“ตื่น 6 โมงเช้า เข้านอน 4 ทุ่ม” ซีอีโอ Whoop เผยแนวคิด Work-Life Harmony พิสูจน์ความสำเร็จและชีวิตส่วนตัวทำได้ไปพร้อมกัน

ในยุคที่คนทำงานต้องเผชิญกับความกดดันจากการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น หลายคนยังคิดว่าการเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือซีอีโอหมายถึงการต้องสละชีวิตส่วนตัวเพื่อแลกกับความสำเร็จ แต่ Will Ahmed ผู้ก่อตั้งและซีอีโออายุ 35 ปีของบริษัทเทคโนโลยี Whoop กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า การมีทั้งธุรกิจที่เติบโตแกร่งและชีวิตส่วนตัวที่มีคุณภาพ สามารถทำได้อย่างลงตัวไปพร้อมกัน

Whoop เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่ขั้นสูงเพื่อติดตามสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย ซึ่ง Ahmed ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 จากความสนใจส่วนตัวในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนักกีฬาสมัยที่เขาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน Whoop ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดย Ahmed ได้แบ่งปันวิธีการใช้ชีวิตและแนวคิดที่ทำให้เขาสามารถบริหารจัดการบริษัทได้สำเร็จพร้อมกับการมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น

แนวคิด Work-Life Harmony แทนที่ Work-Life Balance

สิ่งแรกที่ Ahmed ต้องการเน้นย้ำคือ เขาไม่เชื่อในแนวคิดของ “Work-Life Balance” แบบดั้งเดิม เขาอธิบายว่าคำว่า Balance หรือความสมดุลนั้นไม่สะท้อนความจริงของชีวิตคนทำงานสมัยใหม่ เพราะแนวคิดนี้จะหมายถึงถ้าคุณใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการทำงาน คุณก็ต้องใช้หนึ่งชั่วโมงในการพักผ่อนเสมอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้

แทนที่จะใช้แนวคิด Balance Ahmed หันมาใช้แนวคิด “Work-Life Harmony” หรือการประสานกลมกลืนระหว่างงานและชีวิต โดยเขายอมรับความจริงที่ว่าในบางช่วงเวลา คุณอาจต้องให้เวลา 90% กับงานและเพียง 10% กับสิ่งอื่น ขณะที่ในบางช่วงคุณอาจได้เวลากลับคืนมาและสามารถโฟกัสกับครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัวมากขึ้น

แนวคิดนี้ทำให้ Ahmed ไม่รู้สึกผิดหรือกดดันเมื่อต้องทำงานหนักในช่วงที่จำเป็น และในขณะเดียวกันก็ไม่รู้สึกผิดเมื่อต้องใช้เวลากับครอบครัวในช่วงที่เหมาะสม การยอมรับว่าชีวิตมีจังหวะและรูปแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เขาจัดการกับความเป็นผู้นำธุรกิจขนาดใหญ่และการเป็นสามีและพ่อลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช้าตรู่ 6.00-9.00 น. เวลาลงทุนกับตัวเอง

กิจวัตรตอนเช้าของ Ahmed เริ่มต้นอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายชัดเจน เขาตื่นนอนตรงเวลา 6 โมงเช้าทุกวันและออกไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ส่วนตัวทันที โดยไม่มีกิจกรรมอื่นใดแทรกเข้ามา การออกกำลังกายของเขาเน้นไปที่การฝึกความแข็งแรงเป็นหลัก แต่ก็ไม่จำกัดตัวเองเพียงแค่นั้น

นอกจากการฝึกเวทเทรนนิ่งแล้ว Ahmed ยังวิ่ง เข้าร่วมคลาสออกกำลังกายต่างๆ และบางครั้งจะไปเรียน SLT ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของพิลาทิสตามที่ภรรยาชวน แม้เขาจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองไม่ค่อยเก่งพิลาทิสนัก แต่เขามองว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเขาเชื่อในหลักการที่ว่า โดยทั่วไปผู้ชายควรลองฝึกออกกำลังกายแบบที่ผู้หญิงทำ และผู้หญิงควรลองฝึกแบบที่ผู้ชายทำ เขาจึงพยายามเพิ่มการยืดเหยียด การออกกำลังกายแบบ high-repetition และความยืดหยุ่นเข้าไปในกิจวัตรประจำวันของเขา

หลังจากออกกำลังกายเสร็จสิ้น Ahmed จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายที่เขาให้ความสำคัญมาก นั่นคือการอาบน้ำอบไอน้ำและการแช่น้ำเย็น เขาใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในห้องอบไอน้ำเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ตามด้วยการแช่ตัวในอ่างน้ำเย็นเป็นเวลา 3-5 นาที ซึ่งเป็นเทคนิคการฟื้นฟูที่นักกีฬามืออาชีพใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อลดการอักเสบและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

มื้อเช้าที่เน้นโภชนาการ

อาหารเช้าของ Ahmed เป็นมื้อที่เขาให้ความสำคัญในด้านคุณค่าทางโภชนาการ โดยประกอบด้วยไข่ในปริมาณมาก เบคอน อะโวคาโด และผลไม้สด ในวันที่เขาออกกำลังกาย เขาจะกินไข่ถึง 6-8 ฟอง แต่ในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย จะกินในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย การเลือกกินอาหารเช้าที่มีโปรตีนสูงเช่นนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย

การทำสมาธิเป็นกิจวัตรประจำ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว Ahmed จะทำสมาธิทุกเช้าเป็นเวลา 10-20 นาที ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เขาทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 11 ปีแล้ว ปัจจุบันเขาทำสมาธิแบบปิดตา มีสติกับลมหายใจ และปล่อยให้จิตใจเป็นอิสระ บางวันเขาจะทำสมาธิทันทีหลังตื่นนอน บางวันจะทำหลังออกกำลังกาย ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและสภาวะของใจในตอนนั้น

Ahmed มองว่าการให้เวลาเช้าตรู่ทั้งหมด 3 ชั่วโมงกับตัวเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะช่วยให้เขามีพลังงาน สมาธิ และความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ดีเยี่ยมตลอดทั้งวัน การเริ่มต้นวันด้วยการดูแลตัวเองก่อนที่จะไปดูแลธุรกิจและคนอื่นๆ เป็นหลักการสำคัญที่เขาถือถือ

ชั่วโมงทำงาน 9.00 น. เป็นต้นไป ประสิทธิภาพสูงสุด

Ahmed มาถึงออฟฟิศตรงเวลา 9 โมงเช้าและเริ่มต้นวันทำงานด้วยการพบ Chief of Staff เพื่อทบทวนภาพรวมของวัน โดยจะดูการนัดหมายต่างๆ คนภายนอกที่ต้องติดต่อ และปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข การเริ่มต้นวันแบบนี้ช่วยให้เขามีความชัดเจนในทิศทางและสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันทำงานของ Ahmed เต็มไปด้วยการประชุมหลากหลายประเภทที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบหลายด้านของการเป็นซีอีโอ ได้แก่ การประชุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมเพื่อติดตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุด การประชุมตัวต่อตัวกับทีมผู้บริหารเพื่อติดตามผลงานและให้คำแนะนำ และการประชุมกับทีมเฉพาะต่างๆ เช่น ทีมอุปกรณ์เสริมและเสื้อผ้า หรือทีมปัญญาประดิษฐ์

การเคลื่อนไหวในระหว่างวัน

Ahmed ได้เล่าถึงการปรับปรุงพฤติกรรมการทำงานของเขาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเขาเพิ่งได้โต๊ะทำงานแบบที่สามารถปรับให้ยืนและเดินได้มาใช้ และพยายามเดินให้มากขึ้นในระหว่างวัน บางครั้งเขาจะออกไปข้างนอกอาคารเดินขณะคุยโทรศัพท์ หรือถ้ามีสายจากภายนอกที่ต้องติดต่อกันหลายสาย เขาจะออกไปข้างนอกเพื่อเดินพร้อมกับคุยโทรศัพท์ การเคลื่อนไหวระหว่างวันช่วยให้เขาไม่เครียดและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

อาหารกลางวันและเครื่องดื่ม

เขารับประทานมื้อกลางวันตอนบ่ายโมง โดยเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นหลัก เช่น สลัดที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือถั่วเยอะ หรืออาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น เคบับ ข้าว และสลัดผัก การเลือกกินอาหารประเภทนี้ช่วยให้เขามีพลังงานที่คงที่และไม่รู้สึกง่วงหลังอาหาร

สำหรับเครื่องดื่ม Ahmed ดื่มกาแฟประมาณ 2 แก้วต่อวัน แต่มีกฎเหล็กคือจะไม่ดื่มกาแฟหลังบ่าย 1-2 โมง เพราะจะส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนหลับในตอนกลางคืน เขาไม่กินของว่างระหว่างมื้อ และแคลอรี่ที่บริโภคจะมาจากอาหารหลักเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่เขาดื่มประจำคือน้ำเปล่าและกาแฟ ส่วนแอลกอฮอล์นั้นเขาดื่มบ้างแต่ไม่บ่อยและในปริมาณที่น้อย

ความยืดหยุ่นในการออกจากออฟฟิศ

Ahmed มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาออกจากออฟฟิศตามสถานการณ์และความต้องการของครอบครัว เขาจะออกจากออฟฟิศตอน 6 โมงหรือ 6.15 น. หากต้องการไปเจอลูกชายและช่วยส่งลูกเข้านอน แต่ถ้าไม่สามารถไปทันได้ เขาก็จะทำงานต่อและออกจากออฟฟิศตอนสองทุ่ม ความยืดหยุ่นแบบนี้สะท้อนถึงแนวคิด Work-Life Harmony ที่เขาถือถือ ซึ่งไม่บังคับให้ทุกวันต้องเหมือนกัน แต่ให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์

การปิดท้ายวันด้วยครอบครัวและการเตรียมพร้อมสู่วันใหม่

หลังจากกลับถึงบ้านและส่งลูกชายวัย 6 เดือนเข้านอน Ahmed จะใช้เวลากินมื้อเย็นกับภรรยาอย่างผ่อนคลาย โดยพวกเขาจะทำอาหารเองประมาณครึ่งหนึ่งและสั่งอาหารจากร้านมาประมาณครึ่งหนึ่ง การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นช่วงเวลาที่เขาให้ความสำคัญมากในการสื่อสารและใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเข้านอน Ahmed อาจต้องทำงานหรืออ่านอีเมลเพิ่มเติม และบางครั้งเขาต้องรับสายโทรศัพท์ด่วนหากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่สามารถเลื่อนไปวันใหมได้ อย่างไรก็ตาม เขาพยายามให้เวลานี้เป็นเวลาที่ผ่อนคลายและไม่กดดันมากเกินไป

การเตรียมตัวเข้านอนอย่างเป็นระบบ

กระบวนการเตรียมตัวเข้านอนของ Ahmed เป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญอย่างมาก เขาจะใส่แว่นกรองแสงสีน้ำเงินหลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ เพื่อช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการนอนหลับ เขาอธิบายว่าแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือทีวี จะกระตุ้นให้ดวงตาและจิตใจตื่นตัว ซึ่งขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่จำเป็นสำหรับการนอนหลับ การใส่แว่นกรองแสงจึงเป็นวิธีการง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพการนอน

นอกจากนั้น Ahmed ยังจะอาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอนเสมอ เพราะช่วยให้หลับง่ายขึ้นและเขาก็ชอบความรู้สึกสะอาดก่อนเข้าเตียง ห้องนอนของเขาถูกจัดเตรียมให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ มืดสนิท เงียบ อากาศถ่ายเทดี และอุณหภูมิอยู่ที่ 65-70 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 18-21 องศาเซลเซียส)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Ahmed เข้านอนตรงเวลา 4 ทุ่มครึ่งทุกคืน เพื่อให้ได้นอนหลับอย่างเพียงพอสำหรับการตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า การนอนหลับ 7.5 ชั่วโมงเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ทำให้เขามีพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันใหม่

กิจกรรมวันหยุดที่สร้างสมดุล

แม้ว่า Ahmed จะยอมรับว่าเขายังคงทำงานหลายอย่างในวันหยุด แต่เขาก็พยายามสร้างสมดุลด้วยการจัดกิจกรรมที่เขาสนุกสนาน เขาพยายามเล่นสควอชอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือเช้าตรู่ของวันทำงาน การเล่นสควอชเป็นการออกกำลังกายที่ท้าทายและสร้างความสนุกในเวลาเดียวกัน

ในช่วงฤดูร้อน Ahmed ชอบเล่นกอล์ฟเป็นกิจกรรมผ่อนคลายและออกกำลังกายไปในตัว แต่กิจกรรมวันหยุดที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในช่วงนี้คือการเดินเล่นกับลูกชายวัย 6 เดือน ซึ่งเขาบรรยายด้วยความปิติยินดีว่า “เป็นสิ่งใหม่และยอดเยี่ยม” การได้ใช้เวลากับลูกในกิจกรรมง่ายๆ แต่มีความหมายเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความสุขและความสมบูรณ์ของชีวิตนอกเหนือจากความสำเร็จทางธุรกิจ

บทเรียนล้ำค่าจาก Will Ahmed ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

การลงทุนกับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

กิจวัตรตอนเช้าของ Ahmed ที่ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเต็ม (6.00-9.00 น.) สำหรับการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และการทำสมาธิ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการลงทุนกับตัวเอง เขามองว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพ พลังงาน และความสุขตลอดทั้งวัน การดูแลตัวเองไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นความจำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จ

การยอมรับความไม่สมดุลของชีวิตในบางช่วง

แนวคิด Work-Life Harmony ของ Ahmed ช่วยให้เขายอมรับและเข้าใจว่าชีวิตมีจังหวะที่แตกต่างกัน บางช่วงอาจต้องให้เวลากับงานมากกว่าชีวิตส่วนตัว และในบางช่วงก็อาจเป็นไปในทางตรงกันข้าม การไม่บังคับตัวเองให้แบ่งเวลาเท่าๆ กันทุกวันหรือทุกสัปดาห์ กลับทำให้มีความยืดหยุ่น ลดความเครียด และมีความสุขมากกว่าการพยายามรักษาสมดุลแบบตายตัว

ความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเข้านอน

กระบวนการเตรียมตัวเข้านอนของ Ahmed รวมถึงการใช้แว่นกรองแสงสีน้ำเงิน การอาบน้ำอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะสม และการเข้านอนตามเวลาที่กำหนด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ การนอนหลับที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน การตัดสินใจ และอารมณ์ของวันถัดไป

การสร้างกิจวัตรที่ยั่งยืนและสามารถทำได้จริง

สิ่งที่น่าสนใจคือ Ahmed ไม่ได้บังคับตัวเองให้ทำทุกอย่างสมบูรณ์แบบทุกวัน แต่เขาสร้างจังหวะการใช้ชีวิตที่ทำได้จริงและยั่งยืน เขายอมรับว่าบางวันต้องทำงานหลายอย่างแม้ในวันหยุด แต่ก็หาเวลาเล่นกีฬาและอยู่กับครอบครัว การมีความยืดหยุ่นและไม่ติดอยู่กับกฎเกณฑ์แบบตายตัวช่วยให้เขาสามารถรักษากิจวัตรที่ดีได้ในระยะยาว

การให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ทั้งในเรื่องการทำงาน การออกกำลังกาย การกินอาหาร และการใช้เวลากับครอบครัว Ahmed เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เขาไม่ได้ทำงาน 24 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ เขาไม่ได้ออกกำลังกายทั้งวัน แต่ออกกำลังกายอย่างมีแผนและเป้าหมาย การมีสมาธิและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำช่วยให้เขาได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำหลายอย่างพร้อมกันแบบไม่มีสมาธิ

แรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่

เรื่องราวของ Will Ahmed และวิธีการจัดการ 16 ชั่วโมงของเขาในแต่ละวันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีสร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จในอาชีพกับความสุขในชีวิตส่วนตัว เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นผู้นำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสละสุขภาพ ครอบครัว หรือความสุขส่วนตัว

สิ่งที่สำคัญคือการหาจังหวะการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง การลงทุนกับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และการยอมรับว่าชีวิตมีช่วงขาข้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แทนที่จะพยายามควบคุมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวและสร้างความกลมกลืนระหว่างงานและชีวิตอาจเป็นเส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จและความสุขที่แท้จริงได้มากกว่า

สำหรับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดสมดุลชีวิต บทเรียนจากประสบการณ์ของ Ahmed อาจเป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสมและยั่งยืนสำหรับตัวคุณเองได้