เพื่อไทยแถลงด่วน ต่อสาย ดีล ปชน.ชี้หากภท.เป็นรัฐบาล โดนล้มเขากระโดง-ฮั้วส.ว

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงด่วนยืนยันความมั่นคงของรัฐบาล ท่ามกลางข่าวลือและสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง

การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 280 เสียง ซึ่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน

ภูมิธรรมยืนยันเสียงรัฐบาลยังแน่นปึก

นายภูมิธรรมกล่าวในการแถลงด่วนว่า “รัฐบาลยังจับมือกันเหนี่ยวแน่น พร้อมทำงาน เสียงรัฐบาลยังเหมือนเดิม” โดยเน้นย้ำถึงความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาล และการที่รัฐบาลยังคงมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ในเรื่องข้อเสนอต่างๆ ที่เข้ามา นายภูมิธรรมระบุว่า “ในข้อเสนอไม่ว่าของฝ่ายใด อะไรเป็นแนวทางเดียวกับพรรค เราก็พร้อมพิจารณา พร้อมรับความคิดจากทุกๆ ฝ่ายที่จะร่วมมือกันให้รัฐบาลมั่นคง และทำงานให้ประชาชนได้”

พรรคประชาชนเสนอเงื่อนไขการร่วมงาน

สถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอเงื่อนไขการให้ความร่วมมือ โดยพรรคประชาชนมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 142-143 เสียง ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสำคัญในการตัดสินใจทางการเมือง

นายภูมิธรรมกล่าวถึงเงื่อนไขที่พรรคประชาชนเสนอว่า “สิ่งที่พรรคประชาชนเสนอเงื่อนไข แม้ภูมิใจไทยตอบรับแล้ว เราก็เห็นว่าที่พรรคประชาชนเสนอ ก็ไม่แตกต่างจุดยืนกับเรา เราก็อยากสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม”

ตามรายงานข่าวที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้วางเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย การเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว และการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

ภูมิใจไทยอ้าง 280 เสียง ตั้งรัฐบาลใหม่

ข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า พรรคภูมิใจไทยอ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 280 เสียง ประกอบด้วย:

  • พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง
  • พรรคประชาชน 143 เสียง
  • พรรคกล้าธรรม 25 เสียง
  • พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง
  • พรรคประชาธิปัตย์ 4 เสียง
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น 16 คน
  • พรรคเล็ก 4 เสียง
  • พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง
  • พรรคเป็นธรรม 1 เสียง

ภูมิธรรมตอบโต้อ้างเสียง 280 เสียงของภูมิใจไทย

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการที่พรรคภูมิใจไทยอ้างว่ามีเสียง 280 เสียง นายภูมิธรรมได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “ถ้าเขามี 280 เสียง ก็เป็นรัฐบาล ก็ต้องถามเขาว่าจริงไหม แต่ตอนนี้เราเป็นรัฐบาลอยู่ ก็อยู่ที่ว่าใครมีเครดิตแค่ไหน”

ที่สำคัญ นายภูมิธรรมได้เตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยกล่าวว่า “หากเขาเป็นรัฐบาล อะไรที่เพื่อไทยทำมา ไม่ว่าจะเป็นเขากระโดง หรือฮั้ว สว. ก็ต้องกลับไปศูนย์หมด ประชาชนก็คงเข้าใจสิ่งนี้อยู่แล้ว”

คำพูดนี้สะท้อนถึงความห่วงใยต่อความต่อเนื่องของนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาล รวมถึงประเด็นสำคัญต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนสุดท้ายของเพื่อไทย

นายภูมิธรรมยังยืนยันในการแถลงว่า พรรคเพื่อไทยยังคงมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายชัยเกษม นิติสิริ โดยกล่าวว่า “ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังมีแคนดิเดตชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งก็ต้องรับฟังให้ทั่วหน้า”

นายชัยเกษม นิติสิริ อายุ 76 ปี เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารราชการที่ยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556

ประวัติการศึกษาของนายชัยเกษม ได้แก่ การจบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 28 และปริญญาตรีแผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในเส้นทางอาชีพราชการ นายชัยเกษมเริ่มต้นจากตำแหน่งอัยการผู้ช่วยจังหวัดสมุทรสาคร และเติบโตขึ้นมาผ่านตำแหน่งสำคัญต่างๆ จนกระทั่งถึงตำแหน่งอัยการสูงสุดในปี 2550

พรรคร่วมรัฐบาลแถลงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ก่อนหน้าการแถลงด่วนของนายภูมิธรรม เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง ได้มีการแถลงข่าวของพรรคร่วมรัฐบาล โดยแกนนำพรรคต่างๆ ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ผู้ที่เข้าร่วมการแถลงครั้งนี้ ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรมว.คมนาคม รวมไปถึงแกนนำพรรคเพื่อไทยและรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยหลายท่าน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือ การแถลงครั้งนี้ไม่มีตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจสะท้อนถึงความแตกแยกหรือความไม่แน่นอนในแนวร่วมรัฐบาล

สถานการณ์การเมืองที่ซับซ้อน

สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ที่มีเนื้อหาอันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พรรคภูมิใจไทยเคยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 หลังจากไม่ยอมคืนกระทรวงมหาดไทยให้กับพรรคเพื่อไทย และอ้างประเด็นการโทรศัพท์เจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานพฤฒสภากัมพูชา

การที่พรรคภูมิใจไทยปัจจุบันอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่อ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ทำให้สถานการณ์การเมืองมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

ความท้าทายของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในระบบการเมืองไทยต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 495 เสียง (ไม่เต็ม 500 เสียงตามที่กำหนด) โดยต้องการเสียงอย่างน้อย 248 เสียงเพื่อให้ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก

หากพรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมเสียง 280 เสียงได้จริง ก็จะมีเสียงเกินกว่าที่จำเป็นอย่างมาก แต่ความน่าเชื่อถือของตัวเลขนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

ผลกระทบต่อการบริหารประเทศ

การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในช่วงเวลานี้อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นายภูมิธรรมได้เตือนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการมา รวมถึงการจัดการกับประเด็นสำคัญต่างๆ ที่อาจต้องเริ่มต้นใหม่หมด

การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

นายภูมิธรรมได้แจ้งว่า “รัฐบาลพรุ่งนี้จะตั้งรักษาการนายกฯใหม่ และเลขาธิการนายกฯใหม่” ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันยังคงมีการเตรียมความพร้อมและดำเนินการตามปกติ

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมั่นใจของรัฐบาลปัจจุบันที่ยังคงสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง

มุมมองต่อการร่วมมือทางการเมือง

นายภูมิธรรมได้เน้นย้ำถึงความเปิดกว้างของรัฐบาลปัจจุบันต่อการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยกล่าวว่า “พร้อมรับความคิดจากทุกๆ ฝ่ายที่จะร่วมมือกันให้รัฐบาลมั่นคง และทำงานให้ประชาชนได้”

ท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการเมืองและการเปิดโอกาสให้มีการเจรจาและหาทางออกร่วมกัน แทนที่จะยึดติดกับจุดยืนเดิมอย่างเคร่งครัด

บทสรุป: การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันสะท้อนถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนที่เป็นลักษณะเฉพาะของระบบการเมืองแบบรัฐสภา ที่ต้องอาศัยการเจรจาต่อรองและการสร้างแนวร่วมเพื่อให้ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

การแถลงด่วนของนายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลปัจจุบันในการรักษาความมั่นคงและความต่อเนื่องของการบริหารประเทศ ท่ามกลางความท้าทายทางการเมือง

ขณะเดียวกัน การอ้างของพรรคภูมิใจไทยว่าสามารถรวบรวมเสียง 280 เสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้นั้น ยังคงต้องรอการพิสูจน์ในเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นจริงของตัวเลขดังกล่าวและความมั่นคงของแนวร่วมที่อ้างว่ามีอยู่

ในท้ายที่สุด ประชาชนคือผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการที่นายภูมิธรรมกล่าวว่า “ประชาชนก็คงเข้าใจสิ่งนี้อยู่แล้ว” นั่นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินในที่สุดว่าทิศทางใดจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด

การพัฒนาของสถานการณ์การเมืองในช่วงต่อมาจึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าแนวร่วมใดจะสามารถสร้างความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศไทยได้มากที่สุด