“หมิว สิริลภัส” โต้กลับอย่างแรง หลังถูก “แขก คำผกา” บูลลี่โรคซึมเศร้ากลางรายการ

น.ส.สิริลภัส กองตระการ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมิว” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนและแรงกล้า หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกพิธีกรชื่อดัง “แขก คำผกา” กระทำการบูลลี่เรื่องโรคซึมเศร้าของเธอกลางรายการโทรทัศน์ เหตุการณ์ที่จุดชนวนการโต้กลับ เหตุการณ์ที่ทำให้ “หมิว สิริลภัส” ต้องออกมาปกป้องตัวเองเกิดขึ้นในระหว่างรายการโทรทัศน์ที่มี “แขก คำผกา” เป็นพิธีกร โดยในรายการดังกล่าว แขก คำผกา ได้กล่าวถึงเรื่องโรคซึมเศร้าของหมิวในลักษณะที่ดูหมิ่น พร้อมทั้งเรียกชื่อด้วยคำนำหน้าที่ไม่สุภาพ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าแขกรับเชิญอีก 2 คน ที่เป็นอดีตพิธีกรของสื่อช่องดัง โดยทั้งสองคนดังกล่าวไม่เพียงแต่ไม่ห้ามปราม แต่ยังหัวเราะไปด้วย สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้รุนแรงขึ้นคือการที่แขก คำผกา ใช้คำว่า “อีหมิว” ในการเรียกชื่อ ซึ่งถือเป็นการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพและขาดความเคารพต่อผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ถูกพูดถึงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน การตอบโต้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และหลักการ หมิว สิริลภัส ได้แชร์คลิปวิดีโอช่วงที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งข้อความที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกและจุดยืนของเธออย่างชัดเจน โดยเธอได้ยืนยันว่าตนเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจริง และกำลังอยู่ในระหว่างการรักษา ซึ่งเป็นความจริงที่เธอไม่เคยปกปิด สิ่งที่น่าสนใจในการตอบโต้ครั้งนี้คือการที่หมิวได้นำนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทยมาอ้างอิง โดยเฉพาะมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้เรื่องสุขภาพจิตเป็นวาระแห่งชาติ และการจัดตั้ง “Mind Month” ขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้แต่รัฐบาลที่แขก คำผกา อาจจะให้การสนับสนุนก็ยังมีนโยบายที่ชัดเจนในการดูแลเรื่องสุขภาพจิต การวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ในข้อความที่หมิวโพสต์ … Read more

ทักษิณทรานซิตสิงคโปร์แล้ว เตรียมเดินทางกลับไทยเย็นนี้ รอฟังคำพิพากษาคดีสำคัญชั้น 14

การเดินทางของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับสู่แผ่นดินไทยหลังจากการเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากมาย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการประกาศคำพิพากษาในคดีสำคัญที่ศาลฎีกา ตามข้อมูลจากระบบติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 เมื่อกลางคืนวันที่ 7 กันยายน เวลาประมาณ 23.45 น. ตามเวลาประเทศไทย เครื่องบินส่วนตัว Bombardier Global 7500 ของนายทักษิณได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอัลมักตุม ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในขณะนั้นเป็นเวลา 20.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น การลงจอดที่สิงคโปร์ หลังจากการบินข้ามคืนที่ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง เครื่องบินลำดังกล่าวได้ลงจอดที่สิงคโปร์อย่างปลอดภัยเมื่อเวลาประมาณ 06.50 น. ตามเวลาประเทศไทย การเดินทางครั้งนี้ใช้เส้นทางบินตรงจากดูไบไปยังสิงคโปร์ โดยไม่มีการแวะพักระหว่างทาง ข้อมูลที่น่าสนใจคือ การติดตามเที่ยวบินของนายทักษิณในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอันดับหนึ่งของโลกบนแพลตฟอร์ม Flightradar24 โดยในเวลา 06.59 น. แม้ว่าเครื่องบินจะลงจอดที่สิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว ยังคงมีผู้ติดตามมากกว่า 3,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจของสาธารณชนต่อการเดินทางในครั้งนี้ แผนการเดินทางกลับไทย ตามรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ นายทักษิณมีกำหนดเดินทางต่อจากสิงคโปร์กลับสู่ประเทศไทยในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยคาดว่าจะออกเดินทางประมาณเวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การเดินทางจากสิงคโปร์มายังกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ … Read more

รถกระบะขนไม้เก่าพลิกคว่ำกลางถนนเพชรเกษม เปิดโปงเครือข่ายค้ายาบ้ายักษ์ใหญ่ มูลค่ากว่า 32 ล้านบาท

เมื่อเช้าวันที่ 7 กันยายน 2568  เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ณ ถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271+100 บริเวณหมู่บ้านฟากนา ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ที่เป็นเส้นทางสัญจรสำคัญเชื่อมโยงระหว่างภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรสามกระทาย ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนเพชรเกษม โดยเบื้องต้นรายงานระบุว่าเป็นเหตุการณ์ยางรถระเบิดทำให้รถกระบะพลิกคว่ำ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับ ร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน และทีมงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ สิ่งที่พบเห็นทำให้เกิดความประหลาดใจอย่างมาก รถกระบะบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กรุงเทพมหานครนั้น ไม่เพียงแต่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ภายในซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินหลายสิบล้านบาท การค้นพบยาเสพติดและรายละเอียดของกลาง สภาพของรถกระบะที่เกิดอุบัติเหตุแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการพลิกคว่ำ ตัวถังรถชำรุดเสียหายอย่างหนัก รั้วกระบะฉีกขาด และไม้เก่าที่บรรทุกมาได้หล่นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการปรากฏของกล่องโฟมจำนวนมากที่ตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่ากล่องโฟมทั้งหมด 54 กล่อง ได้รับการห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสและปิดผนึกด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา … Read more

“ทนายพัช” เปิดคดีใหญ่ ทนายชื่อดังใช้บัตรประชาชน 2 ชุด “พฤติกรรมคล้าย 18 มงกุฎ” ซ้ำยังสมัครนายกสภาทนายความต่อเนื่อง

วันที่ 7 กันยายน 2568 กลายเป็นวันที่วงการกฎหมายไทยต้องเผชิญกับคดีที่น่าตกใจ เมื่อนางสาวธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือที่รู้จักในนาม “ทนายพัช” เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อแจ้งความร้องขอให้มีการตรวจสอบประวัติของทนายความชื่อดังรายหนึ่ง ที่เธอสงสัยว่ามีการใช้เลขบัตรประชาชนถึง 2 ชุด โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จุดเริ่มต้นของการค้นพบความผิดปกติ ความผิดปกติเริ่มต้นขึ้นในปี 2562 เมื่อทนายพัชได้รับมอบหมายจากลูกความให้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับทนายความรายหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังเตรียมเอกสารการฟ้องร้อง ได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ถูกฟ้องอย่างละเอียด จนพบความผิดปกติที่น่าตกใจ “ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอไปตรวจสอบข้อมูลลึกๆ แล้ว พบว่าทนายคนนี้กลับกลายเป็นมี 2 บุคคล มีที่อยู่ทะเบียนบ้าน 2 ที่ โดยอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าบ้าน อีกคนเป็นผู้อาศัย” ทนายพัชกล่าวในการให้สัมภาษณ์ สิ่งที่ทำให้เธอสงสัยมากขึ้นคือ ทั้ง 2 บุคคลนี้มีวันเดือนปีเกิดเหมือนกัน มีบิดามารดาคนเดียวกัน แต่มีเลขประจำตัวประชาชนที่แตกต่างกัน ซึ่งตามหลักการแล้วเลขประจำตัวประชาชนจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นเลข 13 หลักที่มีตั้งแต่เกิด การเปรียบเทียบกับคดี “18 มงกุฎ” ทนายพัชได้เปรียบเทียบกรณีนี้กับคดีของ “ทิดจอร์จ” หรือพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ที่เคยเปลี่ยนชื่อนามสกุลและเลขบัตรประชาชนเพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร และต่อมาจึงเปิดเผยความผิดมากมายของกลุม “18 … Read more

เปิดใจชู้รักฆ่าทหารเรือ เผยความจริงเจ็บปวด หลังรักสามเส้าจบด้วยเลือด

กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 กันยายน 2568 เมื่อมีคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักแล้วใช้ปืนยิงสังหาร พันจ่าอากาศเอกณภัทร มีเผือก อายุ 38 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างซ่อมรถในแผนกซ่อมรถ กองบัญชาการสนับสนุน ฐานทัพเรือภาคที่ 3 จนเสียชีวิตในบ้านพักของตนเอง เส้นทางสู่การฆาตกรรม เริ่มจากรักเก่าที่ไม่อาจลืม จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้เสียชีวิต ภรรยาของเขา และชายหนุ่มที่เคยมีความสัมพันธ์รักใคร่กับภรรยาของพันจ่าอากาศเอกณภัทรมาก่อน ผู้ต้องหาในคดีนี้คือ นายศักดิ์สิทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “บาส” อายุ 28 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลกรูด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปพักอาศัยที่บ้านเพื่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมได้ การสารภาพที่เผยความจริงอันเจ็บปวด ในช่วงเย็นของวันที่ 6 กันยายน 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ได้ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเล่าถึงความสัมพันธ์ที่เขามีกับภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่า “นางสาวเอ” เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ตามคำให้การของผู้ต้องหา เขาเล่าว่าตนเองเคยมีความสัมพันธ์รักใคร่กับนางสาวเอมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา นางสาวเอได้ตัดสินใจแต่งงานกับพันจ่าอากาศเอกณภัทร ซึ่งเป็นทหารเรือที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ฐานทัพเรือในจังหวัดพังงา ความรักที่ไม่มีวันจบสิ้น กลายเป็นต้นเหตุแห่งหายนะ ด้วยลักษณะงานของพันจ่าอากาศเอกณภัทรที่เป็นทหารเรือ ทำให้เขาต้องอยู่ประจำที่ฐานทัพเรือในระหว่างวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี และจะเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านพร้อมกับภรรยาเฉพาะในช่วงวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เท่านั้น การที่พันจ่าอากาศเอกณภัทรต้องไปปฏิบัติหน้าที่ห่างจากบ้านเป็นประจำ … Read more

ปิดตำนานศิลปินลูกทุ่งระดับตำนาน “สาธิต ทองจันทร์” เสียชีวิตด้วยโรคสโตรกในวัย 68 ปี แฟนเพลงร่วมไว้อาลัย

วงการเพลงลูกทุ่งไทยต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ สาธิต ทองจันทร์ นักร้องหมอลำชื่อดังระดับตำนาน เจ้าของเพลงฮิตอมตะมากมาย ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 ด้วยอาการป่วยจากโรคสโตรก ในวัย 68 ปี หลังจากต่อสู้กับความเจ็บป่วยเป็นเวลา 3 วัน ข้อความอำลาสุดท้ายจากตำนานหมอลำ เพจทางการของ สาธิต ทองจันทร์ ได้โพสต์ข้อความอำลาแฟนเพลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นข้อความที่เต็มไปด้วยความอาลัยและความขอบคุณ โดยมีใจความว่า “กราบลาแฟนๆ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดเป็น ‘พี่นิดคนเดิม’ ให้อ้ายนิดเกิดมารับใช้แฟนเพลงคือเก่า อ้ายนิดขอโทษแฟนเพลงที่บ่สามารถร้องเพลงให้ฟังได้อีกต่อไป ขอบคุณเจ้าภาพทุกคิวงานจนถึงปี 69” ข้อความนี้สะท้อนถึงความรักและความผูกพันที่ สาธิต ทองจันทร์ มีต่อแฟนเพลงตลอดเส้นทางชีวิตการร้องเพลงของเขา แม้ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจากไป ยังคิดถึงความรับผิดชับต่อแฟนเพลงและงานที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ เหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต ตามรายงานจากแหล่งข่าวในวงการ สาธิต ทองจันทร์ เกิดอาการสโตรกเมื่อ 3 วันก่อนเสียชีวิต โดยญาติได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความรุนแรงของอาการ ศิลปินผู้เป็นที่รักได้เสียชีวิตอย่างสงบ ท่ามกลางการดูแลจากทีมแพทย์และความห่วงใยจากครอบครัว การเสียชีวิตของ สาธิต … Read more

พยาบาลสาวช็อก! ขับรถผ่านเห็นรถชนเสาไฟ รีบเข้าช่วยแต่กลับพบว่าเป็นแฟนตัวเองดับคาที่

เหตุการณ์เศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ 5 กันยายน 2568 ในช่วงเที่ยงคืนที่มีสภาพอากาศฝนตกหนัก บริเวณสี่แยกกำนันดิเรก หน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พยาบาลสาวห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นเวรงานกะดึกกำลังเดินทางกลับบ้านที่อำเภอบางปะหัน โดยนัดหมายให้แฟนหนุ่มมารอรับที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากการปฏิบัติงานยืดเยื้อจึงให้แฟนขับรถไปก่อนประมาณ 5 นาที และตนเองจะขับรถตามไป จังหวะชะตากรรม ขณะที่พยาบาลสาวขับรถออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน เธอก็เห็นแสงไฟรถยนต์บริเวณสี่แยกกำนันดิเรก พบว่ามีรถแวนสีขาวคันหนึ่งชนเสาไฟฟ้ากลางเกาะถนนอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นพยาบาลและมีหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เธอจึงรีบหยุดรถและลงไปช่วยเหลือทันที ด้วยสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักและแสงสว่างไม่เพียงพอ พยาบาลสาวไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของผู้ประสบอุบัติเหตุได้ชัดเจน เธอรีบตรวจสอบสภาพของผู้เสียหาย และพบว่าผู้ขับขี่ติดอยู่ภายในรถอย่างหนัก สภาพรถด้านหน้าพังยับเกือบครึ่งคัน ช่วงเวลาสะเทือนใจ เมื่อเข้าไปใกล้และใช้ไฟฉายส่องดู พยาบาลสาวก็ตกใจอย่างรุนแรงเมื่อพบว่าผู้ประสบอุบัติเหตุคือแฟนของตัวเองที่เพิ่งจากไปเมื่อ 5 นาทีก่อน แม้จะช็อกและเสียใจอย่างมาก แต่ด้วยประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพ เธอยังคงรักษาสติและพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พยาบาลสาวรีบติดต่อหน่วยกู้ภัยอยุธยาให้มาช่วยเหลือ เนื่องจากผู้เสียหายติดอยู่ภายในรถอย่างแน่น จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการช่วยเหลือ หน่วยกู้ภัยใช้เวลาเกือบ 30 นาทีในการงัดแงะและใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำผู้เสียหายออกจากรถ ความพยายามสุดท้าย หลังจากนำตัวผู้เสียหายออกจากรถได้สำเร็จ พยาบาลสาวและทีมแพทย์ฉุกเฉินพบว่าแฟนหนุ่มของเธออยู่ในสภาพสาหัสและไม่มีสติ พวกเขารีบนำขึ้นรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โดยพยาบาลสาวขึ้นไปด้วยและพยายามปั๊มหัวใจรวมถึงเรียกชื่อแฟนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความรุนแรงของอุบัติเหตุ แฟนหนุ่มไม่สามารถสู้กับบาดแผลได้ และเสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล ทำให้พยาบาลสาวต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างรุนแรง สาเหตุของอุบัติเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา พบว่าสาเหตุของอุบัติเหตุมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ สภาพอากาศ: … Read more

เปิดความจริงเครื่องราง “กรามหมู” เครื่องรางที่ “อาจารย์เจน ญาณทิพย์” อ้างว่าหายากและมีพลังเฉพาะ

วงการเครื่องรางและของขลังไทยได้รับความสะเทือนอย่างมาก หลังจากที่ “พุทธ อภิวรรณ” ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้ออกมาเปิดประเด็นสำคัญในรายการ Phutta Talk บนแพลตฟอร์มยูทูป โดยได้เชิญอดีตทีมงานของ “อาจารย์เจน ญาณทิพย์” มาเล่าเหตุการณ์และเปิดเผยความจริงหลายประการที่อาจจะสั่นคลอนความเชื่อของผู้คนที่นับถือและเคารพในตัวบุคคลดังกล่าว ประเด็นหลักที่ถูกเปิดเผย การออกมาเล่าของอดีตทีมงานครั้งนี้ ได้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายเรื่อง ทั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ การจัดการเงินบริจาค ที่มีผู้ศรัทธาส่งมาเป็นจำนวนมาก การมี “ญาณ” หรือความสามารถพิเศษทางจิตวิญญาณจริงหรือไม่ รวมไปถึงการจำหน่าย “กรามหมู” ซึ่งเป็นเครื่องรางที่ถูกโปรโมตว่าเป็นของหายากที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก อดีตทีมงานได้เล่าให้ฟังว่า กรามหมูที่ถูกนำมาจำหน่ายในราคา 3,000 บาท นั้น มีการอ้างว่าได้มาจาก “การนิมิตเทวดามาบอกให้สร้าง” และมีพลังพิเศษเฉพาะตัว แต่ความเป็นจริงกลับเป็นอย่างอื่น เปิดเผยกระบวนการผลิต “กรามหมู” จากอดีตทีมงาน สิ่งที่น่าตกใจและสร้างความประหลาดใจให้กับสาธารณชนมากที่สุด คือการเปิดเผยกระบวนการผลิต “กรามหมู” ที่แท้จริง อดีตทีมงานได้ระบุชัดเจนว่า กรามหมูดังกล่าวถูกซื้อมาจากตลาดธรรมดา ไม่ใช่ของที่มีมาจากการนิมิตหรือพิธีกรรมทางศาสนาแต่อย่างใด หลังจากซื้อมาจากตลาดแล้ว กรามหมูเหล่านี้จะถูกนำไป “ตากแห้งที่บ้านของอาจารย์เจน” เพื่อเตรียมก่อนที่จะนำไปแปรรูปเป็นเครื่องราง สิ่งที่น่าสนใจมากคือ การ “เขียนยันต์ลงอักขระในกรามหมู” นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำของอาจารย์เจนเอง หากแต่เป็นการกระทำของ … Read more

ขายไข่ไก่ตัดราคา! ดาบตำรวจบุกยิงสามีภรรยาขายไข่เสียชีวิต กลางตลาดเมืองเพชรบุรี ก่อนยิงตัวเองดับ 3 ศพ

เมื่อเวลา 05.46 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2568 เหตุการณ์เลือดพล่านครั้งนี้เกิดขึ้นที่ร้านขายไข่ไก่แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางตลาดเมืองเพชร ถนนสุรินฤาชัย หรือที่คนในท้องถิ่นรู้จักในนาม ถนน 18 เมตร หน้าโรงภาพยนตร์เก่า บริเวณนี้เป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพร่านมากในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นวันไหว้พระจันทร์ทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของกันมากกว่าปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบภาพที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง ภายในร้านขายไข่ไก่มีศพของสามีภรรยานอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น สภาพดูเหมือนถูกยิงในระยะใกล้ เสียชีวิตคาที่ ผู้เสียชีวิตทั้งสองคือ นางสาวศิวพร (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาวอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และนายกฤษดา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ลูกกระสุนนำพาความตาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบว่าทั้งสองคนถูกอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงเข้าที่ศีรษะในระยะใกล้ ทำให้เสียชีวิตในทันที สภาพของเหตุการณ์บ่งชี้ว่าการยิงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ทันตั้งตัวของเหยื่อ ห่างออกไปจากร้านขายไข่ประมาณ 20 เมตร ณ บริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงภาพยนตร์เก่า เจ้าหน้าที่พบศพของผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงที่ศีรษะตัวเอง 1 … Read more

“อนุทิน” เตรียมฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” เวอร์ชันใหม่ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-ปลุกกำลังซื้อประชาชน

เฟซบุ๊กเพจ “หนุ่มเมืองจันท์” ของนายสรกล อดุลยานนท์ คอลัมนิสต์ชื่อดังที่มีเครือข่ายทางการเมืองที่กว้างขวาง ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา โดยเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแผนการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้ง ในโพสต์ดังกล่าว นายสรกลได้ระบุว่า “มีข่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ควิกวิน เปิดปัดฝุ่น โครงการคนละครึ่ง เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมทั้งแนบภาพที่มีข้อความสั้นๆ ว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?” ข้อมูลนี้ได้สร้างความสนใจและกระแสการอภิปรายในโลกออนไลน์อย่างมากทันที เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นนโยบายที่เคยได้รับความนิยมสูงและมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากในอดีต ประวัติและความสำเร็จของโครงการคนละครึ่ง โครงการ “คนละครึ่ง” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับการดำเนินการในรัฐบาลก่อนหน้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการนี้ทำงานผ่านระบบการให้เงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากรัฐบาลเมื่อประชาชนทำการซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ความสำเร็จของโครงการในอดีตมีหลายประการ ประการแรก สามารถลดภาระการใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง ประการที่สอง ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้าชุมชน ประการที่สาม สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่กว้างขวาง นอกจากนี้ โครงการยังมีจุดเด่นในเรื่องของความง่ายในการเข้าถึง เนื่องจากใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าใจและใช้งานได้ไม่ยาก ทำให้การนำไปปรับใช้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ บริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการการกระตุ้น ในช่วงเวลาปัจจุบัน … Read more