จีนนำ Deepseek มาใช้ในการรบ เพิ่มความเร็วบัญชาการ 3,600 เท่า

ปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลายในแทบทุกสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่ศิลปิน นักเขียน โปรแกรมเมอร์ การตรวจสอบ บริการลูกค้า รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการแพทย์ ทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาก้าวกระโดดที่แอบสร้างความกังวลแก่คนในวิชาชีพกันถ้วนหน้า แต่นี่จะเป็นอีกขั้นเมื่อเริ่มมีการทดลองนำ AI มาใช้สำหรับวางแผนทางการทหาร เมื่อจีนนำ Deepseek มาช่วยวางแผนการรบ ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซีอาน (Xi’an Technological University) กับการนำเอาโมเดล AI ที่มีรากฐานมาจาก Deepseek มาใช้งานในท้องคลาดเพื่อช่วยสนับสนุนวางแผนการรบ เพื่อจำลองสถานการณ์และประเมินสนามรบแบบเรียลไทม์ จนสามารถคาดการณ์รูปแบบสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่ามนุษย์ 3,600 เท่า กลไกการทำงานจะเริ่มต้นจาก AI นำข้อมูลที่ได้รับจากสนามรบที่มีความซับซ้อนเข้าสู่การประมวลผล โดยรวบรวมรายละเอียดต่างๆ เช่น ภูมิประเทศ กำลังพล ช่วงเวลา สภาพอากาศ และวัตถุประสงค์ จากนั้นจึงสร้างสนามรบจำลองขึ้นมาแล้วเริ่มประมวลผลจำลองสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น จุดสำคัญของโมเดลที่พวกเขาพัฒนาจะอาศัย Agentic AI ที่สามารถปรับตัวและเรียนรู้ให้เข้ากับสถานการณ์ได้ ช่วยให้การประมวลผลเป็นไปอย่างอัตโนมัติและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ออกมาเป็นกระบวนการจำลองสถานการณ์อัจฉริยะ ที่สามารถคาดการณ์ ตอบสนอง และเรียนรู้รับมือสนามรบได้แบบเรียลไทม์ ตามขั้นตอนปกติ ผู้บัญชาการที่เป็นมนุษย์จำลองสถานการณ์และวางแผนตอบโต้อย่างละเอียดจะอาศัยระยะเวลาราว 48 ชั่วโมง ในขณะที่การนำ … Read more

TikTok Shop ผงาดเบอร์ 2 อีคอมเมิร์ซไทย ดัน SME โตสวนเศรษฐกิจชะลอ

TikTok Shop ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแซงหน้าแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสรายใหญ่ ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของไทย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ชี้จุดแข็งของแพลตฟอร์มคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถขยายธุรกิจผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้น ไลฟ์สด พร้อมระบบหลังบ้านที่เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ขณะเดียวกันก็เข้มงวดในการควบคุมสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เติบโตแกร่งแม้เศรษฐกิจชะลอ นางสาวกรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์ Head of FMCG, E-Commerce, TikTok Shop Thailand เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะมีการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ TikTok Shop ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตัวเลขการเติบโตอาจไม่สูงเท่ากับในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดอีคอมเมิร์ซ และจากผลประกอบการล่าสุด ทำให้ TikTok Shop สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว “TikTok Shop คือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซครบวงจรที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์และผู้ค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแบรนด์ของคนไทย ที่สามารถใช้ช่องทาง TikTok Shop เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านรูปแบบวิดีโอสั้นและการไลฟ์สด ซึ่งเราได้เห็นความสำเร็จของผู้ประกอบการจำนวนมากที่สามารถสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าในปีนี้เราอาจจะไม่ได้เติบโตแบบรวดเร็วเหมือนกับในปีก่อนหน้า … Read more

ระเบิดเสียงดังสนั่นที่ชายแดนสุรินทร์: ทัพภาคที่ 2 ยืนยันทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิดที่ตัวเองวางไว้

เหตุการณ์ความตึงเครียดได้เกิดขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเสียงระเบิดดังสนั่นกลางดึกสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อคืนวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 20.50 น. ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใกล้ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก ที่ยังไม่ได้เข้านอน ต่างแตกตื่นกับเสียงระเบิดดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการแชร์ข้อมูลอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียว่าทหารกัมพูชาได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ข้ามมาฝั่งไทยบริเวณปราสาทตาควาย จำนวน 1 นัด ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างพยายามติดต่อผู้นำชุมชนเพื่อสอบถามสถานการณ์และคำแนะนำในการปฏิบัติตัว การตอบสนองของชุมชน: บางครอบครัวเริ่มอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ความกังวลได้แพร่กระจายไปทั่วชุมชนชายแดน ทำให้หลายครอบครัวนอนไม่หลับ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่ายังไม่มีคำสั่งให้อพยพอย่างเป็นทางการจากผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ก็ตาม ข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า บางครอบครัวได้ตัดสินใจปลุกสมาชิกผู้สูงอายุและเด็กๆ ให้เดินทางออกนอกพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย แต่ก็ยังเป็นจำนวนน้อย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังคงรอการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความหวาดกลัวของประชาชนในพื้นที่มีเหตุผลมาจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงมีความตึงเครียดอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในเขตปราสาทตาควายและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ปะทะและการยิงปืนใหญ่ข้ามแดนมาแล้วในอดีต กองทัพภาคที่ 2 ออกมาชี้แจง: ยืนยันไม่มีการยิงปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชา ท่ามกลางความสับสนและความกังวลของประชาชน เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ได้รีบออกมาชี้แจงสถานการณ์เพื่อคลายความกังวลของประชาชน โดยโพสต์ข้อความระบุว่า: “ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อออนไลน์ว่า กองกำลังฝ่ายกัมพูชาได้ทำการยิงปืนใหญ่ใส่ฐานบริเวณปราสาทตาควายนั้น กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยในพื้นที่แล้ว ยืนยันว่าข่าวดังกล่าว ไม่เป็นความจริง โดยเสียงระเบิดที่ประชาชนได้ยินนั้น สันนิษฐานว่าเกิดจากกรณีทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิด ซึ่งเป็นกับระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาได้ลักลอบวางไว้เอง … Read more

เปิดเผยรายละเอียดสะเทือนขวัญเกี่ยวกับการฆาตกรรมบุตรสาวของทราวิส เด็กเกอร์ ขณะที่ตำรวจอัพเดตความคืบหน้าในการติดตามตัว

รายละเอียดใหม่สะเทือนขวัญถูกเปิดเผยในคดีฆาตกรรมเด็กหญิงทั้งสาม เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยรายละเอียดใหม่ในคดีของทราวิส เด็กเกอร์ ผู้ต้องหาหลบหนีจากรัฐวอชิงตันที่ถูกเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าฆ่าลูกสาวทั้งสามคนของเขา โดยรายละเอียดเหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสาธารณชนและเจ้าหน้าที่ผู้ทำการสืบสวนอย่างมาก เด็กเกอร์ อดีตทหารกองทัพสหรัฐฯ วัย 32 ปี หายตัวไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ระหว่างการเยี่ยมลูกสาวที่ได้รับอนุญาตจากศาล ได้แก่ ไพทิน อายุ 9 ปี, เอเวลิน อายุ 8 ปี และโอลิเวีย อายุ 5 ปี เมื่อเขาไม่ได้พาเด็กๆ กลับไปส่งให้แม่ของพวกเธอ วิทนีย์ เด็กเกอร์ ตามกำหนดเวลา 20.00 น. ที่เมืองเวแนทชี รัฐวอชิงตัน ความกังวลก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วิทนีย์ได้แจ้งความเรื่องเด็กหญิงทั้งสามหายตัวไปประมาณ 21.30 น. ซึ่งนำไปสู่การค้นหาอย่างเร่งด่วนเป็นเวลาสามวันที่จบลงด้วยความสยดสยอง: เด็กหญิงทั้งสามถูกพบว่าเสียชีวิตใกล้กับรถกระบะที่ทราวิสทิ้งไว้ที่แคมป์กราวด์ร็อค ไอส์แลนด์ ในเขตชีแลน เคาน์ตี้ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ในขณะเดียวกัน ไม่พบตัวผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด ทราวิสถูกออกหมายจับในข้อหาฆาตกรรมชั้นหนึ่งและลักพาตัว และยังไม่ถูกจับกุมแม้จะผ่านไปเกือบสามเดือนหลังจากเริ่มการค้นหาตัวเขา รายละเอียดสยองขวัญจากที่เกิดเหตุ เด็กหญิงแต่ละคนถูกพบโดยมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะและอย่างน้อยหนึ่งคนถูกมัดด้วยสายรัดพลาสติก ตามหมายศาลที่ … Read more

พจนานุกรมเคมบริดจ์ยอมรับวัฒนธรรมดิจิทัล เพิ่มศัพท์แสลง “สกิบิดี้” และ “เดลูลู” ของเจนอัลฟ่าอย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของพจนานุกรมแห่งศตวรรษที่ 21 ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงทางภาษาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวางกว่าที่เคย พจนานุกรมเคมบริดจ์ (Cambridge Dictionary) หนึ่งในพจนานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ได้ตัดสินใจเดินทางสู่ยุคใหม่ด้วยการเพิ่มคำศัพท์แสลงที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มเจนเนอเรชั่นอัลฟ่า (Generation Alpha) เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ การประกาศครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของสถาบันทางวิชาการต่อวัฒนธรรมดิจิทัลร่วมสมัย โดยพจนานุกรมเคมบริดจ์ซึ่งจัดทำโดย Cambridge University Press & Assessment ได้เพิ่มคำศัพท์ใหม่กว่า 6,000 คำในปี 2025 นี้ ซึ่งรวมถึงศัพท์แสลงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่เด็กและวัยรุ่นทั่วโลก “สกิบิดี้” – ปรากฏการณ์ทางภาษาจากยูทูบสู่พจนานุกรมโลก คำว่า “สกิบิดี้” (Skibidi) ที่ถูกบรรจุเข้าในพจนานุกรมเคมบริดจ์ครั้งนี้ มีต้นกำเนิดที่น่าสนใจและสะท้อนถึงอิทธิพลของสื่อดิจิทัลต่อการสร้างภาษาใหม่ คำนี้เกิดขึ้นจากซีรีส์แอนิเมชั่นบน YouTube ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เด็กๆ และวัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเจนเนอเรชั่นอัลฟ่าที่เกิดหลังปี 2010 ในตอนแรก “สกิบิดี้” เป็นเพียงคำเฉพาะที่ไม่มีความหมายชัดเจน ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างคอนเทนต์เพื่อใช้ในผลงานของตน แต่เมื่อเวลาผ่านไปและได้รับความนิยม คำนี้กลับถูกนำไปใช้ในบริบทต่างๆ อย่างหลากหลาย สามารถใช้แทนคำว่า “เจ๋ง” “แย่” หรือแม้แต่ใช้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ตลกโดยไม่จำเป็นต้องมีความหมายที่ชัดเจน ความยืดหยุ่นทางความหมายของคำว่า “สกิบิดี้” นี้เองที่ทำให้เป็นที่สนใจของนักภาษาศาสตร์ เพราะแสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้ภาษาของคนรุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัวและสร้างสรรค์ การที่คำหนึ่งคำสามารถมีความหมายได้หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ … Read more

เวียดนามเปิดยุคใหม่! ปฏิรูปกฎหมายกาสิโน ลุยสร้าง Entertainment Complex ระดับโลก ดึงเงินทุนนักพนันกลับประเทศ

การปฏิวัติครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงเวียดนาม เวียดนามกำลังเดินทางเข้าสู่บทใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและความบันเทิงอย่างแท้จริง หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายแบบเปลี่ยนโลกในการผ่อนปรนกฎหมายกาสิโนสำหรับประชาชนในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจำกัดสิทธิ์มาอย่างเข้มงวดเป็นระยะเวลายาวนาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงกฎหมายธรรมดา แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อผลักดันให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมกับการดึงเม็ดเงินมหาศาลที่เคยไหลออกนอกประเทศกลับคืนมาสู่เศรษฐกิจภายในประเทศ ข้อมูลจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Inside Asian Gaming (IAG) และ Tuoi Tre สื่อท้องถิ่นของเวียดนาม ชี้ให้เห็นว่า การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากวงการเศรษฐศาสตร์ ที่มองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องและทันเวลาในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เสียงสนับสนุนจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จากหลากหลายสถาบันได้ออกมาแสดงการสนับสนุนกระทรวงการคลังเวียดนามในการผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง โดยให้เหตุผลที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถควบคุมและกำกับดูแลธุรกิจกาสิโนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ดำเนินการแบบไร้การควบคุมหรือเปิดโอกาสให้มีการดำเนินการในรูปแบบผิดกฎหมาย ประการที่สอง รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เข้าสู่งบประมาณแผ่นดินได้อย่างโปร่งใส และนำเงินเหล่านี้ไปสนับสนุนกองทุนสวัสดิการสังคมและโครงการพัฒนาประเทศต่างๆ ประการที่สาม และที่สำคัญมากที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เงินทุนจำนวนมหาศาลของนักพนันชาวเวียดนามต้องไหลออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา สิงคโปร์ หรือมาเก๊า ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวเวียดนามที่ต้องการเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย นาย Dinh Xuan Thao อดีตหัวหน้าสถาบันวิจัยด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียง ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า “ถึงแม้ประเทศเราจะอนุญาตให้เปิดกาสิโนได้ทั่วประเทศ แต่กลับห้ามไม่ให้คนเวียดนามเข้าใช้บริการ ซึ่งเป็นความไม่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน การขยายสิทธิการเข้าถึงจะช่วยให้เราสามารถควบคุมดูแลได้ดีขึ้นและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ” นอกจากประเด็นเศรษฐกิจแล้ว การเปิดเสรีกาสิโนยังถือเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาการพนันออนไลน์และบ่อนใต้ดินที่แพร่หลายและสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมเวียดนามมาอย่างต่อเนื่อง การมีตัวเลือกที่ถูกกฎหมายและมีการควบคุมที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ปฏิวัติระบบเงื่อนไข: จากการพิสูจน์ฐานะสู่ค่าธรรมเนียมรายครั้ง หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของนโยบายใหม่นี้ คือการยกเลิกระบบเงื่อนไขเดิมที่ซับซ้อนและยุ่งยากในการพิสูจน์ฐานะทางการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้สร้างความยุ่งยากและเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการ … Read more

ธปท. แจงจำกัดวงเงินโอน 5 หมื่นบาทต่อวัน ไม่ได้โดนทุกคน ยกเว้นลูกค้า 3 กลุ่ม พร้อมเน้นดูแลสูงวัย ป้องกันมิจฉาชีพ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาชี้แจงรายละเอียดมาตรการใหม่ที่จำกัดวงเงินการโอนเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน หลังจากสถานการณ์การถูกหลอกลวงโอนเงินผ่านบัญชีม้าโดยแก็งมิจฉาชีพและคอลเซนเตอร์ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเน้นย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ได้ใช้กับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่จะมีการยกเว้นและปรับให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานจริงของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การจำกัดวงเงินทุกคน มีหลักเกณฑ์ชัดเจน นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงิน และคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้คำชี้แจงว่า การจำกัดวงเงินโอน 50,000 บาทต่อวัน ไม่ได้หมายความว่าสถาบันการเงินจะกำหนดวงเงินสูงสุดให้กับลูกค้าทุกคนในอัตราเดียวกัน แต่จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์และปัจจัยหลายประการ สำหรับลูกค้าที่มีพฤติกรรมการทำธุรกรรมปกติที่โอนเงินเกิน 50,000 บาท จะได้รับวงเงินที่สูงกว่า 50,000 บาท ตามความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานจริง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ธปท. ยังคงคำนึงถึงความสะดวกในการทำธุรกรรมของประชาชนในชีวิตประจำวัน สามกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกจำกัดวงเงิน อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าสามกลุ่มหลักที่จะถูกกำหนดวงเงินโอนไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน ประกอบด้วย กลุ่มแรก คือลูกค้าที่มีความเสี่ยงเป็นมิจฉาชีพ ซึ่งจะถูกจำกัดวงเงินอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการใช้บัญชีในทางที่ผิด กลุ่มนี้ถือเป็นการป้องกันการฟอกเงินและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายโดยตรง กลุ่มที่สอง คือลูกค้าที่สถาบันการเงินยังรู้จักน้อย หรือเป็นลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติการทำธุรกรรมเพียงพอให้สถาบันการเงินประเมินพฤติกรรมการใช้งาน การจำกัดวงเงินในกลุ่มนี้จึงเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงในระยะเริ่มต้น กลุ่มที่สาม คือลูกค้าที่ปกติโอนเงินไม่เกิน 50,000 บาท กลุ่มนี้การจำกัดวงเงินจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานปกติ แต่จะช่วยป้องกันกรณีที่บัญชีถูกใช้ในทางที่ผิดหรือเมื่อเจ้าของบัญชีถูกหลอกลวงให้โอนเงินจำนวนมาก ความยืดหยุ่นสำหรับกรณีฉุกเฉิน ธปท. ยังคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งานของประชาชน … Read more

“พีชชี่” ออกมาชี้แจงเต็มรูปแบบ เผยความจริงหลังเจอดราม่าไข่เจียวปู 4,000 บาท ร้านเจ๊ไฝ พร้อมไขเคสทั้งหมดแบบละเอียด

กรณีที่สร้างกระแสโต้เถียงอย่างหนักในโลกโซเชียลมีเดียเมื่อ “พีช-พิชญา ชัยชนะ” หรือที่รู้จักในนาม “พีชชี่” ยูทูบเบอร์สาวชื่อดังจากช่อง “PEACHII” โพสต์เล่าประสบการณ์การไปทานอาหารที่ร้านเจ๊ไฝ และพบว่าถูกเรียกเก็บเงินค่าไข่เจียวปูสูงถึง 4,000 บาท ทั้งที่ในเมนูระบุราคาไว้เพียง 1,500 บาท เหตุการณ์นี้ได้สร้างความสับสนและข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ จนกระทั่งล่าสุด พีชชี่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างครบถ้วนและละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคาดเดาและข้อมูลที่ผิดเพี้ยนแพร่กระจายไปในสังคม จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อรุ่นพี่คนไทยที่พีชชี่รู้จักได้ชวนไปทานอาหารที่ร้านเจ๊ไฝ ร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงในแวดวงอาหารไทย โดยในวันนั้นมีผู้ร่วมทานอาหารทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย รุ่นพี่คนไทย พีชชี่ และมาร์ทา เพื่อนต่างชาติของพีชชี่ การสั่งอาหารและการเลือกเมนู รุ่นพี่คนไทยเป็นผู้สั่งอาหารทั้งหมด เนื่องจากเป็นลูกค้าประจำของร้านและมีความรู้เรื่องเมนูแนะนำต่างๆ อาหารที่สั่งในวันนั้นประกอบด้วย 4 รายการหลัก คือ ไข่เจียวปู ราดหน้าหมู ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และข้าวผัดหมู พร้อมด้วยเครื่องดื่มอย่างเบียร์และน้ำเปล่า ในขณะที่สั่งอาหาร พนักงานได้มีการสอบถามเกี่ยวกับตัวเลือกเนื้อสัตว์ของเมนูต่างๆ เช่น หมู ไก่ หรือซีฟู้ด แต่ไม่ได้มีการถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกรูปแบบพิเศษหรือการปรับเปลี่ยนอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง การสนทนาเรื่องราคาระหว่างรอาหาร ขณะรออาหาร กลุ่มของพีชชี่ได้มีการดูเมนูและพูดคุยเรื่องราคาอาหารกับรุ่นพี่คนไทย รุ่นพี่ได้เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเคยมาทานตั้งแต่ราคายังอยู่ในหลักร้อย และได้ชี้ให้ดูราคาบนเมนูที่ระบุไว้ว่า 1,500 … Read more

ผู้กำกับ “โศกาภิวัฒน์” ชี้แจงดราม่าแฟนฟิค ยันใช้ต้นฉบับจากนิยาย ขอโทษแฟนๆ พร้อมวอนเปิดใจรับชม

วงการภาพยนตร์ไทยเกิดความวุ่นวายอีกครั้งเมื่อภาพยนตร์เรื่อง “โศกาภิวัฒน์” ที่จะเข้าฉายในเร็วๆ นี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนคลับนิยายออนไลน์ ที่กล่าวอ้างว่าเรื่องนี้มีต้นกำเนิดมาจากแฟนฟิคชั่น (Fan fiction) ที่ใช้ภาพของศิลปินเกาหลีมาเป็นตัวแทนตัวละคร ทำให้เกิดแฮชแท็ก #แบนโศกาภิวัฒน์ ติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย ล่าสุดในงานกาล่าภาพยนตร์ “โศกาภิวัฒน์” ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซินีเพล็กซ์ ชั้น 6 ผู้กำกับ แบงค์ ณัฐชัย จิระอานนท์ ได้ออกมาให้ข้อมูลและชี้แจงประเด็นดราม่าครั้งนี้อย่างละเอียด พร้อมขอโทษแฟนๆ ที่ได้รับความกระทบกระเทือนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้กำกับชี้แจงที่มาของต้นฉบับ การยืนยันว่าใช้นิยายเป็นต้นฉบับ ผู้กำกับ แบงค์ ณัฐชัย ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “หนังเรื่องนี้เราตั้งใจทำจากนิยายจริงๆ” โดยได้นำหนังสือนิยายเล่มจริงมาแสดงให้เห็น พร้อมอธิบายว่าภายในเล่มนิยายมีอาร์ตเวิร์กที่นักเขียนทำขึ้นมาเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินเกาหลีแต่อย่างใด ผู้กำกับยังอธิบายถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงจากแฟนฟิคชั่นเป็นนิยายว่า “ตอนที่มันเป็นแฟนฟิค มันเล่าเรื่องด้วยการใช้สัมผัสการเล่าเรื่องเหมือนคนคุยไลน์กันและใช้รูปโปรไฟล์เป็นศิลปินวงเกาหลี หลังจากนั้นนักเขียนเขาเขียนเป็นเล่มนิยายขึ้นมา ซึ่งพอเป็นเล่มนี้เขาก็ไม่ได้ใช้อาร์ตเวิร์กที่เป็นศิลปินเกาหลี แล้วเขาก็เปลี่ยนสัมผัสในการเล่าเป็นบทบรรยายเหมือนของนิยายในแบบปกติ” กระบวนการซื้อลิขสิทธิ์ ทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ได้ชื่นชอบเนื้อเรื่องที่อยู่ในรูปแบบนิยายเล่มดังกล่าว จึงตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์มาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ ผู้กำกับยืนยันว่า “ในแง่ของการทำให้มันถูกต้องในเรื่องของลิขสิทธิ์ เราทำตรงไปตรงมาแบบนี้” แสดงให้เห็นถึงความถูกต้องตามกฎหมายในการใช้ต้นฉบับ การตอบสนองต่อดราม่าที่เกิดขึ้น ความไม่เข้าใจในจังหวะเวลา ผู้กำกับแสดงความไม่เข้าใจกับการเกิดขึ้นของดราม่าในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยระบุว่า “รูปบวงสรวงที่มันเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมา … Read more

“หนุ่ม กะลา” ขู่ฟ้อง! ชาวเน็ตขาดมารยาท หลังถามคำถามหยาบคายเรื่องแฟนสาว จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง

วงการบันเทิงออนไลน์เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง หลังจากที่ “หนุ่ม กะลา” ณพสิน แสงสุวรรณ นักร้องชื่อดัง ออกมาโต้เถียงกับชาวเน็ตอย่างรุนแรง เหตุจากการถามคำถามที่ขาดมารยาทเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ “จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง” ซีอีโอสาววัย 23 ปี ที่กำลังเป็นข่าวดังในโลกโซเชียลมีเดีย ความหวานของคู่รักดังที่กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์ระหว่าง “หนุ่ม กะลา” ณพสิน แสงสุวรรณ และ “จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง” ได้กลายเป็นหัวข้อที่แฟนๆ และชาวเน็ตติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่ไม่เคยปิดบังความรู้สึกที่มีต่อกัน และมักจะแสดงความรักอย่างเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ล่าสุดในช่วงที่ “จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง” ทำการไลฟ์สดเพื่อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “หนุ่ม กะลา” ได้เข้ามาช่วยเหลือและให้การสนับสนุนแฟนสาวอย่างเต็มที่ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดูแลจ๊ะโอ๋อย่างใส่ใจ ตั้งแต่การนวดไหล่ คลายเครียด ลูบหัว ลูบหน้า ไปจนถึงการดีดกีต้าร์และร้องเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในระหว่างการขายสินค้า การกระทำเหล่านี้ของ “หนุ่ม กะลา” สะท้อนให้เห็นถึงความรักและการดูแลที่เขามีต่อแฟนสาว ซึ่งทำให้แฟนๆ หลายคนรู้สึกอบอุ่นใจและเห็นถึงความจริงใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักและอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงการที่คนรักกันควรจะดูแลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งจากคำถามที่ขาดมารยาท แต่ความหวานเหล่านี้กลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาในไลฟ์สดและถามคำถามที่ขาดความเหมาะสมว่า “ใช้สินค้าของจ๊ะโอ๋แล้วจะมีผัวเป็นนักร้องไหม” คำถามนี้ถือเป็นการล้อเลียนและดูหมิ่นทั้งตัวจ๊ะโอ๋และธุรกิจของเธอ รวมทั้งเป็นการกระทำที่ขาดความเคารพต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ … Read more