอย่างละเอียดถี่ถ้วน และพบข้อเท็จจริงที่สำคัญดังนี้ ข้อมูลของพระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต): ชื่อในทะเบียนราษฎร: อลงกต พูลมุข (สังเกตว่ามีสระ “อู” ในนามสกุล) เลขประจำตัวประชาชน: x-xxxx-xxx036-50-7 ปีเกิด: พ.ศ. 2503 ข้อมูลของนายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิตแล้ว): ชื่อในทะเบียนราษฎร: อลงกต พลมุข (สังเกตว่าไม่มีสระ “อู” ในนามสกุล) เลขประจำตัวประชาชน: x-xxxx-xxx796-46-3 ปีเกิด: พ.ศ. 2505 จากข้อมูลที่ชัดเจนนี้ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองท่านเป็นคนละบุคคล มีความแตกต่างในหลายประการ ได้แก่ การสะกดนามสกุล ปีเกิด และที่สำคัญคือเลขประจำตัวประชาชนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ความสำคัญของความแม่นยำในข้อมูลทะเบียนราษฎร ระบบทะเบียนราษฎรของประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความแม่นยำและป้องกันการซ้ำซ้อนของข้อมูล … Read more

“หลวงพ่ออลงกต” แท้จริงคือใคร? – หลังพบเลขบัตรประชาชนซ้ำกับข้าราชการผู้ล่วงลับ

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 – คดีความข้องใจเรื่องตัวตนที่แท้จริงของ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยหลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่า เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของท่านมีความคล้ายคลึงหรือตรงกันกับข้าราชการผู้ล่วงลับแล้ว ทำให้เกิดคำถามใหญ่เกี่ยวกับการใช้ตัวตนของผู้อื่นและความโปร่งใสในการดำเนินกิจกรรมทางศาสนา ความเป็นมาของคดี วัดพระบาทน้ำพุในจังหวัดลพบุรีได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยกิจกรรมการรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์มาเป็นเวลานานหลายปี โดยหลวงพ่ออลงกตในฐานะเจ้าอาวาสได้เป็นผู้นำในการดำเนินกิจกรรมการกุศลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่การรักษาโรคเอดส์มีความก้าวหน้าและมีการพัฒนายารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในอดีต ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความจำเป็นและการใช้เงินบริจาคอย่างโปร่งใส การตรวจสอบและการติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ได้นำไปสู่การค้นพบที่น่าตกใจเมื่อมีการเปิดเผยว่า เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ปรากฏในเอกสารของหลวงพ่ออลงกต มีความสอดคล้องกับเลขประจำตัวของบุคคลผู้ล่วงลับแล้ว ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการ การเปิดเผยข้อมูลจากเอกสารทางการ ผู้สื่อข่าวได้รายงานจากการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดว่า ในใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกต พบเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ตรงกับเลขประจำตัวของผู้เสียชีวิตแล้ว การค้นพบนี้ได้สร้างคลื่นความตกใจและข้อสงสัยในหมู่ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในการบริจาคหรือสนับสนุนกิจกรรมของวัด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระบุว่า การยืนยันข้อมูลและการสืบสวนในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบจากหน่วยงานตำรวจ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แน่นอนและชัดเจน คำชี้แจงจากประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ นายเฉลิมพล พลมุข ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ได้ให้คำชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เกี่ยวกับกรณีที่ชื่อของหลวงพ่ออลงกต มีความคล้ายคลึงกับนายอลงกต พลมุข ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการที่เสียชีวิตแล้วในพื้นที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเฉลิมพลได้เปิดเผยว่า นายอลงกต พลมุข เป็นญาติสนิทของตน … Read more

บุกรวบสาวโรงงาน ผันตัวเป็นเซ็กซ์ครีเอเตอร์ ให้ผัวถ่ายวิดีโอขณะร่วมรักกับเด็กหนุ่มแปลกหน้า ก่อนโพสต์ลง Onlyfans หารายได้เสริม กวาดรายได้กว่า 4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 หน่วยงานตำรวจปราบปรามอาชญากรรมได้ดำเนินการจับกุมคู่รักสามีภรรยาที่ประกอบกิจการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ผ่านแพลตฟอร์ม OnlyFans โดยพบการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายประการ รวมถึงการใช้เยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีร่วมในการผลิตเนื้อหาดังกล่าว การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่งในย่านถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ได้รับหมายจับศาลอาญาเลขที่ 4839 และ 4840/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้ต้องหาและข้อหาที่ถูกจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองคือ นายภาคภูมิ (นามสกุลถูกสงวนไว้) อายุ 29 ปี และ นางสาวกีรติ (นามสกุลถูกสงวนไว้) อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงหลายประการ ได้แก่ ข้อหาหลักที่ถูกจับกุม: ร่วมกันค้ามนุษย์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกเด็ก นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามก ร่วมกันค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก ร่วมกันพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ร่วมกันขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร ของกลางที่ตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางสำคัญหลายชิ้น ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ชุดว่ายน้ำ 1 … Read more

บุกจับคู่สามีภรรยา ข้อหาล่อลวงเยาวชนหลับนอนกับเมีย ถ่ายคลิปอัพลง Onlyfans หารายได้เสริม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 พันเอกทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอกก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผู้กำกับการฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และ พันตำรวจโทสุรศักดิ์ หญีตบึ้ง รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสองราย ประกอบด้วย นายภาคภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี และ นางสาวกีรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี การจับกุมเกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่งบริเวณถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4839-4840/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 โดยทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาความผิดร้ายแรงหลายประการ รวมถึงการค้ามนุษย์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกเด็ก การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามก การค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก การพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และการขู่เข็ญชักจูงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร ของกลางที่ยึดได้และการสืบสวน ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางสำคัญได้หลายรายการ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ชุดว่ายน้ำ 1 … Read more