เมื่อโรคปลอกประสาทเสื่อมทำลายความสมดุลและการเคลื่อนไหวของร่างกาย

สำหรับคนที่ต้องใช้สมองตัดสินใจภายใต้ความกดดันสูง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่ต้องวิเคราะห์ตัวเลขอย่างรวดเร็ว หรือนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพที่ต้องอ่านสถานการณ์ได้แม่นยำ การควบคุมร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อระบบประสาทของเราเริ่มล้มเหลว และร่างกายค่อยๆ สูญเสียการควบคุมที่เราเคยมี งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ เปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการสูญเสียความสมดุลและการประสานงานของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อม หรือที่เรารู้จักในชื่อ Multiple Sclerosis (MS) โดยพบว่าสาเหตุหลักมาจากเซลล์สมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหวกำลัง “ดับลง” อย่างช้าๆ เหมือนแบตเตอรี่ที่หมดพลังงาน ภาพรวมของโรคปลอกประสาทเสื่อม: โรคที่กระทบชีวิตผู้คนทั่วโลก โรคปลอกประสาทเสื่อมส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 2.3 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้ประมาณ 80% จะมีการอักเสบเกิดขึ้นในสมองน้อย ซึ่งเป็นส่วนของสมองที่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมความสมดุลและการเคลื่อนไหวที่ประสานสอดคล้องกัน เมื่อบริเวณนี้ได้รับความเสียหาย ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการสั่น เดินเซ ไม่มั่นคง และควบคุมกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น สิ่งที่น่ากังวลคือตลอดเวลาที่ผ่านไป อาการเหล่านี้มักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเนื้อเยื่อที่แข็งแรงในสมองน้อยถูกทำลายไปทีละน้อย เหมือนกับการสูญเสียสินทรัพย์ที่มีค่าอย่างช้าๆ จนกระทั่งพอร์ตการลงทุนของคุณหมดลงโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว การอักเสบ การสูญเสียเยื่อหุ้มประสาท และความล้มเหลวของระบบพลังงาน โรคปลอกประสาทเสื่อมมีลักษณะเด่นคือการอักเสบอย่างต่อเนื่องและการสลายตัวของเยื่อหุ้มประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง เยื่อหุ้มประสาทหรือที่เรียกว่า “ไมอีลิน” ทำหน้าที่เหมือนฉนวนหุ้มสายไฟ ช่วยให้สัญญาณไฟฟ้าเดินทางไปตามเส้นประสาทในสมองและไขสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองจินตนาการว่าสมองของคุณเป็นเหมือนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เมื่อสายเคเบิลเริ่มชำรุด ข้อมูลก็ส่งผ่านได้ช้าลง บางครั้งอาจหลุดหายไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเยื่อหุ้มประสาทถูกทำลาย สัญญาณไฟฟ้าไม่สามารถเดินทางได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้เกิดอาการทางระบบประสาทหลากหลายรูปแบบ แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหาทั้งหมด ไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดเล็กภายในเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานส่วนใหญ่ของเซลล์ … Read more

นาฬิกาชีวภาพที่อ่อนแอ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของความเสื่อมสมอง

ในโลกของการลงทุนและการแข่งขันโป๊กเกอร์ระดับมืออาชีพ ทุกคนรู้ดีว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เสียเงินนับล้าน ความเฉียบคมของสมองจึงเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของคุณ แต่คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า บางวันคุณตื่นนอนในเวลาที่แปลกประหลาด รู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะนอนหลับมาแล้ว หรือพบว่าตัวเองกระปรี้กระเปร่าในช่วงเวลาที่ผิดปกติ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายของคุณ งานวิจัยใหม่ล่าสุดเผยว่า ผู้สูงอายุที่มีจังหวะชีวิตประจำวันที่อ่อนแอและไม่สม่ำเสมอ มีความเสี่ยงสูงถึงสองเท่าครึ่งในการเกิดภาวะสมองเสื่อม เทียบกับคนที่มีจังหวะชีวิตที่แข็งแรงและสม่ำเสมอ นาฬิกาชีวภาพคืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อสมอง นาฬิกาชีวภาพ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “จังหวะชีวภาพตามวัฏจักร” คือระบบควบคุมเวลาภายในร่างกายที่ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ มันเปรียบเสมือนผู้กำกับวงออเคสตราที่คอยประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นจังหวะเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมง ระบบนี้ควบคุมเกือบทุกอย่างในร่างกาย ตั้งแต่รอบการนอนหลับ การหลั่งฮอร์โมน การย่อยอาหาร ไปจนถึงอุณหภูมิร่างกาย สมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส” ทำหน้าที่เป็นศูนย์บังคับการหลัก โดยรับสัญญาณจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแสงสว่าง แล้วปรับจังหวะชีวภาพให้สอดคล้องกับโลกภายนอก เมื่อนาฬิกาชีวภาพของคุณแข็งแรง ร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับรอบกลางวันกลางคืนได้ดี แม้ว่าตารางงานหรือฤดูกาลจะเปลี่ยนไป คุณจะนอนหลับและตื่นขึ้นในเวลาที่สม่ำเสมอ มีพลังงานสูงสุดในช่วงเวลาที่เหมาะสม และพักผ่อนอย่างมีคุณภาพในเวลากลางคืน แต่เมื่อนาฬิกาชีวภาพอ่อนแอลง ร่างกายจะไวต่อการถูกรบกวนมากขึ้น คุณอาจพบว่าตัวเองตื่นนอนสายขึ้นเรื่อยๆ หรือกลับมากระปรี้กระเปร่าในเวลาดึกโดยไม่ทราบสาเหตุ เหมือนกับนักลงทุนที่เคยมีวินัยในการตัดขาดทุน แต่เริ่มผิดจังหวะและปล่อยให้ขาดทุนลุกลาม งานวิจัยที่เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างจังหวะชีวภาพกับสมองเสื่อม การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดังเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยสถาบันระบบประสาทวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ติดตามผู้สูงอายุกว่า 2,183 … Read more