อาสาสมัครตำรวจยิงตัวเองในวัดหลังถูกแจ้งความพยายามล่วงละเมิดเด็กหญิง 13 ปี

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อร้อยตำรวจโทวีระ วุฒิศิริ พงส. จากสถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งเหตุผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสในบริเวณสวนหย่อมภายในวัดใหญ่บangปลากด ซอยสุขสวัสดิ์ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลในคลองบางปลากด

พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ได้แก่ พันตำรวจเอกพจนกร กัญจินะ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์ พันตำรวจโทประยูรปัตตุลี รองผู้กำกับสถานีตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจสายตรวจรถยนต์ ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

รายละเอียดที่เกิดเหตุและการค้นพบผู้บาดเจ็บ

บริเวณที่เกิดเหตุตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าหน้าวัดประมาณ 20 เมตร ด้านซ้ายมือในสวนหย่อม เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่านายอเนก (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี นอนพิงกับพุ่มไม้ในอาการหายใจรวยริน สวมชุดลายพรางทหาร สะพายกระเป๋าสีดำ

สภาพของผู้บาดเจ็บและหลักฐานที่พบ:

  • มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณขมับขวา กระสุนฝังใน
  • พบอาวุธปืนขนาด .22 แบบไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ข้างลำตัว 1 กระบอก
  • ภายในปืนพบปลอกกระสุนคาลิเบอร์ .22 จำนวน 1 นัด
  • บริเวณพื้นถนนพบลูกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ใกล้กัน 2 นัด
  • พบขวดสุราเปล่าแบบแบนเล็กล้มกลิ้งอยู่ 2 ขวด
  • ห่างจากที่เกิดเหตุเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์สีแดง ซึ่งเป็นของผู้บาดเจ็บ มีเสื้อวินวางอยู่บริเวณหน้ารถ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะที่ตำรวจปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ

คำให้การของพยานผู้พบเหตุ

นายชนะโชติ อายุ 49 ปี พ่อค้าขายข้าวแกงแบบรถเข็นอยู่หน้าวัด เป็นผู้พบเหตุการณ์เป็นคนแรก ได้ให้การว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ในขณะที่ตนเข็นรถขายของมาตั้งบริเวณหน้าสวนหย่อมเพื่อขายให้กับลูกค้าที่เดินทางมาทำบุญที่วัด เนื่องในวันนี้เป็นวันพระใหญ่

“ตอนแรกเห็นผู้บาดเจ็บนอนหลับ มีเสียงคล้ายนอนกรน และเห็นขวดเหล้าล้มอยู่ใกล้กัน 2 ขวด คิดว่าเมาหลับ แต่ไปเห็นว่ามีเลือดออกที่หัว จึงไม่กล้าทำอะไรมาก เลยรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ” พยานเล่า

นายชนะโชติเสริมว่า ตอนแรกคาดว่าน่าจะถูกทำร้าย กระทั่งตำรวจและกู้ภัยมาถึงจึงทราบว่าผู้บาดเจ็บได้ยิงตัวเอง

การค้นบ้านพักและจดหมายลาโลก

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปค้นบ้านพักของนายอเนก ซึ่งเป็นบ้านเช่าภายในซอยร่วมพัฒนา อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ในการค้นพบจดหมายลาตายที่ผู้บาดเจ็บเขียนทิ้งไว้

เนื้อหาในจดหมายลาโลก: “ณ ตอนนี้คำพูดไม่ดี ทำให้ตัวเองมีภัย เพราะฉะนั้นโทษตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษไก่ด้วย แต่ไม่ทำใครเสียหาย ลาก่อนทุกคนเสียหาย ทั้งนี้ที่บอกว่า จับทุกอย่างที่แล้วมาไม่เป็นความจริงตลอดไป ใช้หนี้ครั้งนี้ด้วยชีวิตลาก่อนทุกคน”

จดหมายนี้แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่สับสนและความรู้สึกผิดของผู้ก่อเหตุก่อนการตัดสินใจยิงตัวเอง

เหตุการณ์นำมาสู่การแจ้งความ – วันที่ 21 สิงหาคม 2568

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ทราบภูมิหลังของเหตุการณ์ที่นำมาสู่การยิงตัวเอง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับร้อยตำรวจเอกอิสระ แสงสว่าง พงส.สถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์

รายละเอียดการแจ้งความ: ผู้เสียหายแจ้งว่า มีชายอายุประมาณ 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้รับลูกสาววัย 15 ปี จากหน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งไปส่งบ้าน แต่ไม่ได้ไปส่งถึงบ้านตามที่ตกลงกัน และได้ชักชวนให้เด็กไปบ้านของชายคนดังกล่าว แต่เด็กสามารถลงรถหนีมาได้

หลังจากแจ้งความเสร็จ ทางครอบครัวผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวและระบุความมุ่งมั่นที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

คำให้การของมารดาผู้เสียหาย

นางสาวทิพย์ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี มารดาของน้องมาย (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ได้ให้รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568

เหตุการณ์เมื่อเวลา 15.30 น.: เด็กหญิงเลิกเรียนได้เรียกวินเพื่อให้ไปส่งที่บ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ลูกสาวจำได้ว่าคนขับวินเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง เมื่อมาถึงซอยบ้านชายคนดังกล่าวได้พยายามชวนลูกสาวไปบ้าน

พฤติกรรมที่น่าสงสัย:

  • ชายคนดังกล่าวได้ชวนเด็กหญิงไปที่บ้านถึง 2 ครั้ง
  • เมื่อเด็กบอกให้เลี้ยวซ้ายไปบ้าน แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมเลี้ยว บอกว่าเลี้ยวขวาดีกว่า
  • เด็กหญิงขอลงจากรถและจ่ายเงิน แต่ชายคนดังกล่าวยังพยายามขี่รถตาม
  • เด็กหญิงรีบเดินไปยังร้านชานมที่มีคนเยอะเพื่อความปลอดภัย

การเผชิหน้าและการรับสารภาพ

หลังจากแจ้งความเสร็จ นางทิพย์และสามีได้ออกตามหาชายคนดังกล่าวเพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนมาพบกันที่ภายในวัดใหม่บางปลากด

กระบวนการสอบสวน:

  • ตอนแรกชายคนดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ
  • สามีของผู้เสียหายไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
  • ในที่สุดชายคนดังกล่าวรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง
  • มีการนัดกันไปคุยที่โรงพักในวันอังคาร

การยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุ

เมื่อมีข่าวว่ามีคนขี่วินยิงตัวเองภายในวัดใหญ่ฯ และมีเสื้อวินเบอร์เดียวกันที่ไปแจ้งความแขวนอยู่ นางทิพย์รีบเดินทางมาดู และยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุกับลูกสาว

ประวัติและภูมิหลังของผู้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้น พบว่านายอเนก ผู้ก่อเหตุมีประวัติและหน้าที่การงานหลากหลาย:

ตำแหน่งและหน้าที่:

  • อาสาสมัครตำรวจชุมชน (อส.ตร.)
  • อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)
  • ช่วยงานอำนวยการจราจรอยู่เป็นประจำ
  • มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นหลัก

ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาทำให้เหตุการณ์นี้มีความน่าสะเทือนใจมากยิ่งขึ้น

แรงจูงใจในการยิงตัวเอง

จากการวิเคราะห์เหตุการณ์และหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า นายอเนกคาดว่ากลัวมีความผิด จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบริเวณขมับก่อนที่จะต้องมาเจรจากันในวันอังคาร

ปัจจัยที่นำมาสู่การตัดสินใจ:

  • ความกลัวต่อการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
  • ความอับอายต่อชื่อเสียงและตำแหน่งหน้าที่
  • แรงกดดันจากการถูกเปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์
  • ความรู้สึกผิดและการไม่สามารถเผชิญหน้ากับความจริง

ขั้นตอนการดำเนินคดีต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้น พร้อมเชิญตัวผู้เสียหายและพยานในที่เกิดเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่:

  • บันทึกหลักฐานที่ที่เกิดเหตุ
  • เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
  • สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ผลกระทบและบทเรียน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายประการในสังคม:

ด้านความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน:

  • ความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องการป้องกันตัวแก่เด็ก
  • ความสำคัญของการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและบุตร
  • การเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย

ด้านการตรวจสอบคุณสมบัติอาสาสมัคร:

  • ความจำเป็นในการคัดกรองอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่
  • การติดตามและประเมินพฤติกรรมของอาสาสมัครอย่างสม่ำเสมอ
  • การสร้างกลไกการรายงานและร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ

ด้านจิตวิทยาและการแก้ไขปัญหา:

  • ความสำคัญของการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
  • การสร้างช่องทางการขอความช่วยเหลือสำหรับผู้มีปัญหา
  • การป้องกันไม่ให้เกิดการทำร้ายตัวเองในกรณีที่มีความผิด

สภาพปัจจุบันและการติดตาม

ขณะนี้นายอเนกยังอยู่ในสภาพวิกฤต ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเข้มข้นที่โรงพยาบาล ส่วนคดีความยังคงดำเนินต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในสภาพไม่สามารถให้การได้

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การกระทำผิดย่อมส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ต่อผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อตัวผู้กระทำผิดเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม การแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงหรือการหลีกหนีไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง แต่ควรเผชิญหน้ากับความจริงและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

สำหรับผู้ปกครองและสังคม ควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งสร้างระบบการคัดกรองและติดตามผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น