ข่าวด่วน! ศาลอาญายกฟ้องคดีหมิ่นสถาบัน ทักษิณ ชินวัตร รอดข้อหา ม.112 กรณีสัมภาษณ์สื่อเกาหลี

ตั้งแต่เวลา 07.00 น. บริเวณศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกเริ่มมีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินได้ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูง โดยมีการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตเข้าถึงพื้นที่อย่างเข้มงวด สื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากศาลอาญาเป็นการล่วงหน้า เริ่มมาปักหลักเฝ้ารอความคืบหน้าบริเวณโซนสื่อมวลชนที่จัดไว้ด้านซ้ายของอาคารศาล การมาถึงของสื่อมวลชนชาวต่างชาติในจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจระหว่างประเทศต่อคดีนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญทางการเมืองของไทยในรอบหลายปี การมาถึงของนายทักษิณและทีมกฎหมาย เมื่อเวลา 09.30 น. นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงศาลอาญาพร้อมด้วยคณะทนายความและบุคคลสำคัญหลายท่าน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย และนายวิญญัติ ชาติมาตรี ทนายความหลักของนายทักษิณ เดินทางมาด้วยกัน ที่น่าสนใจคือการมาถึงของนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือ “ไอ่งตุ่น” คุณลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย การที่นางสาวพินทองทาเดินทางมาในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคดีนี้ต่อครอบครัว ชินวัตร และแสดงให้เห็นถึงการให้กำลังใจจากลูกสาวต่อบิดาในช่วงเวลาสำคัญ ประวัติและรายละเอียดของคดี คดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 นี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร กำลังใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศหลังจากการรัฐประหารปี 2549 ในระหว่างนั้น นายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเนื้อหาของการสัมภาษณ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาพิจารณาว่าอาจมีลักษณะที่สามารถตีความได้ว่าเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะโจทก์ได้ฟ้องร้องนายทักษิณในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กฎหมายหมิ่นสถาบัน” ควบคู่กับความผิดตาม … Read more

[ถ่ายทอดสด] ลูกยางสาวไทยเตรียมลุยศึกใหญ่! เปิดสงครามชิงแชมป์โลก 2025 พบอียิปต์นัดแรก

ทัพตบลูกยางสาวไทยพร้อมบู๊! เซ็ตแรกศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ดวลคู่แข็งอียิปต์ วันนี้ (22 สิงหาคม 2568) เป็นวันประวัติศาสตร์สำคัญของกีฬาวอลเลย์บอลไทย เมื่อทีมชาติวอลเลย์บอลหญิงไทยจะเริ่มต้นการเดินทางในศึกใหญ่ระดับโลก “FIVB Women’s World Championship 2025” หรือการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ด้วยการลงสนามเปิดสงครามนัดแรกเจอกับทีมชาติอียิปต์ ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร เวลา 20.30 น. การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองของนักตบลูกยางสาวไทยที่จะได้แสดงฝีมือบนเวทีโลกในฐานะเจ้าภาพ ภายใต้การนำทีมของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์มากมายในระดับสากล ทีมไทยซึ่งครองอันดับ 21 ของโลกตามการจัดอันดับล่าสุดของ FIVB จะต้องเผชิญหน้ากับทีมชาติอียิปต์ ทีมอันดับ 53 ของโลก ในเกมเปิดสนามของกลุ่มการแข่งขัน ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขัน FIVB Women’s World Championship 2025 การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน … Read more

ธ.ก.ส. เร่งโอนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เริ่มล็อตแรก 1 กันยายนนี้ คาดครอบคลุมเกษตรกร 4 ล้านคน วงเงินรวม 46,000 ล้านบาท

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมความพร้อมโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,000 บาท หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการโอนเงินล็อตแรกได้ในวันที่ 1 กันยายน 2568 นี้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งประเทศจำนวนประมาณ 4 ล้านคน ด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 46,000 ล้านบาท โครงการปีนี้พิเศษครอบคลุมทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ว่า โครงการในปีนี้มีความพิเศษแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะข้าวนาปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้าวนาปรังด้วย การจัดสรรวงเงินในโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้าวนาปีมีวงเงินประมาณ 38,000 ล้านบาท และข้าวนาปรังมีวงเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 46,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศที่อยู่ในข่ายรับสิทธิ์ประมาณ 4 ล้านคน ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินภายใน 3 วัน หลังได้รับข้อมูลเกษตรกร ขณะนี้ ธ.ก.ส. อยู่ระหว่างการเตรียมนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด … Read more

เปิดตัวแล้ว! ‘realme Note 70’ สมาร์ตโฟนสายลุยครบเครื่อง ชาร์จครั้งเดียวใช้ได้ 2 วันเต็ม ราคาเพียง 2,999 บาท

ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ปัญหาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญอยู่คือแบตเตอรี่ที่หมดเร็ว และความทนทานของตัวเครื่องที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตจริง โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่มักมีข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและคุณภาพการสร้าง แต่ล่าสุด realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้ตอบโจทย์ทุกปัญหาดังกล่าวด้วยการเปิดตัว realme Note 70 สมาร์ตโฟนสายลุยที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ถูกจัด ทนจริง” ที่มอบประสบการณ์การใช้งานแบบครบเครื่องเกินราคา ในราคาที่เข้าถึงได้เพียง 2,999 บาท จุดเด่นสำคัญ: แบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ 6,300mAh หัวใจสำคัญที่ทำให้ realme Note 70 โดดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดคือการมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,300mAh ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับราคาเดียวกัน การออกแบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้มาจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ realme ที่ต้องการแก้ปัญหาการใช้งานแบตเตอรี่ในชีวิตจริงของผู้บริโภค ทาง realme ได้ทดสอบและการันตีว่าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้ ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 2 วันเต็ม ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักอย่างการดูวิดีโอสตรีมมิ่ง การเล่นเกม การใช้โซเชียลมีเดีย หรือการโทรศัพท์ติดต่องานเป็นเวลานาน นอกจากความจุแบตเตอรี่ที่ใหญ่แล้ว realme Note 70 ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 15W ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้ 50% ในเวลาเพียง 64 นาที … Read more

วิกฤตแรงงานไทย: ชนชั้นกลางพนักงานเงินเดือนถูกผลักออกจากระบบด้วยคลื่นเทคโนโลยี AI

การประกาศของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเปิดรับสมัครพนักงานอายุ 45 ปีขึ้นไปเกษียณก่อนกำหนด ไม่ใช่เพียงข่าวธุรกิจธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดแรงงานไทย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เตือนว่า “ชนชั้นกลางพนักงานเงินเดือน” ที่เคยเป็นแกนหลักของสังคมไทยกำลังเผชิญการล่มสลายจากแรงกดดันของปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ผู้จัดการระดับกลาง เป้าหมายแรกของการปรับโครงสร้าง ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย จาก SDGs Local Implementation Learning Center ระบุว่า คนวัย 45-50 ปีในองค์กรไทยส่วนใหญ่คือผู้จัดการระดับกลาง (middle management) ที่ทำหน้าที่ประสานงาน ส่งคำสั่ง และตรวจสอบรายงาน ซึ่งเคยเป็นชั้นกลางที่มั่นคงที่สุดของโครงสร้างองค์กร “วันนี้แดชบอร์ด แอปสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์สามารถสื่อสารตรง รวบรวม และสรุปข้อมูลให้ผู้บริหารได้ทันที ทำให้โครงสร้างองค์กรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้จัดการระดับกลางมากเท่าเดิม” ดร.ณัฐพงศ์กล่าว การปล่อยให้พนักงานวัยกลางคนออกไปไม่เพียงทำให้องค์กรกระชับลง แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีค่าแรงถูกกว่าและพร้อมใช้งานปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่วันแรกเข้ามาแทนที่ แม้เด็กรุ่นใหม่จะยังขาดประสบการณ์ แต่พวกเขามี “สัญชาตญาณดิจิทัล” (digital instinct) ที่ทำให้ปรับตัวกับเครื่องมือใหม่ได้รวดเร็วกว่า ช่องว่างนโยบายรัฐ-เอกชนขยายวิกฤต ในขณะที่ภาคเอกชนเร่งปล่อยแรงงานวัยกลางคนออกเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ รัฐบาลกลับเดินทางตรงกันข้ามด้วยการหารือเรื่องการยืดอายุเกษียณไปถึง 63-65 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีมาตรการจริงจังที่จะทำให้แรงงานสูงวัยมีบทบาทใหม่ในโลกดิจิทัล ช่องว่างนี้ทำให้ชนชั้นกลางเงินเดือนที่ควรจะมั่นคงที่สุดกลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ถูกกดดันให้หลุดออกจากระบบทั้งที่ยังแบกภาระครอบครัว … Read more

กรรชัยออกโรงฟาดแสบ! ถาม “รวยแล้วไม่ต้องทำมาหาแด*เหรอ?” หลังชาวเน็ตแซะอั้มเปิดตลาด

กระแสดราม่าในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ผ่านมากลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากที่ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” นักแสดงสาวขวัญใจมหาชน ต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากชาวเน็ตเรื่องการเปิดตลาดรวมร้านอาหารอร่อย โดยมีผู้คอมเมนต์ที่มองว่าเป็นดารารวยแล้วยังมาเปิดตลาดทำไม บ้างก็แซะว่าเป็นดารารวยมีบ้านเป็นร้อยล้าน สงสัยไม่มีงานแล้วเลยมาขายของในห้าง จนทำให้เกิดการออกมาปกป้องจากเพื่อนร่วมวงการ และล่าสุด “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ก็ได้ออกมาตอบโต้อย่างแสบคันผ่านรายการข่าวใส่ไข่ ด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา “รวยแล้วไม่ต้องทำมาหาแด*เหรอ?” ที่มาของกระแสดราม่า – ชาวเน็ตแซะอั้มเปิดตลาด เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ดาราสาวชื่อดังได้เปิดตลาดรวมร้านอาหารอร่อย ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เธอตัดสินใจลงทุน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตที่มองว่า การที่ดาราที่มีฐานะดีแล้วยังมาทำธุรกิจขายของในห้างเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ความคิดเห็นที่ออกมาในโซเชียลมีเดียมีทั้งในแง่บวกและลบ โดยด้านลบนั้นมีการแสดงความคิดเห็นว่า “เป็นดารารวยแล้วยังมาเปิดตลาดอีกเหรอ” หรือ “มีบ้านเป็นร้อยล้าน สงสัยไม่มีงานแล้วเลยมาขายของในห้าง” ซึ่งความคิดเห็นเหล่านี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการของอั้ม ดีเจมะตูมออกโรงปกป้อง – เตือนให้หัดยินดีกับผู้อื่น กระแสวิจารณ์ดังกล่าวทำให้ “ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” ผู้ดำเนินรายการวิทยุชื่อดังต้องออกมาปกป้องอั้ม โดยตอกกลับชาวเน็ตที่วิจารณ์ในลักษณะดังกล่าว ด้วยการแนะนำให้หัดยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น และเตือนว่าถ้าไม่เปลี่ยนใจคิดแล้วจะกลายเป็น “มนุษย์ป้า” พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า “นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว” การออกมาปกป้องของดีเจมะตูมได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะแฟนคลับของอั้มที่เห็นว่าการวิจารณ์ในลักษณะดังกล่าวเป็นการมองในแง่ลบโดยไม่มีเหตุผล และไม่ได้เห็นถึงความพยายามในการประกอบอาชีพที่สุจริต กรรชัยออกโรงตอบโต้ – … Read more

“เมย์ วาสนา” ปิดฉากดราม่า 6 เดือน รับคืนสร้อยบูการี 7 ล้าน พร้อมส่งข้อความหวานใจถึง “ดิว อริสรา”

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เมย์ วาสนา ได้โพสต์คลิปและข้อความยาวผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความดีใจกับการได้รับทรัพย์สินคืนครบถ้วน โดยเฉพาะวินาทีที่เธอเปิดกล่องสร้อยบูการีราคา 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นชิ้นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากที่สุด ในคลิปดังกล่าว เมย์ได้เผยความรู้สึกโล่งใจอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้ใครยืมทรัพย์สินอีกต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทเรียนที่เธอได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รายละเอียดทรัพย์สินที่ได้รับคืน ทรัพย์สิน 3 ชิ้นสุดท้ายที่เมย์ได้รับคืนประกอบด้วย สร้อยบูการี (Bulgari) มูลค่า 7 ล้านบาท และกระเป๋าแบรนด์เนมอีก 2 ใบ ซึ่งเป็นไอเทมที่มีมูลค่าสูงและมีความหมายทางอารมณ์สำหรับเจ้าของ การส่งคืนทรัพย์สินครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงและมีการลงนามในสัญญา รวมถึงการจ่ายหนี้ส่วนหนึ่งตามที่ได้ตกลงกัน เมย์ยังได้ถอนฟ้องร้องที่เคยดำเนินการไว้ ทำให้เรื่องราวทั้งหมดสิ้นสุดลงอย่างสันติ ข้อความสะเทือนใจถึงดิว อริสรา สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในการโพสต์ของเมย์ คือข้อความที่เธอส่งถึงดิว อริสรา ซึ่งเต็มไปด้วยความเข้าใจและกำลังใจ แทนที่จะเป็นคำพูดที่มีความขุ่นเคือง “สำหรับดิว เมย์เข้าใจ และขอส่งกำลังใจให้เริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็ง รับผิดชอบชีวิต ดูแลครอบครัว และกลับมาสร้างคุณค่าให้ตัวเองและสังคมได้อีกครั้ง ทุกคนล้มได้ แต่ที่สำคัญคือการลุกขึ้นอย่างมีวุฒิภาวะ” ข้อความดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นผู้ใหญ่และน้ำใจของเมย์ ที่เลือกที่จะให้อภัยและส่งกำลังใจ แทนการตำหนิหรือต่อว่า บทเรียนชีวิตที่ได้รับ เมย์ได้แบ่งปันบทเรียนสำคัญที่เธอได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งสามารถเป็นแนวทางให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน ความไว้ใจต้องมีกรอบ … Read more

ปาฏิหาริย์แห่งโชคลาภ! ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบุรีรัมย์คว้ารางวัลที่ 1 มูลค่า 12 ล้านบาท พร้อมประกาศตามหาแม่ค้าขายหวยเพื่อแบ่งปันความสุข

บุรีรัมย์ – วันที่ 17 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อนายสมชัย นนทา อายุ 60 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลโนนดินแดง ได้รับโชคลาภอันยิ่งใหญ่จากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 รางวัลที่ 1 หมายเลข 994865 มูลค่ารวม 12 ล้านบาท และได้ประกาศอย่างเป็นทางการแสวงหาแม่ค้าขายลอตเตอรี่ผู้ให้โชคเพื่อมอบเงินสินน้ำใจตอบแทน รายละเอียดผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2568 จากการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรุงเทพมหานคร มีผลการออกรางวัลดังต่อไปนี้ รางวัลที่ 1 (รางวัลละ 6 ล้านบาท): หมายเลข 994865 รางวัลเลขหน้า 3 ตัว (รางวัลละ 4,000 บาท): … Read more

ปาฏิหาริย์แห่งอุดรธานี! “คุณแม่ปราณี” คว้ารางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล 12 ล้านบาท เปลี่ยนชีวิตชาวบ้านเพ็ญชั่วข้ามคืน

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นวันที่จะจดจำไปตลอดชีวิตสำหรับ “คุณแม่ปราณี” ชาวบ้านหนองสระใคร ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี หลังจากที่เธอได้รับโชคใหญ่จากการถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ด้วยหมายเลข 994865 จำนวน 2 ใบ ทำให้ได้รับเงินรางวัลรวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท ข่าวดีที่เกิดขึ้นในเวลา 21:30 น. ของวันดังกล่าว ได้สร้างความตื่นเต้นและความยินดีให้กับชุมชนทั้งหมด ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวัง ในขณะที่ข่าวการถูกรางวัลแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2568 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศผลการออกรางวัลในงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งมีผลการออกรางวัลที่สำคัญดังนี้: รางวัลที่ 1 หมายเลข 994865 รางวัลละ 6 ล้านบาท รางวัลเลขหน้า 3 ตัว หมายเลข 602 และ … Read more

สาวโหดสารภาพจ้วงป้าอาหารตามสั่งดับ เหตุไม่พอใจ เคยมาเมาเหล้าร้านนี้ รู้ตัวอีกทีไปนอนกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก ฉุนเสียตัวทำไมเจ้าของร้านไม่ดูแลลูกค้า

จากรายงานข่าวเบื้องต้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 14.30 น. ที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อหญิงสาวผู้ต้องหาได้เข้าไปในร้านและสั่งเบียร์ 2 ขวด พร้อมกับอาหารประเภทต้มอีก 1 ชามใหญ่ หลังจากดื่มเบียร์ไปประมาณ 1 ขวด ผู้ต้องหาได้เริ่มซักถามเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ผู้ต้องหาเรียกว่า “ป้า” ด้วยคำถามที่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายเมื่อผู้ต้องหาชักมีดออกมาและทำร้ายเจ้าของร้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่า 10 แผล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยผู้ต้องหาแสดงอาการโมโหอย่างรุนแรงและตะโกนถามเจ้าของร้านว่า “ป้าปล่อยให้หนูไปกับผู้ชายได้อย่างไร รู้ไหมมันทำอะไรกับหนูบ้าง” ก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ ผู้อยู่ในเหตุการณ์พยายามห้ามปราม แต่ไม่สามารถยับยั้งสถานการณ์ได้ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ในเวลาต่อมา สาเหตุที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม จากการรวบรวมข้อมูลของผู้สื่อข่าวและเพจ “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ พบว่ามีประเด็นสำคัญที่เป็นสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ ผู้ต้องหาเคยมาที่ร้านดังกล่าวเมื่อประมาณ 2 วันก่อนเกิดเหตุ คือวันที่ 18 สิงหาคม 2568 โดยได้ดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านจนมีอาการมึนเมา ซึ่งในขณะนั้นผู้ต้องหาอ้างว่ากำลังประสบปัญหาชีวิตส่วนตัว จนทำให้ดื่มหนักและ “เมาไม่ได้สติ” หลังจากนั้น … Read more