เปิดใจ “ทนายเกิดผล” เผยความจริงใหม่คดี “พระอลงกต” เลขาหมอบีเคยฟ้องปมชู้สาว-ดาราดังยุค 80-90 เข้าออกวัดประจำ

ทนายเกิดผล ให้สัมภาษณ์ณ บริเวณริมฟุตปาธหน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ว่า ตนเองเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์ในช่วงปี 2564 แต่สำหรับงบประมาณของปี 2567 ที่มีเงินส่วนต่างหายไป 3 ล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่ในการทำบัญชีและไม่ได้เข้าร่วมประชุมงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลได้เล่าถึงประสบการณ์ในการเข้าร่วมประชุมประมาณปี 2565 สมัยที่ไวยาวัจกรคนเก่าเป็นประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ในช่วงนั้นมูลนิธิมีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลย เนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้อดีตพระอลงกตต้องบริจาคเงินโอนเข้าบัญชีของมูলนิธิธรรมรักษ์เป็นจำนวนประมาณ 30 ล้านบาท “ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเงินส่วนตัวของอดีตพระอลงกตหรือเงินวัด แต่ผมเข้าใจว่าเป็นเงินวัด” ทนายเกิดผลกล่าวด้วยความระมัดระวัง ความซับซ้อนของโครงสร้างมูลนิธิ เกี่ยวกับกรณีที่มีบุคคลหนึ่งดำรงตำแหน่งเป็นทั้งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์และมีรายชื่อในคณะกรรมการของมูลนิธิอาทรประชานาถด้วย ทนายเกิดผลอธิบายว่า ตามกฎหมายสามารถทำได้หากเป็นเพียงกรรมการธรรมดา แต่หากเป็นประธานมูลนิธิทั้งสองแห่งพร้อมกันนั้น ไม่น่าจะสามารถทำได้ ทนายเกิดผลชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้มูลนิธิธรรมรักษ์จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากวัดแล้ว แต่ก็อาศัยความน่าเชื่อถือของอดีตพระอลงกตเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อประชาชนหมดศรัทธาต่อพระองค์แล้ว มูลนิธิธรรมรักษ์ย่อมได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้ไม่มีรายได้ และโครงการต่างๆ ของมูลนิธิก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของอดีตพระอลงกตด้วย “หากมูลนิธิธรรมรักษ์ดำเนินการต่อไปไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ คือต้องโอนทรัพย์สินให้กับวัดพระบาทน้ำพุ” ทนายเกิดผลกล่าว เปิดเผยความจริง “เลขาหมอบี” เคยฟ้องพระอลงกตปมชู้สาว ในส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการให้สัมภาษณ์ ทนายเกิดผลได้เปิดเผยเกี่ยวกับคนใกล้ชิดของ “หมอบี” ซึ่งเป็นเลขานุการที่ออกมาแฉพฤติกรรมผิดปกติของหมอบีกับอดีตพระอลงกต หลังจากที่เริ่มมีข่าวเรื่อง “คนใกล้ชิด” บุคคลนี้ได้ติดต่อมาหาทนายเกิดผลและส่งข้อมูลให้ดู … Read more

สมปอง นครไธสง เปิดใจครั้งแรก ยอมรับยืมเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ 13 ล้านบาท คืนแล้วเกือบครึ่ง

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ได้กลายเป็นวันที่สร้างความกระเพื่อมในโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อ สมปอง นครไธสง อดีตพระมหาสมปอง พระนักเทศน์ชื่อดังที่ปัจจุบันเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ได้ออกมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีที่ตัวเองถูกกล่าวถึงในโซเชียลมีเดีย ว่าเป็นบุคคลที่เคยยืมเงินจากอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ หรือที่รู้จักกันในนาม “ทิดอลงกต” กรณีนี้เริ่มต้นจากการที่โลกออนไลน์เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับยอดเงินบริจาคมหาศาลของวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีการกล่าวอ้างว่ามีอินฟลูเอนเซอร์ดังซึ่งเป็นอดีตพระสงฆ์เคยหยิบยืมเงินจากอดีตเจ้าอาวาสเมื่อครั้งครองสมณ พร้อมทั้งมีการบอกใบ้ด้วยอักษรย่อ “ส.” “ด.” และ “พ.” ซึ่งทำให้หลายคนเดาว่าน่าจะหมายถึงใคร สมปอง โพสต์ยอมรับ “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ก่อนหน้านี้ สมปอง นครไธสง ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ บนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ซึ่งเป็นการยืนยันทางอ้อมว่าตัวเองคือบุคคลที่ถูกกล่าวถึง โดยไม่ได้ปฏิเสธหรือหลบหลีกประเด็นดังกล่าว วันที่ 28 สิงหาคม สมปอง ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” อย่างละเอียด โดยเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เหตุผลในการยืมเงิน จำนวนเงินที่ยืม วิธีการได้เงินมา และสถานการณ์การชำระคืนในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสมปองกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ สมปอง เล่าว่า ตัวเองรู้จักอดีตพระอลงกตมาตั้งแต่ท่านยังเป็นเณร โดยเคยเห็นท่านนั่งรับบริจาคที่สนามหลวง ต่อมาในภายหลัง เมื่อตัวเองทำงานด้านการให้ความรู้แก่เยาวชน โดยเฉพาะการอบรมนักเรียนเรื่องการป้องกันโรค … Read more

ต๋อย พิงค์แพนเตอร์ แจงแล้ว! โต้ข่าวลือนักร้องเก่าเอี่ยวเงินวัด ย้ำจัดคอนเสิร์ตช่วยวัดพระบาทน้ำพุด้วยเจตนาดี

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีเพจและสื่อดังหลายแห่งออกมาเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า มีนักร้องเก่าและอินฟลูเอนเซอร์รับเงินจาก “อลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เป็นจำนวนกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและความสนใจอย่างมากในหมู่ประชาชน ความรุนแรงของข่าวลือเพิ่มมากขึ้นเมื่อ หนึ่ง บางปู ได้ออกมาเปิดเผยในตอนหนึ่งของรายการว่า “คนที่มาเอาเงินหลวงพ่อไป ที่บอกนักร้องอะไรสักอย่าง เป็นวงนักร้องยุค 80 มีชื่อเป็นสี ในภาษาอังกฤษ” คำพูดนี้ทำให้ผู้คนหันมาสงสัยในตัววงพิงค์แพนเตอร์ เนื่องจากชื่อวงมีคำว่า “พิงค์” ซึ่งเป็นชื่อสีในภาษาอังกฤษ คำชี้แจงของ หนึ่ง บางปู ที่จุดประกายข่าวลือ หนึ่ง บางปู ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเข้าใจว่าจ่ายค่าน้ำมัน เติมน้ำมันมาเอง แล้วก็มาร้องเพลงให้วัด ช่วยวัดฟรี แต่วันหนึ่งก็ได้มารับรู้ว่านักร้องเก่าตอนแรกมาเป็นจิตอาสา สักพักหนึ่งก็ขอเงินหลวงพ่อ ไม่รู้เขาตกลงกันยังไง แต่หลวงพ่อไม่ได้เต็มใจให้อย่างแน่นอน หรือถ้าให้ก็อาจจะมีอะไรบางอย่าง” คำให้การดังกล่าวสร้างความสับสนและข้อสงสัยในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะแฟนเพลงของวงดังยุค 80 ที่มีชื่อเป็นสีในภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดการเดาเก็ง และการแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน ประวัติและความสำคัญของวงพิงค์แพนเตอร์ วงพิงค์แพนเตอร์ถือเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุค 80 ของประเทศไทย โดยมี ต๋อย วิชัย ปุญญะยันต์ เป็นหัวหน้าวง วงนี้ได้สร้างผลงานเพลงฮิตมากมายที่ยังคงเป็นที่รักของคนไทยจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะบทเพลงอมตะอย่าง … Read more

อุทาหรณ์ครูสาวกำแพงเพชร ถูกแอปเงินกู้ออนไลน์หลอกลวง นำข้อมูลคนรอบข้างไปประจาน สร้างความเสียหายวงกว้าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครูสาววัย 43 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้ตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ที่มีพฤติกรรมเป็นมิจฉาชีพ ครูสาวได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อครั้งแรกที่เห็นโฆษณาของแอปเงินกู้ออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน การสมัครไม่ยุ่งยาก เพียงแค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวและอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในโทรศัพท์ก็สามารถได้เงินมาใช้ “การโฆษณาดูชวนเชื่อมาก บอกว่าจะได้เงินจำนวนหนึ่ง แต่พอสมัครแล้วจำนวนเงินที่ได้ไม่ตรงกับที่บอก และดอกเบี้ยสูงถึงสองในสามของเงินต้น” ครูสาวกล่าว กับดักหนี้ที่ไม่มีวันจบ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือกับดักที่แอปเงินกู้เหล่านี้วางไว้ เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้แต่ไม่มีเงินพอจ่าย ครูสาวจึงต้องหันไปสมัครแอปเงินกู้อื่นเพื่อนำเงินมา “โปะ” หนี้เก่า วิธีการนี้เรียกกันในหมู่ผู้ที่ติดหนี้ว่า “กลายเป็นวัวพันหลัก” ระบบของแอปเงินกู้เหล่านี้จะมีการเสนอเงินกู้ก้อนใหญ่เพิ่มเติม แต่ครูสาวยังมีสติพอที่จะไม่ตัดสินใจกู้เพิ่ม เพราะคิดว่าจะผ่อนไม่ไหวและจะทำให้หนี้มากขึ้นไปอีก “หากคนไม่มีเงินจริงๆ ก็ต้องกู้มา เพราะวิธีการสมัครไม่ได้ยากอะไร แค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้เข้าถึงได้ก็ได้เงินแล้ว” ครูสาวอธิบายถึงวิธีการล่อลวงของแอปเหล่านี้ วิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม เมื่อครูสาวหยุดจ่ายหนี้ สิ่งที่ตามมาคือการคุกคามที่โหดร้าย เริ่มจากการโทรศัพท์มาคุกคาม จนครูสาวต้องบล็อกเบอร์และไม่รับสายตัดการสื่อสารทุกทาง แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า แก๊งมิจฉาชีพได้นำข้อมูลที่ได้จากการเข้าถึงโทรศัพท์ของครูสาว รวมถึงรายชื่อ รูปภาพ และข้อมูลการติดต่อของเพื่อนร่วมงาน เจ้านายและบุคคลใกล้ชิด ไปสร้างเป็นโพสต์ประจานในโซเชียลมีเดีย “มีการนำภาพของบุคคลที่อยู่ในที่ทำงานมาโพสต์ประจาน ใส่ร้ายว่าร่วมกันฉ้อโกงเงิน ซึ่งเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ใช้ในการทวงเงิน” ครูสาวเล่าถึงวิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม ผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อนร่วมงาน ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล … Read more

สมปอง นครไธสง ยอมรับยืมเงินอลงกต หลังถูกชี้เป็นอินฟลูฯดัง อดีตพระที่เอาเงินบริจาคไปใช้

เหตุการณ์ที่สร้างความวุ่นวายในโลกออนไลน์เริ่มต้นจากการที่มีข้อมูลออกมาเผยแพร่เกี่ยวกับทิดอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่มียอดเงินบริจาคจากศรัทธาชาวพุทธเป็นจำนวนมหาศาล แต่กลับมีการใช้จ่ายเงินทำบุญอย่างผิดวัตถุประสงค์ และไม่โปร่งใส ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า มีอินฟลูเอนเซอร์ดังหลายคนที่เป็นอดีตพระสงฆ์ เคยไปขอยืมเงินจากทิดอลงกตในช่วงที่ยังครองสมณะ โดยมีการบอกใบ้ด้วยอักษรย่อ “ส.” “ด.” และ “พ.” ซึ่งทำให้เกิดการเก็งกันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียว่าเป็นใครบ้าง การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้สร้างกระแสความเสียหายอย่างมากต่อสถาบันพระสงฆ์ และยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการทำบุญและการบริจาคเพื่อพระพุทธศาสนา สมปอง นครไธสง ออกมาโพสต์ยอมรับ ท่ามกลางกระแสข่าวและการเก็งกันของคนในโซเชียลมีเดีย อดีตพระมหาสมปอง หรือสมปอง นครไธสง ซึ่งเป็นหนึ่งในพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย และปัจจุบันได้ลาสิกขาแล้วกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากมาย ได้ตัดสินใจออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ในโพสต์แรก สมปองได้เขียนว่า “ยืมนะครับยืม คืนไปแล้วเกือบครึ่ง” ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนว่าตนเคยยืมเงินจากทิดอลงกตจริง แต่อ้างว่าได้คืนเงินไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีโพสต์ก่อนหน้าที่เขียนว่า “ชีวิตต้องสู้ เพราะพี่กู้มาเยอะ อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก” ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะทางการเงินในปัจจุบันของเขาที่ยังคงมีภาระหนี้สินค้างอยู่ การโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน โดยมีคนเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม ทั้งที่เป็นการตั้งคำถาม การวิจารณ์ และการให้กำลังใจ ปฏิกิริยาจากสาธารณชน หลังจากที่สมปอง นครไธสง ออกมายอมรับเรื่องการยืมเงิน ได้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของเขาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งข้อความที่แสดงความเข้าใจ และข้อความที่แสดงความไม่พอใจ … Read more

แม่พาลูกสาวแจ้งความตร.-ร้องสื่อฯ ถูกปลัดเทศบาลใน จ.ปราจีนบุรี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะฝึกงาน

นางสาวหน่อย (นามสมมติ) อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียหาย ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาววัย 17 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานที่เทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อลูกสาวของนางได้เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของปลัดเทศบาลคนดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการส่งรูปภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงการมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางร่างกายในระหว่างการฝึกงาน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ตามที่นางสาวหน่อยได้เปิดเผย ปลัดเทศบาลรายดังกล่าวมีพฤติกรรมที่น่าวิตกหลายประการ: การส่งเนื้อหาลามก: ปลัดเทศบาลได้ส่งภาพผู้หญิงเปลือยท่อนบนพร้อมผู้ชายยืนคู่กัน รวมถึงลิงก์วิดีโอที่มีเนื้อหาลามกให้กับนักศึกษาฝึกงานดู ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน การลวนลามทางร่างกาย: ในระหว่างการฝึกงาน นักศึกษาฝึกงานต้องเผชิญกับการถูกจับเนื้อต้องตัวอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจและกลัวที่จะไปทำงานต่อ การติดตามและรบกวน: ปลัดเทศบาลมีพฤติกรรมโทรศัพท์ตามหานักศึกษาฝึกงานอยู่เป็นประจำ และยังมีการขอให้เป็นแฟนทั้งที่มีอายุห่างกันมาก ซึ่งสร้างความรู้สึกกดดันและไม่ปลอดภัยให้กับผู้เสียหาย คำให้การของผู้เสียหาย นางสาวเมย์ (นามสมมติ) ผู้เสียหายได้ยืนยันว่าตนเองถูกกระทำอนาจารอยู่เป็นประจำจนรู้สึกไม่ดี และในวันที่เดินทางมาลงบันทึกประจำวันในช่วงเช้า ปลัดเทศบาลรายดังกล่าวยังโทรศัพท์เข้ามาหาถึง 2 สาย แต่เธอไม่กล้ารับเพราะความกลัว ความกลัวของนักศึกษาฝึกงานรายนี้มิได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เนื่องจากพฤติกรรมของปลัดเทศบาลที่ค่อยๆ เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะการที่เขาพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่เกินขอบเขตระหว่างผู้บังคับบัญชากับลูกน้อง ความกังวลของครอบครัว นางสาวหน่อย มารดาของผู้เสียหาย ได้เล่าถึงความกังวลของครอบครัวว่า “ลูกสาวมักจะเล่าให้ฟังว่าถูกปลัดเทศบาลรายดังกล่าวขอเป็นแฟนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่อายุต่างกันมากและทุกวันมักจะโทรศัพท์มาหาลูกสาวจนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย” ความกังวลของมารดาคนนี้มิใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะการที่ผู้ใหญ่ในตำแหน่งอำนาจมีพฤติกรรมดังกล่าวต่อเยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแล อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นได้ สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าวิตกยิ่งขึ้น คือ ความแตกต่างของอำนาจและสถานะระหว่างปลัดเทศบาลซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชากับนักศึกษาฝึกงานที่ต้องพึ่งพิงการประเมินผลจากหน่วยงาน … Read more

อรอุ๋ง BNK ออกมาชี้แจงปฏิเสธข่าวลือสัมพันธ์ “หมอบี” ยืนยันเคารพเหมือนพ่อแม่ เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้บิดเบือนข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นางสาวอร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ หรือที่รู้จักกันในนาม “อรอุ๋ง BNK” ได้ออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือที่แพร่กระจายไปในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ที่เพิ่งถูกจับกุมในคspraคดีเงินวัดพระบาทน้ำพุ พื้นหลังเหตุการณ์และข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการไสยศาสตร์และการสื่อสารกับวิญญาณ ถูกหน่วยงานความมั่นคงจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับสังคมไทยและผู้ที่ติดตามผลงานของเขา ภายหลังจากการจับกุมดังกล่าว ได้มีบุคคลใกล้ชิดและแหล่งข่าวหลายแหล่งออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของหมอบี โดยอ้างว่าเขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นนอกเหนือจากภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อที่ถูกพาดพิงมากที่สุด ในบรรดาชื่อที่ถูกนำมาเชื่อมโยงและคาดเดากับเรื่องดังกล่าว ชื่อของ “อร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ” หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม “อรอุ๋ง BNK” กลับกลายเป็นชื่อที่ถูกพาดพิงและจับตามองมากที่สุด อาจเนื่องจากการที่เธอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและมีผู้ติดตามจำนวนมากในสื่อสังคมออนไลน์ การเก็งกระซิบและข่าวลือเหล่านี้ได้สร้างความกดดันและผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของอรอุ๋งอย่างมาก ทำให้เธอต้องตัดสินใจออกมาชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ คำแถลงการณ์ชี้แจงของอรอุ๋ง BNK เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 อรอุ๋ง BNK ได้ใช้ฟีเจอร์สตอรี่บนแอปพลิเคชันอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอในการออกมาแถลงการณ์ชี้แจงต่อสาธารณะ โดยข้อความที่เธอโพสต์มีใจความสำคัญดังนี้ การปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน ในคำแถลงการณ์ อรอุ๋งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า “จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มีหลายคนพูดถึงอรในทำนองว่าอรมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพี่บี … Read more

หญิงสาวถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมทารก หลังเอากระเป๋าเดินทางใส่เด็กทิ้งถังขยะ

คอร์ตนีย์ ไมเนอร์ หญิงวัย 25 ปี จากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมทารกแรกเกิด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามหลักฐานและพบว่าเธอเป็นผู้ที่นำกระเป๋าเดินทางที่บรรจุศพทารกไปทิ้งในถังขยะเมื่อปีที่แล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ที่เมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส และกลายเป็นคดีที่สั่นสะเทือนสังคมอเมริกันอย่างมาก การค้นพบศพทารกในถังขยะ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองฟอร์ตเวิร์ธได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่น่าตกใจจากพนักงานเก็บขยะ ที่พบกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินขนาดใหญ่ในถังขยะใกล้ย่านที่พักอาศัย เมื่อเปิดกระเป๋าออกมาตรวจสอบ พบศพทารกแรกเกิดเพศหญิงที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ห่อด้วยผ้าสีขาว หน่วยนิติเวชที่เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า ทารกนี้เกิดมาครบกำหนดและมีน้ำหนักปกติ ไม่พบความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโรคประจำตัวใดๆ การชันสูตรศพเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าทารกมีสัญญาณชีวิตขณะถูกทิ้งลงในกระเป๋าเดินทาง และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจภายในกระเป๋าที่ปิดสนิท การสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน หน่วยสืบสวนคดีฆาตกรรมของตำรวจฟอร์ตเวิร์ธได้เริ่มต้นการสืบสวนอย่างเข้มข้นทันที โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งพบภาพหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลากกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินขนาดใหญ่เดินมาจากทิศทางอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง จากภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้เมื่อช่วงเวลา 03:30 น. ของวันที่เกิดเหตุ จะเห็นหญิงสาวแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ กำลังลากกระเป๋าเดินทางที่ดูหนักและเดินอย่างรีบเร่ง เธอมองไปรอบๆ อย่างระแวงก่อนที่จะยกกระเป๋าใส่ลงในถังขยะและรีบเดินจากไป การติดตามตัวผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายการค้นหาไปยังอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมในรัศมี 2 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบถามผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกี่ยวกับการสังเกตเห็นเหตุการณ์ผิดปกติหรือเสียงเด็กร้องไห้ในช่วงเวลาดังกล่าว การสืบสวนได้นำไปสู่การระบุตัว คอร์ตนีย์ ไมเนอร์ หญิงวัย 25 ปี ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ … Read more

นักท่องเที่ยวอเมริกันถูกแทงสาหัส หลังช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุกคามบนรถรางในเยอรมนี

เดรสเดน, เยอรมนี – เหตุการณ์ที่สะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 00.25 น. เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 21 ปี ถูกแทงอย่างรุนแรงหลังจากที่เข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงสองคนที่กำลังถูกคุกคามบนรถรางที่เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี เหตุการณ์ที่เลือดเย็นนี้เกิดขึ้นที่ป้ายรถรางนอยสตอดเตอร์ มาร์กต์ (Neustädter Markt) ในเมืองเดรสเดน ตามคำแถลงของกรมตำรวจเดรสเดน โดยเริ่มจากการทะเลาะวิวาทระหว่างกลุมคนสามคนที่ป้ายรถรางแห่งนี้ รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อชายสองคนจากกลุ่มหนึ่งได้คุกคามผู้โดยสารหญิงบนรถราง โดยนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 21 ปีได้เข้าไปแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านั้น “เริ่มแรกชายสองคนจากกลุ่มหนึ่งได้คุกคามผู้โดยสารหญิงบนรถไฟ” ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ของตำรวจ “พลเมืองอเมริกันวัย 21 ปีได้เข้าไปแทรกแซง และถูกแทงโดยผู้กระทำผิดคนหนึ่งในระหว่างการต่อสู้ที่ตามมา” หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนได้หลบหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งได้ในเวลาต่อมา โดยเป็นชายวัย 21 ปีสัญชาติซีเรีย การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โฆษกตำรวจโธมัส ไกท์เนอร์ (Thomas Geithner) กล่าวกับสื่อข่าวเยอรมันว่า เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้ต้องสงสัยคนที่สองอย่างเต็มความสามารถ และหวังว่าจะ “ระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ในเร็ว ๆ นี้” ตำรวจเดรสเดนยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อค้นหาผู้กระทำผิดคนที่สองและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้โทรติดต่อกรมตำรวจเดรสเดนที่หมายเลข (0351) 483 … Read more

ใครคือฆาตกรตอนจริงของเมเรดิธ เคอร์เชอร์? เปิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เปลี่ยนชีวิตอแมนดา น็อกซ์ไปตลอดกาล

เมเรดิธ เคอร์เชอร์ นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวอังกฤษวัย 21 ปี ถูกฆ่าตายอย่างโหดร้ายในอพาร์ตเมนต์ที่เธออาศัยอยู่ในเมืองเปรูจา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในคดีอาญาที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกมากที่สุด เนื่องจากความซับซ้อนของการสืบสวนและการดำเนินคดีที่ใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าจะสิ้นสุด คดีนี้ทำให้อแมนดา น็อกซ์ นักศึกษาชาวอเมริกันที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของเหยื่อ กลายเป็นจำเลยหลักในข้อหาฆาตกรรม แม้ว่าหลักฐาน DNA จะชี้ไปที่ผู้ต้องสงสัยคนอื่น แต่ระบบยุติธรรมอิตาเลียนยังคงดำเนินคดีกับน็อกซ์และแฟนเก่าของเธอ ราฟฟาเอเล โซลเลชิโต้ อย่างต่อเนื่อง ประวัติของเหยื่อ เมเรดิธ เคอร์เชอร์ เมเรดิธ เคอร์เชอร์ เป็นนักศึกษาชาวอังกฤษวัย 21 ปี จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ซึ่งกำลังศึกษาต่อในโปรแกรมแลกเปลี่ยนนักศึกษาที่เมืองเปรูจา ประเทศอิตาลี เธอเป็นหญิงสาวที่มีอนาคตสดใส มีความฝันและแผนการมากมายสำหรับชีวิตข้างหน้า เคอร์เชอร์อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ 4 ห้องนอนร่วมกับเพื่อนร่วมห้อง 3 คน ได้แก่ อแมนดา น็อกซ์ นักศึกษาชาวอเมริกันวัย 20 ปี และนักศึกษาชาวอิตาเลียนอีก 2 คน คือ … Read more