เปิดใจ “ทนายเกิดผล” เผยความจริงใหม่คดี “พระอลงกต” เลขาหมอบีเคยฟ้องปมชู้สาว-ดาราดังยุค 80-90 เข้าออกวัดประจำ
ทนายเกิดผล ให้สัมภาษณ์ณ บริเวณริมฟุตปาธหน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ว่า ตนเองเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์ในช่วงปี 2564 แต่สำหรับงบประมาณของปี 2567 ที่มีเงินส่วนต่างหายไป 3 ล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่ในการทำบัญชีและไม่ได้เข้าร่วมประชุมงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลได้เล่าถึงประสบการณ์ในการเข้าร่วมประชุมประมาณปี 2565 สมัยที่ไวยาวัจกรคนเก่าเป็นประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ในช่วงนั้นมูลนิธิมีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลย เนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้อดีตพระอลงกตต้องบริจาคเงินโอนเข้าบัญชีของมูলนิธิธรรมรักษ์เป็นจำนวนประมาณ 30 ล้านบาท “ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเงินส่วนตัวของอดีตพระอลงกตหรือเงินวัด แต่ผมเข้าใจว่าเป็นเงินวัด” ทนายเกิดผลกล่าวด้วยความระมัดระวัง ความซับซ้อนของโครงสร้างมูลนิธิ เกี่ยวกับกรณีที่มีบุคคลหนึ่งดำรงตำแหน่งเป็นทั้งกรรมการมูลนิธิธรรมรักษ์และมีรายชื่อในคณะกรรมการของมูลนิธิอาทรประชานาถด้วย ทนายเกิดผลอธิบายว่า ตามกฎหมายสามารถทำได้หากเป็นเพียงกรรมการธรรมดา แต่หากเป็นประธานมูลนิธิทั้งสองแห่งพร้อมกันนั้น ไม่น่าจะสามารถทำได้ ทนายเกิดผลชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้มูลนิธิธรรมรักษ์จะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากวัดแล้ว แต่ก็อาศัยความน่าเชื่อถือของอดีตพระอลงกตเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อประชาชนหมดศรัทธาต่อพระองค์แล้ว มูลนิธิธรรมรักษ์ย่อมได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้ไม่มีรายได้ และโครงการต่างๆ ของมูลนิธิก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของอดีตพระอลงกตด้วย “หากมูลนิธิธรรมรักษ์ดำเนินการต่อไปไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ คือต้องโอนทรัพย์สินให้กับวัดพระบาทน้ำพุ” ทนายเกิดผลกล่าว เปิดเผยความจริง “เลขาหมอบี” เคยฟ้องพระอลงกตปมชู้สาว ในส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการให้สัมภาษณ์ ทนายเกิดผลได้เปิดเผยเกี่ยวกับคนใกล้ชิดของ “หมอบี” ซึ่งเป็นเลขานุการที่ออกมาแฉพฤติกรรมผิดปกติของหมอบีกับอดีตพระอลงกต หลังจากที่เริ่มมีข่าวเรื่อง “คนใกล้ชิด” บุคคลนี้ได้ติดต่อมาหาทนายเกิดผลและส่งข้อมูลให้ดู … Read more