การแก้ไขอาการนอนกรนช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายแรง 13 ชนิด แพทย์เผยกลไกทางการแพทย์ชี้ชัดถึงประโยชน์ที่คาดไม่ถึง
จากการศึกษาทางการแพทย์ล่าสุดและข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายใจขณะนอน เผยให้เห็นว่าการแก้ไขอาการนอนกรนไม่เพียงแต่ช่วยลดเสียงรบกวนคนใกล้ตัวเท่านั้น แต่ยังสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรงได้ถึง 13 ชนิด โดยมีกลไกทางการแพทย์ที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ในร่างกาย อาการนอนกรนเกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบระหว่างการนอนหลับ ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายลดลง และในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นมาเฮือกกลางคืน ส่งผลกระทบทั้งเชิงกลไกการหายใจและระดับออกซิเจนในเลือด 1. ลดการปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน การนอนกรนส่งผลให้เกิดลูกโซ่เหตุการณ์ทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อน เมื่ออากาศเข้าออกปอดลดลง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะคั่งในเลือด กระตุ้นศูนย์หายใจที่ก้านสมองให้สั่งการให้กะบังลมและทรวงอกขยายตัวแรงขึ้น ความดันช่องอกที่เป็นลบมากขึ้นจะทำให้ปอดและหัวใจถูกถ่างออก ผนังหัวใจที่ถูกถ่าง “เข้าใจผิด” คิดว่าเลือดในร่างกายมีปริมาณมากเกินไป จึงสั่งให้ไตขับน้ำออกมากขึ้นผ่านฮอร์โมน ANP และ BNP ส่งผลให้เกิดการปัสสาวะมากขึ้นและต้องตื่นกลางคืน 2. ช่วยควบคุมความดันโลหิต นอนกรนทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งแต่ออกซิเจนต่ำลง กระตุ้นให้หายใจแรงขึ้น ยิ่งหายใจแรงมากเท่าไหร่ ยิ่งกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกมากขึ้น ระบบนี้จะกระตุ้นระบบฮอร์โมนและระบบ RAAS (Renin-Angiotensin-Aldosterone System) ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น หลักการทำงานคล้ายกับร่างกายเข้าใจว่าอยู่ในสภาวะเครียด จึงเพิ่มความดันเพื่อรับมือ นอกจากนี้ การที่ออกซิเจนต่ำเป็นช่วงๆ ตลอดการนอน ยังทำให้เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์ได้ลดลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายได้น้อยลง ตีบตัวมากขึ้น และความต้านทานสูงขึ้น 3. ลดโอกาสเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจห้องบนเต้นพริ้ว ระดับออกซิเจนที่ต่ำทำให้เซลล์ขาดออกซิเจน และเมื่อออกซิเจนกลับมาในขณะที่เซลล์ยังไม่พร้อม จะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ต่อไป ช่วงที่หายใจสู้การอุดกั้นจะสร้างความดันลบในช่องอกอย่างรุนแรง กระชากหัวใจห้องบน ผลที่ตามมาคือทางเดินไฟฟ้าหัวใจห้องบนเสียหาย เกิดเส้นทางที่ไม่สมมาตรกัน … Read more