อุทาหรณ์ครูสาวกำแพงเพชร ถูกแอปเงินกู้ออนไลน์หลอกลวง นำข้อมูลคนรอบข้างไปประจาน สร้างความเสียหายวงกว้าง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครูสาววัย 43 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้ตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ที่มีพฤติกรรมเป็นมิจฉาชีพ ครูสาวได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อครั้งแรกที่เห็นโฆษณาของแอปเงินกู้ออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน การสมัครไม่ยุ่งยาก เพียงแค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวและอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในโทรศัพท์ก็สามารถได้เงินมาใช้ “การโฆษณาดูชวนเชื่อมาก บอกว่าจะได้เงินจำนวนหนึ่ง แต่พอสมัครแล้วจำนวนเงินที่ได้ไม่ตรงกับที่บอก และดอกเบี้ยสูงถึงสองในสามของเงินต้น” ครูสาวกล่าว กับดักหนี้ที่ไม่มีวันจบ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือกับดักที่แอปเงินกู้เหล่านี้วางไว้ เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้แต่ไม่มีเงินพอจ่าย ครูสาวจึงต้องหันไปสมัครแอปเงินกู้อื่นเพื่อนำเงินมา “โปะ” หนี้เก่า วิธีการนี้เรียกกันในหมู่ผู้ที่ติดหนี้ว่า “กลายเป็นวัวพันหลัก” ระบบของแอปเงินกู้เหล่านี้จะมีการเสนอเงินกู้ก้อนใหญ่เพิ่มเติม แต่ครูสาวยังมีสติพอที่จะไม่ตัดสินใจกู้เพิ่ม เพราะคิดว่าจะผ่อนไม่ไหวและจะทำให้หนี้มากขึ้นไปอีก “หากคนไม่มีเงินจริงๆ ก็ต้องกู้มา เพราะวิธีการสมัครไม่ได้ยากอะไร แค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้เข้าถึงได้ก็ได้เงินแล้ว” ครูสาวอธิบายถึงวิธีการล่อลวงของแอปเหล่านี้ วิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม เมื่อครูสาวหยุดจ่ายหนี้ สิ่งที่ตามมาคือการคุกคามที่โหดร้าย เริ่มจากการโทรศัพท์มาคุกคาม จนครูสาวต้องบล็อกเบอร์และไม่รับสายตัดการสื่อสารทุกทาง แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า แก๊งมิจฉาชีพได้นำข้อมูลที่ได้จากการเข้าถึงโทรศัพท์ของครูสาว รวมถึงรายชื่อ รูปภาพ และข้อมูลการติดต่อของเพื่อนร่วมงาน เจ้านายและบุคคลใกล้ชิด ไปสร้างเป็นโพสต์ประจานในโซเชียลมีเดีย “มีการนำภาพของบุคคลที่อยู่ในที่ทำงานมาโพสต์ประจาน ใส่ร้ายว่าร่วมกันฉ้อโกงเงิน ซึ่งเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ใช้ในการทวงเงิน” ครูสาวเล่าถึงวิธีการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยม ผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อนร่วมงาน ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล … Read more