เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อร้อยตำรวจโทวีระ วุฒิศิริ พงส. จากสถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งเหตุผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสในบริเวณสวนหย่อมภายในวัดใหญ่บangปลากด ซอยสุขสวัสดิ์ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลในคลองบางปลากด
พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ได้แก่ พันตำรวจเอกพจนกร กัญจินะ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์ พันตำรวจโทประยูรปัตตุลี รองผู้กำกับสถานีตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจสายตรวจรถยนต์ ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
รายละเอียดที่เกิดเหตุและการค้นพบผู้บาดเจ็บ
บริเวณที่เกิดเหตุตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าหน้าวัดประมาณ 20 เมตร ด้านซ้ายมือในสวนหย่อม เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่านายอเนก (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี นอนพิงกับพุ่มไม้ในอาการหายใจรวยริน สวมชุดลายพรางทหาร สะพายกระเป๋าสีดำ
สภาพของผู้บาดเจ็บและหลักฐานที่พบ:
- มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณขมับขวา กระสุนฝังใน
- พบอาวุธปืนขนาด .22 แบบไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ข้างลำตัว 1 กระบอก
- ภายในปืนพบปลอกกระสุนคาลิเบอร์ .22 จำนวน 1 นัด
- บริเวณพื้นถนนพบลูกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ใกล้กัน 2 นัด
- พบขวดสุราเปล่าแบบแบนเล็กล้มกลิ้งอยู่ 2 ขวด
- ห่างจากที่เกิดเหตุเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์สีแดง ซึ่งเป็นของผู้บาดเจ็บ มีเสื้อวินวางอยู่บริเวณหน้ารถ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะที่ตำรวจปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ
คำให้การของพยานผู้พบเหตุ
นายชนะโชติ อายุ 49 ปี พ่อค้าขายข้าวแกงแบบรถเข็นอยู่หน้าวัด เป็นผู้พบเหตุการณ์เป็นคนแรก ได้ให้การว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ในขณะที่ตนเข็นรถขายของมาตั้งบริเวณหน้าสวนหย่อมเพื่อขายให้กับลูกค้าที่เดินทางมาทำบุญที่วัด เนื่องในวันนี้เป็นวันพระใหญ่
“ตอนแรกเห็นผู้บาดเจ็บนอนหลับ มีเสียงคล้ายนอนกรน และเห็นขวดเหล้าล้มอยู่ใกล้กัน 2 ขวด คิดว่าเมาหลับ แต่ไปเห็นว่ามีเลือดออกที่หัว จึงไม่กล้าทำอะไรมาก เลยรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ” พยานเล่า
นายชนะโชติเสริมว่า ตอนแรกคาดว่าน่าจะถูกทำร้าย กระทั่งตำรวจและกู้ภัยมาถึงจึงทราบว่าผู้บาดเจ็บได้ยิงตัวเอง
การค้นบ้านพักและจดหมายลาโลก
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปค้นบ้านพักของนายอเนก ซึ่งเป็นบ้านเช่าภายในซอยร่วมพัฒนา อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ในการค้นพบจดหมายลาตายที่ผู้บาดเจ็บเขียนทิ้งไว้
เนื้อหาในจดหมายลาโลก: “ณ ตอนนี้คำพูดไม่ดี ทำให้ตัวเองมีภัย เพราะฉะนั้นโทษตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษไก่ด้วย แต่ไม่ทำใครเสียหาย ลาก่อนทุกคนเสียหาย ทั้งนี้ที่บอกว่า จับทุกอย่างที่แล้วมาไม่เป็นความจริงตลอดไป ใช้หนี้ครั้งนี้ด้วยชีวิตลาก่อนทุกคน”
จดหมายนี้แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่สับสนและความรู้สึกผิดของผู้ก่อเหตุก่อนการตัดสินใจยิงตัวเอง
เหตุการณ์นำมาสู่การแจ้งความ – วันที่ 21 สิงหาคม 2568
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ทราบภูมิหลังของเหตุการณ์ที่นำมาสู่การยิงตัวเอง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับร้อยตำรวจเอกอิสระ แสงสว่าง พงส.สถานีตำรวจนครบาลพระสมุทรเจดีย์
รายละเอียดการแจ้งความ: ผู้เสียหายแจ้งว่า มีชายอายุประมาณ 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้รับลูกสาววัย 15 ปี จากหน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งไปส่งบ้าน แต่ไม่ได้ไปส่งถึงบ้านตามที่ตกลงกัน และได้ชักชวนให้เด็กไปบ้านของชายคนดังกล่าว แต่เด็กสามารถลงรถหนีมาได้
หลังจากแจ้งความเสร็จ ทางครอบครัวผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวและระบุความมุ่งมั่นที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
คำให้การของมารดาผู้เสียหาย
นางสาวทิพย์ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี มารดาของน้องมาย (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ได้ให้รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568
เหตุการณ์เมื่อเวลา 15.30 น.: เด็กหญิงเลิกเรียนได้เรียกวินเพื่อให้ไปส่งที่บ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ลูกสาวจำได้ว่าคนขับวินเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สีแดง เมื่อมาถึงซอยบ้านชายคนดังกล่าวได้พยายามชวนลูกสาวไปบ้าน
พฤติกรรมที่น่าสงสัย:
- ชายคนดังกล่าวได้ชวนเด็กหญิงไปที่บ้านถึง 2 ครั้ง
- เมื่อเด็กบอกให้เลี้ยวซ้ายไปบ้าน แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมเลี้ยว บอกว่าเลี้ยวขวาดีกว่า
- เด็กหญิงขอลงจากรถและจ่ายเงิน แต่ชายคนดังกล่าวยังพยายามขี่รถตาม
- เด็กหญิงรีบเดินไปยังร้านชานมที่มีคนเยอะเพื่อความปลอดภัย
การเผชิหน้าและการรับสารภาพ
หลังจากแจ้งความเสร็จ นางทิพย์และสามีได้ออกตามหาชายคนดังกล่าวเพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนมาพบกันที่ภายในวัดใหม่บางปลากด
กระบวนการสอบสวน:
- ตอนแรกชายคนดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ
- สามีของผู้เสียหายไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
- ในที่สุดชายคนดังกล่าวรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง
- มีการนัดกันไปคุยที่โรงพักในวันอังคาร
การยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุ
เมื่อมีข่าวว่ามีคนขี่วินยิงตัวเองภายในวัดใหญ่ฯ และมีเสื้อวินเบอร์เดียวกันที่ไปแจ้งความแขวนอยู่ นางทิพย์รีบเดินทางมาดู และยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุกับลูกสาว
ประวัติและภูมิหลังของผู้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้น พบว่านายอเนก ผู้ก่อเหตุมีประวัติและหน้าที่การงานหลากหลาย:
ตำแหน่งและหน้าที่:
- อาสาสมัครตำรวจชุมชน (อส.ตร.)
- อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)
- ช่วยงานอำนวยการจราจรอยู่เป็นประจำ
- มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นหลัก
ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาทำให้เหตุการณ์นี้มีความน่าสะเทือนใจมากยิ่งขึ้น
แรงจูงใจในการยิงตัวเอง
จากการวิเคราะห์เหตุการณ์และหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า นายอเนกคาดว่ากลัวมีความผิด จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบริเวณขมับก่อนที่จะต้องมาเจรจากันในวันอังคาร
ปัจจัยที่นำมาสู่การตัดสินใจ:
- ความกลัวต่อการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
- ความอับอายต่อชื่อเสียงและตำแหน่งหน้าที่
- แรงกดดันจากการถูกเปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์
- ความรู้สึกผิดและการไม่สามารถเผชิญหน้ากับความจริง
ขั้นตอนการดำเนินคดีต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้น พร้อมเชิญตัวผู้เสียหายและพยานในที่เกิดเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่:
- บันทึกหลักฐานที่ที่เกิดเหตุ
- เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
- สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
- ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ผลกระทบและบทเรียน
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายประการในสังคม:
ด้านความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน:
- ความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องการป้องกันตัวแก่เด็ก
- ความสำคัญของการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและบุตร
- การเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย
ด้านการตรวจสอบคุณสมบัติอาสาสมัคร:
- ความจำเป็นในการคัดกรองอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่
- การติดตามและประเมินพฤติกรรมของอาสาสมัครอย่างสม่ำเสมอ
- การสร้างกลไกการรายงานและร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ
ด้านจิตวิทยาและการแก้ไขปัญหา:
- ความสำคัญของการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
- การสร้างช่องทางการขอความช่วยเหลือสำหรับผู้มีปัญหา
- การป้องกันไม่ให้เกิดการทำร้ายตัวเองในกรณีที่มีความผิด
สภาพปัจจุบันและการติดตาม
ขณะนี้นายอเนกยังอยู่ในสภาพวิกฤต ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเข้มข้นที่โรงพยาบาล ส่วนคดีความยังคงดำเนินต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในสภาพไม่สามารถให้การได้
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การกระทำผิดย่อมส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ต่อผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อตัวผู้กระทำผิดเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม การแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงหรือการหลีกหนีไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง แต่ควรเผชิญหน้ากับความจริงและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
สำหรับผู้ปกครองและสังคม ควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งสร้างระบบการคัดกรองและติดตามผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น