ศิลปินแห่งชาติ “วินัย พันธุรักษ์” ยืนยันชี้แจงเงินจากวัดพระบาทน้ำพุเป็นเพียงค่าตอบแทนแสดง ไม่เกี่ยวข้องเงินบริจาค

กรณีกระแสข่าวพาดพิงศิลปินชื่อดังสู่คดีเงินหายจากวัดพระบาทน้ำพุเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อ นายวินัย พันธุรักษ์ หรือที่รู้จักในนาม “อาต๋อย” ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงขับร้องเพลงไทยสากล และหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อดัง “ดิอิมพอสซิเบิล” เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงว่ามีเส้นทางการเงินจากวัดพระบาทน้ำพุเข้ามายังบัญชีส่วนตัว

ศิลปินแห่งชาติออกมาชี้แจงกระแสข่าว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของคดีเงินหายจากวัดพระบาทน้ำพุที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลหลายฝ่าย รวมถึงศิลปินที่เคยเข้าไปแสดงในกิจกรรมของวัดแห่งนี้ นายวินัย พันธุรักษ์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศิลปินแห่งชาติประจำปี 2562 ได้เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปรามในช่วงบ่าย เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงประเด็นที่ตนเองถูกพาดพิงเข้ามาเกี่ยวข้อง

ก่อนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาต๋อย ได้เปิดใจให้สื่อมวลชนฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาให้ข้อมูลและชี้แจงความจริงเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เข้ามายังบัญชีส่วนตัวของตนเอง ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับจากการแสดงดนตรีในวัดพระบาทน้ำพุในโอกาสต่างๆ

ค่าตอบแทนจากการแสดงงานวันภาษาไทยแห่งชาติ

จากคำให้การของนายวินัย พันธุรักษ์ เผยให้ทราบว่า เงินจำนวน 30,000 บาท ที่เป็นที่มาของกระแสข่าวในครั้งนี้ เป็นเงินที่ได้รับจากการแสดงดนตรีในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมแสดงจากสมาชิกวงดนตรี Pink Panther โดยในงานดังกล่าวตนได้ขึ้นร้องเพลงทั้งหมด 5 เพลง

“หลังจากที่ลงจากเวทีแล้ว ก็ได้รับการโอนเงินจากนายหนุ่ย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพระบาทน้ำพุ โอนเงินมาให้จำนวน 30,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวผมไม่ได้เรียกร้องและไม่ทราบว่าเป็นเงินที่มาจากแหล่งใด” อาต๋อย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ศิลปินแห่งชาติรายนี้ยังเปิดเผยว่า ในช่วงปี 2561-2562 ที่ผ่านมา ตนเองได้เข้าไปแสดงดนตรีร้องเพลงให้กับวัดพระบาทน้ำพุหลายครั้ง และเคยได้รับการโอนเงินในลักษณะเดียวกันมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ได้รับค่าตอบแทนมากที่สุด

ไม่เกี่ยวข้องกับการชักชวนบริจาค

ประเด็นสำคัญที่นายวินัย พันธุรักษ์ ต้องการชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจคือ ในระหว่างการแสดงของตนเอง ไม่ได้มีการพูดเกลี้ยกล่อมหรือชักชวนบุคคลใดให้เข้าร่วมบริจาคแต่อย่างใด เนื่องจากการชักชวนบริจาคและเรี่ยไรจะมีบุคคลอื่นทำหน้าที่แทน ส่วนตนเองมีหน้าที่เพียงร้องเพลงตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

“ผมไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเงินบริจาค และยืนยันว่าไม่เคยเบียดบังหรือนำทรัพย์สินใดๆ ของทางวัดออกมา อีกทั้งยังไม่เคยถือครองทรัพย์สินหรือโฉนดใดๆ ให้กับทางวัด” อาต๋อย กล่าวด้วยความมั่นใจ

คำชี้แจงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแยกแยะบทบาทของตนเองออกจากกระบวนการเรี่ยไรเงินบริจาคของวัด ซึ่งอาจเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ในขณะนี้

ความตกใจเมื่อทราบข่าวคดีวัดพระบาทน้ำพุ

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกหลังจากที่ทราบข่าวปัญหาของอดีตหลวงพ่ออลงกตและวัดพระบาทน้ำพุ นายวินัย พันธุรักษ์ เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และเมื่อทราบข่าวว่าตนเองกลายเป็นหนึ่งในนักร้องที่อาจถูกสงสัยว่าเบียดบังหรือยักยอกทรัพย์สินของวัด ก็ยิ่งรู้สึกตกใจและต้องการออกมาอธิบายชี้แจงเรื่องนี้ให้ตำรวจและประชาชนรับทราบ

“เมื่อมาทราบข้อมูลในภายหลังว่าอดีตหลวงพ่ออลงกตและวัดพระบาทน้ำพุมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ก็รู้สึกตกใจพร้อมๆ กับทุกคน และเมื่อทราบข่าวว่าตนเองกลายเป็นหนึ่งในนักร้องที่ต้องสงสัยว่าจะเบียดบังหรือยักยอกทรัพย์สินของวัด ก็ยิ่งรู้สึกตกใจและอยากออกมาอธิบายชี้แจงเรื่องนี้” อาต๋อย กล่าว

ความพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ในฐานะบุคคลที่ถูกพาดพิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ นายวินัย พันธุรักษ์ แสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า หากพนักงานสอบสวนสอบถามในประเด็นใด ก็พร้อมจะตอบคำถามในทุกประเด็น

สำหรับเรื่องพยานหลักฐานอื่นๆ อาต๋อย เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้เตรียมเอกสารมาในครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่าเอกสาร statement หรือเส้นทางการเงินต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะมีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว แต่หากมีการร้องขอเอกสารเพิ่มเติม ก็พร้อมจะจัดหามาให้

ผลกระทบต่อวงการศิลปะและบันเทิง

คดีวัดพระบาทน้ำพุที่มีศิลปินหลายรายถูกพาดพิงเข้ามาเกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่กว้างขวางของคดีนี้ ซึ่งไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับสถาบันทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงวงการศิลปะและบันเทิงด้วย

การที่ศิลปินแห่งชาติอย่างนายวินัย พันธุรักษ์ ต้องเข้ามาให้ปากคำและชี้แจงประเด็นนี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของคดีและการที่เงินที่หายไปจากวัดอาจมีเส้นทางการไหลเวียนที่ซับซ้อน รวมถึงการเข้าไปสู่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัดโดยตรง

บทบาทของศิลปินในกิจกรรมทางศาสนา

กรณีนี้ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับบทบาทของศิลปินในกิจกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่วัดต่างๆ มักจัดกิจกรรมเพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคโดยเชิญศิลปินมาแสดงเพื่อดึงดูดผู้คน การแยกแยะบทบาทระหว่างการแสดงเพื่อความบันเทิงกับการมีส่วนร่วมในการเรี่ยไรเงินบริจาคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

นายวินัย พันธุรักษ์ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า บทบาทของตนเองในงานต่างๆ ของวัดพระบาทน้ำพุเป็นเพียงการแสดงดนตรีเท่านั้น โดยไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการชักชวนบริจาคหรือการจัดการเงินบริจาคแต่อย่างใด

ความโปร่งใสในอุตสาหกรรมบันเทิง

เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังเป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินค่าตอบแทนดังกล่าวมาจากแหล่งที่อาจมีปัญหาทางกฎหมาย

การที่นายวินัย พันธุรักษ์ เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบที่มาของเงินค่าตอบแทนและไม่ได้เรียกร้องขอรับ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบการจ่ายค่าตอบแทนที่อาจขาดความโปร่งใสและการตรวจสอบ

การสืบสวนและดำเนินคดี

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามยังคงดำเนินการสืบสวนคดีวัดพระบาทน้ำพุอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายรายเข้ามาให้ปากคำ รวมถึงศิลปินที่เคยไปแสดงในงานต่างๆ ของวัดแห่งนี้

การที่นายวินัย พันธุรักษ์ เข้ามาให้ปากคำในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนเพื่อติดตามเส้นทางการเงินและหาความจริงเกี่ยวกับเงินที่หายไปจากวัด ซึ่งคาดว่าจะมีศิลปินรายอื่นๆ ที่อาจถูกเรียกตัวเข้ามาให้ปากคำในลำดับต่อไป

ผลกระทบต่อชื่อเสียงและอาชีพ

สำหรับนายวินัย พันธุรักษ์ ในฐานะศิลปินแห่งชาติและนักดนตรีที่มีชื่อเสียงมายาวนาน การถูกพาดพิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีเงินหายจากวัดย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและอาชีพการงานไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม การที่ตนเองออกมาชี้แจงอย่างเปิดเผยและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะหาข้อยุติให้กับปัญหานี้

บทเรียนสำหรับวงการศิลปะ

คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการศิลปะและบันเทิง ในเรื่องของการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินค่าตอบแทนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสถาบันต่างๆ ศิลปินต่างๆ อาจต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในการรับงานและควรสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงินค่าตอบแทนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ สถาบันต่างๆ ที่เชิญศิลปินมาแสดงก็ควรมีความโปร่งใสในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนและแจ้งให้ศิลปินทราบถึงแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นต่อทุกฝ่าย

ทิศทางการสืบสวนต่อไป

จากการให้ปากคำของนายวินัย พันธุรักษ์ ในครั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจากวัดพระบาทน้ำพุ และอาจนำไปสู่การสืบสวนในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การที่อาต๋อย ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือและจัดหาเอกสารเพิ่มเติมหากจำเป็น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจช่วยให้การสืบสวนดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำรับรองต่อสาธารณชน

ในท้ายที่สุด การออกมาชี้แจงของนายวินัย พันธุรักษ์ ในครั้งนี้ถือเป็นการรับรองต่อสาธารณชนว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบียดบังหรือยักยอกทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุแต่อย่างใด และเงินที่ได้รับเป็นเพียงค่าตอบแทนการแสดงดนตรีตามปกติ

การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่และการเปิดใจชี้แจงต่อสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของศิลปินแห่งชาติรายนี้ ซึ่งน่าจะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของตนเองในคดีนี้

ขณะเดียวกัน คดีวัดพระบาทน้ำพุยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และประชาชนรอคอยความคืบหน้าในการหาความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป