เดินแค่ชั่วโมงเดียวต่อวัน “อายุยืนขึ้น” และ “แก่ช้าลง”

คุณเคยรู้สึกไหมว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ โดยเฉพาะเมื่อต้องมานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือติดอยู่กับรถติดจนไม่มีเวลาไปฟิตเนส แต่ถ้าเราบอกว่า “แค่เดิน 60 นาทีต่อวัน” อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณมีอายุยืนยาวและแก่ช้าลงล่ะ คุณจะเชื่อไหม ดร.วัลเตอร์ ลองโก (Dr Valter Longo) ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีอายุยืนชั้นนำจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายและความยืนยาวของชีวิต โดยสิ่งที่เขาแนะนำนั้นไม่ได้ซับซ้อนหรือต้องใช้งบประมาณสูงอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นเพียงแค่ “การเดิน” ที่ทุกคนทำได้ เดิน 10,000 ก้าว หรือแค่ 60 นาที ก็เพียงพอแล้ว หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง “เป้าหมาย 10,000 ก้าวต่อวัน” ที่ถูกโปรโมตอย่างแพร่หลายในแอปพลิเคชันติดตามสุขภาพต่างๆ แต่ความจริงแล้ว ดร.ลองโกได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การเดินเร็วเพียง 60 นาทีทุกวันก็อาจเพียงพอต่อการดูแลสุขภาพและส่งเสริมการมีอายุยืนแล้ว ในบล็อกออนไลน์ของเขา ดร.ลองโกได้เขียนว่า “จงเดินเร็วเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทุกวัน และในช่วงวันหยุด จงเดินไปทุกที่ แม้จะเป็นสถานที่ไกลๆ (แต่หลีกเลี่ยงพื้นที่มลพิษให้มากที่สุด)” คำแนะนำนี้ฟังดูง่ายมาก แต่กลับมีพลังอำนาจมหาศาลต่อสุขภาพระยะยาวของเรา สำหรับคนที่ชอบตัวเลขที่ชัดเจน ดร.ลองโกเคยกล่าวในปี 2019 ว่า เป้าหมายที่ดีต่อวันควรเป็น 10,000 ก้าว หรือการขึ้นบันได 20 … Read more

นักวิทย์พบวิธีเผาผลาญแคลอรีแบบใหม่ที่ปลอดภัยกว่า—หวังพัฒนายาลดน้ำหนักยุคใหม่

หลายคนคงเคยรู้สึกว่าการควบคุมน้ำหนักเป็นเรื่องยากเหมือนกับการพยายามบริหารพอร์ตลงทุนที่ขาดทุนติดต่อกัน ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ตัวเลขก็ไม่ยอมขยับไปในทิศทางที่เราต้องการ สำหรับคนวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพที่ต้องนั่งติดโต๊ะหลายชั่วโมง ปัญหาน้ำหนักเกินไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปร่าง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสมาธิ ความเฉียบคมในการตัดสินใจ และสุขภาพโดยรวม โรคอ้วนกำลังเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่ส่งผลต่อผู้คนนับล้าน และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงอย่างเบาหวานและมะเร็ง ยาลดน้ำหนักที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องฉีดเข้าร่างกาย และมักมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น หากมีวิธีเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีที่ปลอดภัยกว่า ย่อมเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสุขภาพของประชากรทั่วโลก แต่ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแนวทางใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการทำให้เซลล์ในร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นโดยการปรับแต่งกลไกการผลิตพลังงานภายในไมโทคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเหมือนโรงไฟฟ้าขนาดจิ๋วในเซลล์ของเรา ไมโทคอนเดรีย: โรงไฟฟ้าแห่งเซลล์ที่คุณควรรู้จัก รองศาสตราจารย์ทริสแทน รอว์ลิง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้ อธิบายว่า “ไมโทคอนเดรียมักถูกเรียกว่าโรงไฟฟ้าของเซลล์ เพราะมันทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงานทางเคมีที่เรียกว่าเอทีพี หรือ อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต” ลองนึกภาพว่าร่างกายของเราเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลายล้านคน (เซลล์) และแต่ละคนมีแหล่งพลังงานส่วนตัวของตัวเอง (ไมโทคอนเดรีย) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนเชื้อเพลิง (อาหาร) ให้กลายเป็นพลังงานที่ใช้งานได้ (เอทีพี) เมื่อระบบนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้ดี แต่ถ้าระบบนี้ทำงานช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ พลังงานส่วนเกินก็จะถูกสะสมเป็นไขมัน การวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเคมิคอลไซเอนซ์ ซึ่งเป็นวารสารเรือธงของราชสมาคมเคมีแห่งสหราชอาณาจักร มุ่งเน้นไปที่สารประกอบที่เรียกว่า “สารแยกคู่ไมโทคอนเดรีย” สารเหล่านี้ทำให้เซลล์ใช้เชื้อเพลิงอย่างไม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปล่อยพลังงานบางส่วนออกมาเป็นความร้อนแทนที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้งานได้ กลไกการทำงาน: เปรียบเทียบกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ รองศาสตราจารย์รอว์ลิงให้คำอุปมาที่เข้าใจง่ายว่า “ระบบนี้เปรียบเสมือนเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ปกติแล้ว น้ำจากเขื่อนจะไหลผ่านกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้า … Read more