เปิดเอกสารฉบับเต็ม! ศาลอาญายกฟ้องทักษิณ คดีม.112 ชี้พยานหลักฐานไม่เพียงพอสั่งลงโทษ

ในเช้าวันนี้เวลา 10.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ข้อกล่าวหาหลักในคดี คือการที่จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยมีเนื้อหาที่ถูกกล่าวหาว่ามีลักษณะพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงการพิจารณาคดี จำเลยได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลอนุญาตโดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล การวิเคราะห์พยานหลักฐานของศาล ความถูกต้องของคลิปวิดีโอ ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งโจทก์และจำเลยอย่างละเอียด โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาว่าจำเลยเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ตามคลิปวิดีโอที่เป็นพยานหลักฐานหรือไม่ โจทก์ได้นำพยานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและพยานปากนายอนันต์ เหล่าเลิศวรกุล มาเบิกความยืนยันว่าได้ดูคลิปวิดีโอแล้วเห็นว่าเป็นการกล่าวถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของจำเลยจริง แม้ว่าโจทก์จะไม่มีคลิปให้สัมภาษณ์ฉบับเต็มมาเป็นหลักฐาน เมื่อพยานโจทก์ต่างยืนยันว่าคลิปวิดีโอเป็นคลิปให้สัมภาษณ์ของจำเลยบางช่วงบางตอน และเห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ส่วนจำเลยได้อ้างว่าเป็นการตัดต่อคลิปวิดีโอ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นการตัดต่อในส่วนใดและส่วนไหนไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับความจริง ศาลจึงเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุน นอกจากนี้ จำเลยยังยอมรับว่าบุคคลและเสียงในคลิปวิดีโอเป็นของจำเลย การตีความเนื้อหาและความหมายของข้อความ หลักเกณฑ์การพิจารณาความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลได้วางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า ข้อความที่จะถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น จะต้องมีลักษณะดังนี้: การระบุตัวบุคคล – ต้องระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความ หรือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่รู้ได้แน่นอนว่าบุคคลที่ถูกใส่ความเป็นใคร ความชัดเจนของการอ้างอิง – หากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การพิจารณาการดูหมิ่น สำหรับการดูหมิ่น ศาลต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม หรือสบประมาทผู้ที่ถูกกล่าวถึงขนาดทำให้อับอายหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาด้วยว่าเมื่อวิญญูชนโดยทั่วไปได้พบเห็น … Read more

เปิดคดีฉาวคอร์รัปชัน! ปลัดอบจ.มุกดาหาร หักเงินค่าดำเนินการ 10% จากผู้รับเหมา มูลค่าโครงการกว่า 12 ล้าน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บัญชาการสำนักงานป.ป.ช. และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผู้กำกับกิจการ 3 สำนักงานป.ป.ช. ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว ว่าที่ร้อยโท วัทธิกร ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับที่ออกโดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ข้อหาที่ร้ายแรงถึง 3 ข้อหา ได้แก่ “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ” “ข่มขื่นใจให้บุคคลอื่นมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน” และ “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ที่มาของคดี – การแจ้งความของผู้เสียหาย คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ตัวแทนของบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช. โดยกล่าวหาว่าถูก ว่าที่ร้อยโท วัทธิกร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ข่มขู่และเรียกเงินแลกกับการเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ผู้เสียหายระบุว่า บริษัทของตนได้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนถึง 7 โครงการ โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 12,773,000 บาท และมี ว่าที่ร้อยโท วัทธิกร ในฐานะปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้มีอำนาจในการลงนามอนุมัติโครงการดังกล่าว รูปแบบการกระทำผิด – … Read more

สาวห่วงแฟนหนุ่มติดคุกจะขาดยา! ซุกยาบ้า-ไอซ์ในถุงข้าวมาเยี่ยม ตำรวจตาไวจับทันหน้าห้องขัง

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ขณะที่ด.ต.ชีพ ชัยนาท ผู้บังคับหมู่ประจำการของสถานีตำรวจภูธรแม่จัน จังหวัดเชียงราย กำลังปฏิบัติหน้าที่สิบเวรควบคุมผู้ต้องหาอยู่หน้าห้องขัง ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจขึ้น นางสาวนันธชา อายุ 36 ปี เดินทางมาพร้อมกับถุงข้าวเพื่อขอเยี่ยมแฟนหนุ่มของเธอ นายเทวา หรือที่เรียกกันว่า “เคน” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเสพยาบ้าที่กำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของนางสาวนันธชา การกระทำที่เปิดโปงความจริง ในระหว่างการเยี่ยม นางสาวนันธชาได้ยัดห่อกระดาษทิชชูสีขาวใส่ถุงข้าวและยื่นให้นายเคน หลังจากนั้นเธอก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ด.ต.ชีพ ชัยนาท ที่ยืนเฝ้าอยู่เกิดความสงสัย ด้วยประสบการณ์และสัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด.ต.ชีพจึงตัดสินใจขอตรวจค้นถุงข้าวที่นางสาวนันธชานำมา ผลการตรวจค้นทำให้พบของกลางที่น่าตกใจ ของกลางที่ตรวจพบ การตรวจค้นครั้งนี้เผยให้เห็นยาเสพติดที่ซ่อนอยู่ในถุงข้าว ประกอบด้วย: ยาบ้า 1 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.037 กรัม ใส่ในถุงซิปพลาสติกขนาดเล็ก กระดาษทิชชู่ห่อเป็นชั้นนอก เพื่อพรางไม่ให้เห็น วิธีการซ่อนยาเสพติดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยใช้ถุงข้าวที่ดูไม่น่าสงสัยเป็นเครื่องมือในการลักลอบ การดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว หลังจากพบของกลางแล้ว ด.ต.ชีพ ชัยนาท ได้รายงานเหตุการณ์ให้พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่จัน … Read more

ข่าวด่วน! ศาลอาญายกฟ้องคดีหมิ่นสถาบัน ทักษิณ ชินวัตร รอดข้อหา ม.112 กรณีสัมภาษณ์สื่อเกาหลี

ตั้งแต่เวลา 07.00 น. บริเวณศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกเริ่มมีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินได้ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูง โดยมีการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตเข้าถึงพื้นที่อย่างเข้มงวด สื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากศาลอาญาเป็นการล่วงหน้า เริ่มมาปักหลักเฝ้ารอความคืบหน้าบริเวณโซนสื่อมวลชนที่จัดไว้ด้านซ้ายของอาคารศาล การมาถึงของสื่อมวลชนชาวต่างชาติในจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจระหว่างประเทศต่อคดีนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญทางการเมืองของไทยในรอบหลายปี การมาถึงของนายทักษิณและทีมกฎหมาย เมื่อเวลา 09.30 น. นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงศาลอาญาพร้อมด้วยคณะทนายความและบุคคลสำคัญหลายท่าน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย และนายวิญญัติ ชาติมาตรี ทนายความหลักของนายทักษิณ เดินทางมาด้วยกัน ที่น่าสนใจคือการมาถึงของนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือ “ไอ่งตุ่น” คุณลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย การที่นางสาวพินทองทาเดินทางมาในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคดีนี้ต่อครอบครัว ชินวัตร และแสดงให้เห็นถึงการให้กำลังใจจากลูกสาวต่อบิดาในช่วงเวลาสำคัญ ประวัติและรายละเอียดของคดี คดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 นี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร กำลังใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศหลังจากการรัฐประหารปี 2549 ในระหว่างนั้น นายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเนื้อหาของการสัมภาษณ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาพิจารณาว่าอาจมีลักษณะที่สามารถตีความได้ว่าเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะโจทก์ได้ฟ้องร้องนายทักษิณในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กฎหมายหมิ่นสถาบัน” ควบคู่กับความผิดตาม … Read more

[ถ่ายทอดสด] ลูกยางสาวไทยเตรียมลุยศึกใหญ่! เปิดสงครามชิงแชมป์โลก 2025 พบอียิปต์นัดแรก

ทัพตบลูกยางสาวไทยพร้อมบู๊! เซ็ตแรกศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ดวลคู่แข็งอียิปต์ วันนี้ (22 สิงหาคม 2568) เป็นวันประวัติศาสตร์สำคัญของกีฬาวอลเลย์บอลไทย เมื่อทีมชาติวอลเลย์บอลหญิงไทยจะเริ่มต้นการเดินทางในศึกใหญ่ระดับโลก “FIVB Women’s World Championship 2025” หรือการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ด้วยการลงสนามเปิดสงครามนัดแรกเจอกับทีมชาติอียิปต์ ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เวลา 20.30 น. การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองของนักตบลูกยางสาวไทยที่จะได้แสดงฝีมือบนเวทีโลกในฐานะเจ้าภาพ ภายใต้การนำทีมของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์มากมายในระดับสากล ทีมไทยซึ่งครองอันดับ 21 ของโลกตามการจัดอันดับล่าสุดของ FIVB จะต้องเผชิญหน้ากับทีมชาติอียิปต์ ทีมอันดับ 53 ของโลก ในเกมเปิดสนามของกลุ่มการแข่งขัน ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขัน FIVB Women’s World Championship 2025 การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน … Read more

ธ.ก.ส. เร่งโอนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เริ่มล็อตแรก 1 กันยายนนี้ คาดครอบคลุมเกษตรกร 4 ล้านคน วงเงินรวม 46,000 ล้านบาท

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมความพร้อมโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,000 บาท หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการโอนเงินล็อตแรกได้ในวันที่ 1 กันยายน 2568 นี้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งประเทศจำนวนประมาณ 4 ล้านคน ด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 46,000 ล้านบาท โครงการปีนี้พิเศษครอบคลุมทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ว่า โครงการในปีนี้มีความพิเศษแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะข้าวนาปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้าวนาปรังด้วย การจัดสรรวงเงินในโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้าวนาปีมีวงเงินประมาณ 38,000 ล้านบาท และข้าวนาปรังมีวงเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 46,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศที่อยู่ในข่ายรับสิทธิ์ประมาณ 4 ล้านคน ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินภายใน 3 วัน หลังได้รับข้อมูลเกษตรกร ขณะนี้ ธ.ก.ส. อยู่ระหว่างการเตรียมนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด … Read more

เปิดตัวแล้ว! ‘realme Note 70’ สมาร์ตโฟนสายลุยครบเครื่อง ชาร์จครั้งเดียวใช้ได้ 2 วันเต็ม ราคาเพียง 2,999 บาท

ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ปัญหาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญอยู่คือแบตเตอรี่ที่หมดเร็ว และความทนทานของตัวเครื่องที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตจริง โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่มักมีข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและคุณภาพการสร้าง แต่ล่าสุด realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้ตอบโจทย์ทุกปัญหาดังกล่าวด้วยการเปิดตัว realme Note 70 สมาร์ตโฟนสายลุยที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ถูกจัด ทนจริง” ที่มอบประสบการณ์การใช้งานแบบครบเครื่องเกินราคา ในราคาที่เข้าถึงได้เพียง 2,999 บาท จุดเด่นสำคัญ: แบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ 6,300mAh หัวใจสำคัญที่ทำให้ realme Note 70 โดดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดคือการมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,300mAh ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับราคาเดียวกัน การออกแบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้มาจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ realme ที่ต้องการแก้ปัญหาการใช้งานแบตเตอรี่ในชีวิตจริงของผู้บริโภค ทาง realme ได้ทดสอบและการันตีว่าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้ ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 2 วันเต็ม ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักอย่างการดูวิดีโอสตรีมมิ่ง การเล่นเกม การใช้โซเชียลมีเดีย หรือการโทรศัพท์ติดต่องานเป็นเวลานาน นอกจากความจุแบตเตอรี่ที่ใหญ่แล้ว realme Note 70 ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 15W ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้ 50% ในเวลาเพียง 64 นาที … Read more

วิกฤตแรงงานไทย: ชนชั้นกลางพนักงานเงินเดือนถูกผลักออกจากระบบด้วยคลื่นเทคโนโลยี AI

การประกาศของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเปิดรับสมัครพนักงานอายุ 45 ปีขึ้นไปเกษียณก่อนกำหนด ไม่ใช่เพียงข่าวธุรกิจธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดแรงงานไทย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เตือนว่า “ชนชั้นกลางพนักงานเงินเดือน” ที่เคยเป็นแกนหลักของสังคมไทยกำลังเผชิญการล่มสลายจากแรงกดดันของปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ผู้จัดการระดับกลาง เป้าหมายแรกของการปรับโครงสร้าง ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย จาก SDGs Local Implementation Learning Center ระบุว่า คนวัย 45-50 ปีในองค์กรไทยส่วนใหญ่คือผู้จัดการระดับกลาง (middle management) ที่ทำหน้าที่ประสานงาน ส่งคำสั่ง และตรวจสอบรายงาน ซึ่งเคยเป็นชั้นกลางที่มั่นคงที่สุดของโครงสร้างองค์กร “วันนี้แดชบอร์ด แอปสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์สามารถสื่อสารตรง รวบรวม และสรุปข้อมูลให้ผู้บริหารได้ทันที ทำให้โครงสร้างองค์กรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้จัดการระดับกลางมากเท่าเดิม” ดร.ณัฐพงศ์กล่าว การปล่อยให้พนักงานวัยกลางคนออกไปไม่เพียงทำให้องค์กรกระชับลง แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีค่าแรงถูกกว่าและพร้อมใช้งานปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่วันแรกเข้ามาแทนที่ แม้เด็กรุ่นใหม่จะยังขาดประสบการณ์ แต่พวกเขามี “สัญชาตญาณดิจิทัล” (digital instinct) ที่ทำให้ปรับตัวกับเครื่องมือใหม่ได้รวดเร็วกว่า ช่องว่างนโยบายรัฐ-เอกชนขยายวิกฤต ในขณะที่ภาคเอกชนเร่งปล่อยแรงงานวัยกลางคนออกเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ รัฐบาลกลับเดินทางตรงกันข้ามด้วยการหารือเรื่องการยืดอายุเกษียณไปถึง 63-65 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีมาตรการจริงจังที่จะทำให้แรงงานสูงวัยมีบทบาทใหม่ในโลกดิจิทัล ช่องว่างนี้ทำให้ชนชั้นกลางเงินเดือนที่ควรจะมั่นคงที่สุดกลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ถูกกดดันให้หลุดออกจากระบบทั้งที่ยังแบกภาระครอบครัว … Read more

กรรชัยออกโรงฟาดแสบ! ถาม “รวยแล้วไม่ต้องทำมาหาแด*เหรอ?” หลังชาวเน็ตแซะอั้มเปิดตลาด

กระแสดราม่าในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ผ่านมากลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากที่ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” นักแสดงสาวขวัญใจมหาชน ต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากชาวเน็ตเรื่องการเปิดตลาดรวมร้านอาหารอร่อย โดยมีผู้คอมเมนต์ที่มองว่าเป็นดารารวยแล้วยังมาเปิดตลาดทำไม บ้างก็แซะว่าเป็นดารารวยมีบ้านเป็นร้อยล้าน สงสัยไม่มีงานแล้วเลยมาขายของในห้าง จนทำให้เกิดการออกมาปกป้องจากเพื่อนร่วมวงการ และล่าสุด “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ก็ได้ออกมาตอบโต้อย่างแสบคันผ่านรายการข่าวใส่ไข่ ด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา “รวยแล้วไม่ต้องทำมาหาแด*เหรอ?” ที่มาของกระแสดราม่า – ชาวเน็ตแซะอั้มเปิดตลาด เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ดาราสาวชื่อดังได้เปิดตลาดรวมร้านอาหารอร่อย ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เธอตัดสินใจลงทุน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตที่มองว่า การที่ดาราที่มีฐานะดีแล้วยังมาทำธุรกิจขายของในห้างเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ความคิดเห็นที่ออกมาในโซเชียลมีเดียมีทั้งในแง่บวกและลบ โดยด้านลบนั้นมีการแสดงความคิดเห็นว่า “เป็นดารารวยแล้วยังมาเปิดตลาดอีกเหรอ” หรือ “มีบ้านเป็นร้อยล้าน สงสัยไม่มีงานแล้วเลยมาขายของในห้าง” ซึ่งความคิดเห็นเหล่านี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการของอั้ม ดีเจมะตูมออกโรงปกป้อง – เตือนให้หัดยินดีกับผู้อื่น กระแสวิจารณ์ดังกล่าวทำให้ “ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” ผู้ดำเนินรายการวิทยุชื่อดังต้องออกมาปกป้องอั้ม โดยตอกกลับชาวเน็ตที่วิจารณ์ในลักษณะดังกล่าว ด้วยการแนะนำให้หัดยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น และเตือนว่าถ้าไม่เปลี่ยนใจคิดแล้วจะกลายเป็น “มนุษย์ป้า” พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า “นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว” การออกมาปกป้องของดีเจมะตูมได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะแฟนคลับของอั้มที่เห็นว่าการวิจารณ์ในลักษณะดังกล่าวเป็นการมองในแง่ลบโดยไม่มีเหตุผล และไม่ได้เห็นถึงความพยายามในการประกอบอาชีพที่สุจริต กรรชัยออกโรงตอบโต้ – … Read more

“เมย์ วาสนา” ปิดฉากดราม่า 6 เดือน รับคืนสร้อยบูการี 7 ล้าน พร้อมส่งข้อความหวานใจถึง “ดิว อริสรา”

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เมย์ วาสนา ได้โพสต์คลิปและข้อความยาวผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความดีใจกับการได้รับทรัพย์สินคืนครบถ้วน โดยเฉพาะวินาทีที่เธอเปิดกล่องสร้อยบูการีราคา 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นชิ้นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากที่สุด ในคลิปดังกล่าว เมย์ได้เผยความรู้สึกโล่งใจอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้ใครยืมทรัพย์สินอีกต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทเรียนที่เธอได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รายละเอียดทรัพย์สินที่ได้รับคืน ทรัพย์สิน 3 ชิ้นสุดท้ายที่เมย์ได้รับคืนประกอบด้วย สร้อยบูการี (Bulgari) มูลค่า 7 ล้านบาท และกระเป๋าแบรนด์เนมอีก 2 ใบ ซึ่งเป็นไอเทมที่มีมูลค่าสูงและมีความหมายทางอารมณ์สำหรับเจ้าของ การส่งคืนทรัพย์สินครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงและมีการลงนามในสัญญา รวมถึงการจ่ายหนี้ส่วนหนึ่งตามที่ได้ตกลงกัน เมย์ยังได้ถอนฟ้องร้องที่เคยดำเนินการไว้ ทำให้เรื่องราวทั้งหมดสิ้นสุดลงอย่างสันติ ข้อความสะเทือนใจถึงดิว อริสรา สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในการโพสต์ของเมย์ คือข้อความที่เธอส่งถึงดิว อริสรา ซึ่งเต็มไปด้วยความเข้าใจและกำลังใจ แทนที่จะเป็นคำพูดที่มีความขุ่นเคือง “สำหรับดิว เมย์เข้าใจ และขอส่งกำลังใจให้เริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็ง รับผิดชอบชีวิต ดูแลครอบครัว และกลับมาสร้างคุณค่าให้ตัวเองและสังคมได้อีกครั้ง ทุกคนล้มได้ แต่ที่สำคัญคือการลุกขึ้นอย่างมีวุฒิภาวะ” ข้อความดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นผู้ใหญ่และน้ำใจของเมย์ ที่เลือกที่จะให้อภัยและส่งกำลังใจ แทนการตำหนิหรือต่อว่า บทเรียนชีวิตที่ได้รับ เมย์ได้แบ่งปันบทเรียนสำคัญที่เธอได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งสามารถเป็นแนวทางให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน ความไว้ใจต้องมีกรอบ … Read more