ชายผู้ต้องหาฆาตกรรมถูกกล่าวหาว่าสั่งให้ภรรยาและลูกชาย ‘หั่นศพ’ เหยื่อด้วยเลื่อยโซ่ก่อนกำจัดซาก

คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เอเวอร์ตัน โทมัส วัย 41 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมเกี่ยวกับการหายตัวไปของแฮโรลด์ มิลเลอร์ จูเนียร์ วัย 48 ปี เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2025 สำนักงานอัยการมณฑลแคมเดน (Camden County Prosecutor’s Office – CCPO) ได้เปิดเผยรายละเอียดคดีฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยเอเวอร์ตัน โทมัส ชายวัย 41 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมแฮโรลด์ มิลเลอร์ จูเนียร์ วัย 48 ปี เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา คดีนี้มีความน่าสะพรึงกลัวเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้สั่งให้ภรรยาและลูกชายของเขาช่วยกันฟันศพเหยื่อเป็นชิ้นๆ ด้วยเลื่อยโซ่ก่อนนำไปกำจัดทิ้ง ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศแคนาดา รายละเอียดการหายตัวของเหยื่อ นายแฮโรลด์ มิลเลอร์ จูเนียร์ วัย 48 ปี ถูกรายงานการหายตัวต่อกรมตำรวจเทศบาลเดปต์ฟอร์ด (Deptford Township Police Department – … Read more

วิกฤตบัญชีม้า: เมื่อมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์กลับกระทบประชาชนผู้บริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 รายการโหนกระแสที่ออกอากาศทางช่อง 3 โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้นำเสนอปัญหาที่กำลังส่ายเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย นั่นคือกรณีการอายัดบัญชีธนาคารของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกพ่วงเข้ากับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์โดยไม่ได้ตั้งใจ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลายแสนคนทั่วประเทศ ตั้งแต่คนขับแกร็บคาร์ ช่างเสริมสวย ไรเดอร์ส่งอาหาร ไปจนถึงพยาบาลและพนักงานบริษัท ต่างต้องประสบกับปัญหาการถูกอายัดบัญชีทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ การอายัดบัญชีที่เริ่มต้นจากการแจ้งความออนไลน์ผ่านหมายเลข 1441 กลับกลายเป็นดาบสองคมที่แม้จะช่วยป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ได้บ้าง แต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก เมื่อกระบวนการปลดอายัดมีความล่าช้าและซับซ้อนมากกว่าการอายัดหลายเท่าตัว เสียงร้องจากผู้เสียหายตัวจริง ในรายการดังกล่าว ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ และทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่กฎหมายสภาทนายความ ได้ร่วมสัมภาษณ์ผู้เสียหายหลายรายที่ถูกอายัดบัญชีอย่างไม่เป็นธรรม กรณีของแมงป่อง – คนขับแกร็บคาร์ผู้บริสุทธิ์ แมงป่อง คนขับแกร็บคาร์วัย 35 ปี เล่าถึงประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ในเดือนมีนาคม 2568 เขาได้รับงานขับรถไปส่งผู้โดยสารที่สถานีตำรวจโพธิ์แก้ว ระหว่างทางผู้โดยสารได้ขอให้รอเพื่อกลับมาที่เดิม โดยสัญญาว่าจะจ่ายเพิ่มเป็นพันบาท “ระหว่างรอ เขาให้ผมถอดสร้อยข้อมือทองคำ ผมไม่ทำเพราะรู้สึกเอะใจ” แมงป่องเล่าถึงความผิดปกติที่เขาสังเกตเห็น หลังจากนั้นผู้โดยสารได้ขอเลขบัญชีและโอนเงิน 780 บาทเข้าบัญชีของเขา ซึ่งแมงป่องเข้าใจว่าเป็นค่าโดยสารไปกลับ … Read more

สังคมไทยตกเป็นเหยื่อ “Toxic Positivity” นักจิตบำบัดเตือนการคิดบวกจนเป็นพิษกำลังทำลายสุขภาพจิตคนไทย

วิเคราะห์ลึกปรากฏการณ์การคิดบวกที่เกินขอบเขต ส่งผลให้คนไทยหลุดจากความเป็นจริง ขาดทักษะแก้ปัญหา และเพิ่มภาระหนี้ครัวเรือน สังคมไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่อาจดูดีจากภายนอก แต่กลับแฝงอันตรายอย่างมาก นั่นคือ “Toxic Positivity” หรือการคิดบวกจนเป็นพิษ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและการแก้ปัญหาของคนไทยอย่างรุนแรง นักจิตบำบัด Whitney Goodman ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ ได้เสียงเตือนว่า การคิดบวกมากเกินไปจนทำให้เราไม่อยู่กับความเป็นจริง กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีวัฒนธรรม “Good Vibes Only” และการใช้ความตลกกลบเกลื่อนปัญหาจริงจัง ภาวะ Toxic Positivity คืออะไร ภาวะ Toxic Positivity หรือการคิดบวกจนเป็นพิษ เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นจากการใช้คำพูด คำคม และแนวคิดพัฒนาตัวเองเป็นแรงบันดาลใจเพื่อปลอบใจ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอของเรื่องนั้น การคิดบวกเพียงอย่างเดียวกลายเป็นการหลบหนีจากความเป็นจริงและการรับผิดชอบต่อปัญหาที่แท้จริง ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนต้องการหาทางออกจากปัญหา แต่กลับได้รับเพียงคำพูดดีๆ หรือคำคมสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริง การปฏิเสธความเป็นจริงด้วยการปลอบใจด้วยคำพูดสวยหรู หรือการบอกว่าสิ่งแย่ๆทั้งหลายเกิดขึ้นจากความคิดลบของเราเอง วิกฤตหนี้ครัวเรือนไทยเชื่อมโยงกับ Toxic Positivity ปรากฏการณ์ที่น่าวิตกคือ สถิติหนี้ครัวเรือนของไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมี Money Coach และผู้เชี่ยวชาญทางการเงินให้คำแนะนำมาอย่างยาวนาน หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหานี้มาจาก Toxic Positivity ที่ทำให้คนไทยเชื่อว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้” … Read more

วัยกลางคนไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ คุณรวิศเผยสูตรลับสู่ความสำเร็จในหนังสือ “Midlife”

นักธุรกิจชื่อดังแนะแนวทางการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในช่วงวัยกลางคน พร้อมเปิดเผย 12 หลักการสำคัญที่จะเปลี่ยนมุมมองการมองชีวิตไปตลอดกาล วัยกลางคนมักถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เริ่มเดินทางลงเนิน เป็นวัยที่ต้องยอมรับกับข้อจำกัด และเริ่มวางแผนเกษียณ แต่คุณรวิศ นักธุรกิจและนักเขียนชื่อดัง กลับมองว่าวัยกลางคนคือจุดเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความเป็นไปได้ผ่านหนังสือล่าสุด “Midlife: Mission To The Moon” ที่กำลังสร้างกระแสในหมู่ผู้อ่านวัยทำงาน หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่คู่มือการใช้ชีวิต แต่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่คอยให้คำปรึกษาและกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในวัยกลางคน ด้วยการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ส่วนตัว ปรัชญาชีวิต และเทคนิคปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง วัยกลางคน: ช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวตน คุณรวิศอธิบายว่าวัยกลางคนเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและท้าทาย เป็นวัยที่อยู่ครึ่งกลางระหว่างความสดใสของวัยรุ่นและความเก๋าเกมของวัยชรา เป็นวัยที่ถ้าจะทำตัวโผงผ่างแบบเด็กก็ดูไม่เข้าที แต่ถ้าจะเป็นเสือเฒ่าเก๋าเกมก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น “วัยกลางคนเป็นวัยที่เราต้องหาสมดุลใหม่ ทั้งในด้านการทำงาน ครอบครัว และตัวตนของเราเอง” คุณรวิศกล่าว “มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองใหม่ว่า เราอยากเป็นใครและอยากทำอะไรในช่วงครึ่งหลังของชีวิต” การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวัยกลางคนไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ทั้งร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนไป ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และความกดดันจากสังคมที่คาดหวังให้เราประสบความสำเร็จตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่คุณรวิศเชื่อว่าการเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น 12 หลักการสำคัญสู่ความสำเร็จในวัยกลางคน หนังสือ “Midlife:” นำเสนอ 12 หลักการสำคัญที่คุณรวิศได้รวบรวมจากประสบการณ์และการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลักการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง หลักการที่ 1: ความสำเร็จไม่ได้วัดจากการชนะ คุณรวิศชี้ให้เห็นว่าแม้แต่นักเทนนิสระดับโลกก็ชนะแต้มเพียงแค่ครึ่งเดียวของการแข่งขันทั้งหมด สิ่งที่วัดความสำเร็จได้จริงคือความสามารถในการเด้งกลับมาสู้ต่อในวันที่เราพ่ายแพ้ และการเรียนรู้จากความพ่ายแพ้นั้น การมองความล้มเหลวเป็นบทเรียนจะช่วยให้เราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น … Read more

นักลงทุนพันล้านเผยสูตรสำเร็จ: “ทุกคนสามารถรวยได้” หากรู้วิธีคิดอย่างนักวิทยาศาสตร์

Naval Ravikant ผู้ประกอบการและนักลงทุนชื่อดัง ปล่อยความจริงที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ในบทสัมภาษณ์ยาว 2 ชั่วโมง ที่อาจเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับความสำเร็จและความมั่งคั่งไปตลอดกาล ในโลกที่เต็มไปด้วยหนังสือ Self-help และคอร์สสอนทำเงินนับไม่ถ้วน Naval Ravikant นักลงทุนและผู้ประกอบการที่สร้างอาณาจักรมูลค่าพันล้านบาทจากศูนย์ กลับนำเสนอแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง เขาได้เปิดเผยหลักการและมุมมองที่อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ฟังไปตลอดกาล “ทุกคนสามารถรวยได้” – ปฏิวัติความคิดเรื่องความมั่งคั่ง ความรวยไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาหรือพรสวรรค์ Naval Ravikant เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า “ทุกคนสามารถรวยได้” หากเข้าใจวิธีคิดแบบวิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์ ความเชื่อนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดให้กำลังใจ แต่เป็นทัศนคติที่มีรากฐานจากการวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน เขาชี้ให้เห็นว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์และเทคโนโลยีอัตโนมัติจะเข้ามาทำงานที่เป็นรูทีนแทนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการล้างจาน การขับรถ หรือการส่งของ ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การค้นคว้า และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น ระบบการศึกษาคือกุญแจสำคัญ Naval เน้นย้ำว่าความรวยไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ที่เกิดมาพร้อม แต่เป็นเรื่องของ “วิธีคิด” และ “ระบบการศึกษา” ที่เหมาะสม การฝึกฝนให้สมองทำงานแบบนักวิเคราะห์และการเข้าใจเทคโนโลยีจะเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในอนาคต ไม่ใช่สิทธิพิเศษของกลุมคนบางกลุ่มเท่านั้น พลังแห่งความเงียบ: “เรียนรู้ที่จะนั่งนิ่ง” ความเงียบคือพลังเหนือมนุষย์ ในข้อความที่น่าสนใจที่สุดข้อหนึ่งของการสัมภาษณ์ Naval … Read more

นักจิตบำบัดสาวสหรัฐฯ เผย 13 สิ่งที่คนจิตใจเข้มแข็งไม่เคยทำ หลังเสียคนรักติดต่อกัน 3 ครั้ง

เมื่อชีวิตโจมตีเราด้วยความทุกข์ทรมานอย่างไม่หยุดหย่อน คุณจะเลือกยอมแพ้หรือลุกขึ้นสู้? คำถามนี้คือสิ่งที่ Amy Morin นักจิตบำบัดชาวอเมริกันต้องเผชิญหน้าเมื่อชีวิตของเธอกลายเป็นละครเศร้าที่ไม่มีใครอยากจะเป็น ในวัย 23 ปี ขณะที่ชีวิตกำลังเดินไปในทิศทางที่ดี แม่ของเธอกลับเสียชีวิตอย่างกระทันหัน สามปีต่อมาเมื่ออายุ 26 ปี สามีที่เธอรักก็จากไปโดยไม่มีประวัติป่วยมาก่อน และเมื่ออายุ 31 ปี พ่อตาที่เธอรักเหมือนเพื่อนสนิทก็ตามคนอื่นไป จากจุดต่ำสุดสู่การค้นพบสูตรความแข็งแกร่งทางใจ “ในช่วงเวลานั้น ฉันเกือบจะยอมแพ้กับชีวิต” Morin เล่าถึงช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต “แต่ในฐานะนักจิตบำบัด ฉันรู้ว่าต้องมีทางออก” เธอจึงหันมานั่งเขียนรายการสิ่งที่คนจิตใจเข้มแข็งไม่ทำ โดยใช้ความรู้ทางจิตวิทยาบำบัดเป็นพื้นฐาน รายการ 13 ข้อนี้ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎีบนกระดาษ แต่เป็นคู่มือปฏิบัติที่ช่วยให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต และต่อมาได้กลายเป็นหนังสือขายดีระดับนานาชาติที่ช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกนับล้าน หลักการสำคัญ: หยุดทำสิ่งที่ทำร้าย แทนที่จะเพิ่มสิ่งที่ดี “การสร้างความแข็งแกร่งทางใจไม่ใช่การเพิ่มสิ่งดีๆ เข้าไปในชีวิต แต่เป็นการหยุดทำสิ่งที่ทำลายเรา” Morin อธิบายแนวคิดหลักของเธอ “มันเหมือนการออกกำลังกาย ถ้าคุณวิ่งทุกวันแต่กลับมากินโดนัทวันละ 10 ชิ้น คุณก็จะไม่เห็นผล” การวิจัยทางจิตวิทยาสมัยใหม่สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยระบุว่าการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตมีประสิทธิภาพมากกว่าการพยายามเพิ่มกิจกรรมเชิงบวกเข้าไปในชีวิต 13 สิ่งที่คนจิตใจเข้มแข็งไม่เคยทำ 1. ไม่สงสารตัวเอง คนที่มีจิตใจแข็งแกร่งจะไม่จมอยู่กับความรู้สึก “น่าสงสาร” หรือโทษชะตากรรม … Read more

ศิลปะแห่งการ “ไม่ต้องสู้” กลยุทธ์โบราณ 2,500 ปี ที่ยังใช้ได้ในยุคดิจิทัล

แม่ทัพซุนวูเผยสูตรชัยชนะ “ชนะตั้งแต่ก่อนเริ่มต้น” เปลี่ยนโลกธุรกิจและการใช้ชีวิตยุคใหม่ เมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว นักยุทธศาสตร์ชาวจีนผู้ยิ่งใหญ่ ซุนวู ได้เขียนตำนานแห่งกลยุทธ์ที่เรียกว่า “The Art of War” ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นให้คนเก่งกาจในการรบมากขึ้น แต่กลับสอนให้ “รบให้น้อยลง” และที่สำคัญคือ “ชนะโดยไม่ต้องสู้” หลักการเหล่านี้ในปัจจุบันได้กลายเป็นแนวทางสำคัญที่นักธุรกิจ ผู้นำองค์กร และผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจและสังคมมีความรุนแรงมากขึ้น รู้เขารู้เรา สู่ชัยชนะอย่างยั่งยืน หลักการแรกและสำคัญที่สุดของซุนวู คือ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่การรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองและคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการอ่านบริบทของสถานการณ์ การเข้าใจธรรมชาติของเกมที่กำลังเล่น และการรู้ว่าใครเป็นใคร ใครจริงใจ ใครเสแสร้ง ในโลกธุรกิจสมัยใหม่ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้เวลาในการศึกษาตลาด คู่แข่ง และลูกค้าอย่างละเอียดก่อนที่จะลงทุนหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ พวกเขาไม่เพียงแต่มองที่ตัวเลขยอดขายหรือส่วนแบ่งการตลาดเท่านั้น แต่ยังเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มของอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในอนาคต ชนะก่อนสู้ ยุทธศาสตร์สูงสุดของการไม่ต่อสู้ “ศิลปะสูงสุดแห่งสงคราม คือการปราบศत็รูโดยไม่ต้องรบ” ประโยคนี้สะท้อนถึงความคิดที่ลึกซึ้งของซุนวู ที่เชื่อว่าการชนะที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสนามรบ แต่เกิดขึ้นก่อนที่สงครามจะเริ่มต้น แนวคิดนี้ได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ในกลยุทธ์ “Blue Ocean Strategy” … Read more

เปิดเคล็ดลับธุรกิจยั่งยืน: เมื่อการบริหารธุรกิจเปรียบได้กับการขับเครื่องบินทะยานฟ้า

ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายที่สูงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบาลานซ์ทุกองค์ประกอบให้ทำงานสอดประสานกัน ดังเช่นการบินของเครื่องบินที่ต้องอาศัยทุกชิ้นส่วนทำงานอย่างสมบูรณ์ ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง หลายธุรกิจประสบความล้มเหลวแม้จะมียอดขายที่ดี สาเหตุหลักมักมาจากการไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานของการบริหารธุรกิจอย่างถูกต้อง โดนัลด์ มิลเลอร์ ผู้เขียนหนังสือ “Business Made Simple” ได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจโดยเปรียบเทียบการดำเนินธุรกิจกับการบินของเครื่องบิน ซึ่งต้องอาศัยทุกส่วนประกอบทำงานร่วมกันอย่างสมดุลจึงจะสามารถทะยานสู่ฟ้าได้อย่างมั่นคง หลักการสำคัญ: ธุรกิจคือเครื่องบินที่ต้องการความสมดุล การเปรียบเทียบธุรกิจกับเครื่องบินมิใช่เรื่องบังเอิญ เครื่องบินจะบินได้ต้องอาศัยหลักการทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อน โดยต้องมีแรงยกที่เพียงพอต่อการต้านแรงโน้มถ่วงและน้ำหนักของตัวเครื่อง ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจก็ต้องการ “แรงยก” จากรายได้ที่เพียงพอต่อการรองรับ “น้ำหนัก” ของค่าใช้จ่ายต่างๆ ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการบริหารธุรกิจคือการมองเฉพาะด้านยอดขาย โดยละเลยการควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการองค์ประกอบอื่นๆ ของธุรกิจ ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งประสบปัญหาการขาดทุนแม้จะมีรายได้ที่ดู “น่าประทับใจ” ก็ตาม 1. Overhead (ค่าใช้จ่ายคงที่): หัวใจสำคัญของความอยู่รอด ส่วนประกอบแรกที่มิลเลอร์เน้นย้ำว่าสำคัญที่สุดคือ “ตัวเครื่องบิน” หรือในทางธุรกิจคือค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำหนักที่ธุรกิจต้องแบกรับทุกวันไม่ว่ายอดขายจะดีหรือไม่ก็ตาม ค่าใช้จ่ายคงที่ที่สำคัญ ได้แก่: ค่าเช่าสถานที่ทำการ เงินเดือนพนักงาน ค่าประกันสังคมและสวัสดิการ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของกิจการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำ การควบคุมต้นทุนคงที่เป็นศิลปะที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ หากไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจจะเหมือนเครื่องบินที่มีน้ำหนักมากเกินไป ไม่สามารถบินได้นานและจะต้องลงจอดก่อนถึงจุดหมาย หลายธุรกิจมักเข้าใจผิดว่าการเติบโตต้องมาพร้อมกับการเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความจริงแล้ว ธุรกิจที่ยั่งยืนคือธุรกิจที่สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเครื่องมากเกินไป … Read more

จากเด็กขายถุงขยะสู่มหาเศรษฐีพันล้าน: บทเรียนแห่งความสำเร็จจาก Mark Cuban ผู้ลงทุนระดับโลก

การเดินทางของชายคนหนึ่งจากครอบครัวธรรมดาในเมือง Pittsburgh สู่การเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา ในโลกของการประกอบการและการลงทุน ไม่มีใครที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจได้มากเท่ากับ Mark Cuban หนึ่งในนักลงทุนตัวจริงใน Shark Tank และเจ้าของทีมบาสเกตบอล Dallas Mavericks ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์ การเดินทางของเขาจากเด็กขายถุงขยะไปสู่การเป็นมหาเศรษฐีพันล้านนั้น เต็มไปด้วยบทเรียนอันมีค่าที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรศึกษาและนำไปปรับใช้ การสร้างโอกาสแทนการรอคอย Mark Cuban เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำกล่าวที่ว่า “โอกาสเกิดขึ้นจากการลุย ไม่ใช่การรอโอกาส” เขาไม่เคยยอมรับที่จะนั่งรอคอยสิ่งดีๆ เกิดขึ้น แต่เลือกที่จะสร้างโอกาสด้วยมือของตัวเอง การเติบโตจากเด็กขายถุงขยะใน Pittsburgh จนกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน เจ้าของบริษัท Broadcast และเจ้าของทีม Dallas Mavericks นั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความจริงข้อนี้ วัยเด็กที่หล่อหลอมนักธุรกิจ Mark Cuban เกิดและเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางใน Pittsburgh, Pennsylvania พ่อของเขาเป็นวิศวกรโรงงาน ส่วนแม่เป็นพนักงานธนาคาร แม้จะมาจากครอบครัวธรรมดา แต่เขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของนักธุรกิจตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ ด้วยการขายถุงขยะและแสตมป์ในงานต่างๆ ของโรงเรียน “อย่ารอโอกาส จงสร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะแค่ขายขยะหรือสติกเกอร์ ทุกงานเล็กคือการฝึก … Read more

ความลับของคนเก่ง ไม่ใช่ IQ สูง แต่คือการมี “Database” ในสมองมากกว่าคนอื่น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการเล่าเรื่องชื่อดัง เผยทฤษฎีใหม่ว่า “ความเก่ง” ไม่ได้มาจากพรสวรรค์ แต่มาจากการสะสมฐานข้อมูลในสมอง ในยุคที่ทุกคนแข่งขันกันเรื่องความสามารถและพรสวรรค์ บทความล่าสุดจาก Sean D’Souza นักเขียนและนักการตลาดชื่อดังที่สร้างรายได้กว่า 500,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 20 ล้านบาท) ได้เปิดเผยทฤษฎีที่อาจเปลี่ยนวิธีคิดของเราเกี่ยวกับ “ความเก่ง” ไปตลอดกาล Sean D’Souza ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน นักการตลาด นักวาดการ์ตูน และครูสอนการเล่าเรื่อง ได้เขียนบทความเรื่อง “How To Become Smarter By Utilising The Database Concept” โดยเสนอแนวคิดที่ว่า คนที่เราเรียกว่า “เก่ง” หรือ “มีพรสวรรค์” จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดมาพิเศษ แต่เป็นเพราะพวกเขามี “ฐานข้อมูลในสมอง” มากกว่าคนอื่นเท่านั้น แนวคิด Database ในสมองมนุษย์ Sean อธิบายแนวคิดนี้ด้วยการเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย หากมีคอมพิวเตอร์อยู่สองเครื่อง เครื่องหนึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับอะไรเลยนอกจากปลั๊กไฟ ส่วนอีกเครื่องหนึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เครื่องไหนจะมีประโยชน์มากกว่า คำตอบชัดเจนคือเครื่องที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย “แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับการเรียนรู้ของมนุษย์” … Read more