เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.กริช วรทัต ผู้กำกับการ 4 สำนักงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย และ พ.ต.ต.หญิง ชนากานต์ นิรัมย์ สว.กก.4 สำนักงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประกันภัยขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจประกันภัยหลายบริษัท
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการร้องทุกข์ของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ซึ่งสงสัยว่ามีการใช้วิธีการฉ้อโกงในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยผู้ต้องหาได้สร้างสถานการณ์อุบัติเหตุรถยนต์ตกน้ำเพื่อหลอกลวงบริษัทประกันภัยให้จ่ายเงินชชดเชยในจำนวนมหาศาล
รายละเอียดผู้ต้องหาและข้อหา
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ นายอนุชา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.604/2568 ในข้อหา “พยายามฉ้อโกงทรัพย์” และ “เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง”
การจับกุมเกิดขึ้นที่บริเวณบ้านพัก ถนนแสงชูโต ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยผู้ต้องหาไม่ได้ต่อต้านการจับกุมและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการนำตัวกลับมาสืบสวนสอบสวน
จุดเริ่มต้นของคดี
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 เมื่อบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 สำนักงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวสงสัยในพฤติกรรมของผู้เอาประกันภัยรายหนึ่งที่แจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ตกน้ำในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
เมื่อบริษัทประกันภัยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว พบความผิดปกติหลายประการในเคสของผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งทำให้บริษัทตัดสินใจระงับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไว้ก่อน และดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอให้สืบสวนหาความจริงในเรื่องดังกล่าว
รูปแบบการกระทำผิด
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายอนุชาได้วางแผนการฉ้อโกงอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการครอบครองรถยนต์ทั้งหมด 4 คัน ที่เช่าซื้อในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันในช่วงสั้นๆ และเลือกทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยหลายแห่งที่แตกต่างกันออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยจากการใช้บริษัทเดียวกัน
ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 รถยนต์ทั้ง 4 คันของนายอนุชาได้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าสงสัย โดยมีผู้ขับขี่ 3 ราย ที่ขับรถเสียหลักตกลงในแหล่งน้ำ ก่อนที่จะมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไปยังบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่เอาประกันภัยไว้
บริษัทประกันภัยบางรายที่ไม่ได้สงสัยในตอนแรกได้หลงเชื่อและจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วกว่า 900,000 บาท แต่ยังมีคดีอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาการจ่ายเงินสินไหมอีกหลายกรณี ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าความเสียหายทั้งหมดอาจสูงกว่า 1,000,000 บาท
การดำเนินงานแบบขบวนการ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลออกไป พบว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีการกระทำความผิดในลักษณะขบวนการ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ราย โดยนายอนุชาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าขบวนการ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 4 คันพร้อมกันภายในเวลาเพียง 1 เดือน
วิธีการของขบวนการคือการผ่อนชำระเงินค่ารถเพียงแค่ 1 งวดเท่านั้น จากนั้นก็จะสร้างสถานการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยใช้ผู้ขับขี่ 3 ราย ในการขับรถไปตามเส้นทางที่เลือกไว้อย่างเฉพาะเจาะจง คือถนนเลียบคลองชลประทานที่ห่างไกลจากเขตชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี
รูปแบบการสร้างอุบัติเหตุ
เจ้าหน้าที่พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้ขับขี่บางคนในขบวนการนี้ได้ขับรถตกน้ำถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากหลายบริษัทประกันภัย การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเป็นระบบในการหลอกลวง
รูปแบบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมีหลายลักษณะ ทั้งการเรียกร้องเงินคืนทุนประกันภัยเต็มวงเงินตามกรมธรรม์โดยอ้างว่ารถยนต์ซ่อมไม่ได้ และการยื่นแจ้งความจำนงในการซ่อมรถแต่ไม่นำรถเข้าซ่อมจริง ซึ่งเป็นการหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินสินไหมทดแทนมากที่สุด
การเลือกสถานที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ห่างไกลจากชุมชน ทำให้ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ที่แท้จริง และสามารถสร้างเรื่องราวได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้การเลือกใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทานยังทำให้ดูเหมือนว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
การตรวจสอบเส้นทางการเงิน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบหลักฐานที่สำคัญว่า เงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้กับนายอนุชานั้น ไม่ได้อยู่ในบัญชีของเขาเอง แต่ถูกโอนเข้าไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นซึ่งเป็นญาติ และบางส่วนของเงินดังกล่าวถูกถอนออกมาเป็นเงินสดทันที
การโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นและการถอนเป็นเงินสดนี้ เป็นวิธีการที่ขบวนการใช้เพื่อปกปิดร่องรอยการใช้เงินและทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หากมีการสืบสวนในภายหลัง นอกจากนี้ยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเก็บหลักฐานทางการเงินที่อาจนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้นายอนุชานำรถยนต์คันที่ถูกอ้างว่าตกน้ำมาเพื่อทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กลับปรากฏว่าเขาเพิกเฉยและไม่ให้ความร่วมมือในการนำรถมาส่งตรวจพิสูจน์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความน่าสงสัยมากขึ้น
การรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับ
ด้วยพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือและครบถ้วน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมเอกสารทั้งหมดเพื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล โดยเสนอข้อมูลพฤติกรรมที่น่าสงสัยทั้งหมด รวมทั้งหลักฐานทางการเงิน หลักฐานการทำประกันภัย และหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีมูลความผิดตามที่กล่าวหา จึงได้ออกหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.604/2568 ให้จับกุมนายอนุชา ในข้อหาพยายามฉ้อโกงทรัพย์ และเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง
หลังจากที่ได้รับหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวนายอนุชาไปยังที่พำนักในจังหวัดราชบุรี และสามารถจับกุมได้สำเร็จโดยไม่มีการต่อต้าน
การสอบปากคำผู้ต้องหา
เมื่อได้นำตัวนายอนุชามาสอบสวน เขาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าตนเองได้ออกรถยนต์ทั้ง 4 คันจริง และได้ทำประกันภัยกับหลายบริษัทตามปกติ แต่หลังจากนั้นได้มีการเซ็นโอนลอยขายรถทั้งหมดให้กับบุคคลอื่น ก่อนที่จะมาทราบภายหลังว่ารถเหล่านั้นไปประสบอุบัติเหตุตกน้ำ
นายอนุชาอ้างต่อไปว่า เมื่อมีการโอนเงินค่าสินไหมทดแทนเข้าบัญชี เขาจึงถอนออกมาใช้จ่ายตามปกติ โดยไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทำผิดใดๆ ทั้งสิ้น การให้การของผู้ต้องหานี้เป็นการปฏิเสธความผิดอย่างสิ้นเชิง และพยายามแสดงตนเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกผู้อื่นใช้ประโยชน์
ผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย
คดีฉ้อโกงประกันภัยครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินให้กับบริษัทประกันภัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อระบบประกันภัยโดยรวม เมื่อมีการฉ้อโกงเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการจ่ายเงินสินไหมช้าลงและซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยที่ได้รับความเสียหายแล้วจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเวลามากในการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกคืนเงินและดำเนินคดี ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยในอนาคต
การขยายผลและจับกุมผู้เกี่ยวข้องอื่น
ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอนุชาส่งให้พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 สำนักงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม การสืบสวนยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลว่ายังมีการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ขับขี่ที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่ยังหลบหนีอยู่ เนื่องจากคดีนี้เป็นการกระทำผิดแบบขบวนการที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายราย การดำเนินการจับกุมจึงต้องครบถ้วนทุกคนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย
การขยายผลในครั้งนี้คาดว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานของขบวนการ รวมทั้งอาจพบผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ยังไม่ได้แจ้งความ หรือพบรูปแบบการฉ้อโกงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริโภค
จากคดีนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยแนะนำให้ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมทั้งเลือกซื้อประกันภัยจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ผู้บริโภคควรรายงานกรณีพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการฉ้อโกงประกันภัยต่อเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่ควรมีส่วนร่วมในการกระทำที่อาจถือเป็นการฉ้อโกง เนื่องจากนอกจากจะเป็นความผิดทางอาญาแล้ว ยังส่งผลเสียต่อระบบประกันภัยโดยรวมที่ทุกคนใช้บริการ
สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการสืบสวนต่อไปเพื่อให้ได้ความจริงที่สมบูรณ์ และจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อเป็นการเตือนใจและป้องปรามมิให้เกิดคดีในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีก